Slow life ที่ Slovenia

0
812

สโลวีเนีย หลายคนอาจจะเคยได้ยินมาบ้างแว่วๆ หรือบางคนอาจจะ เฮ้ย!!! คือประเทศอะไรหนอ? อยู่ตรงไหนของโลก ?  สโลวีเนียเป็นประเทศเล็กๆตรงยุโรปกลางแต่ความสวยงามนี่ไม่เล็กเลยนะ ทริปนี้เป็นทริปยุโรปที่ต่อเนื่องจากรีวิวที่แล้ว ไปติดตามรีวิวออสเตรียได้ที่นี่

ถ้าพูดถึงความโรแมนติกในยุโรป สโลวีเนียเนี่ยเป็นประเทศแห่งความโรแมนติกลำดับต้นๆเลย พื้นที่ติดกับหลายประเทศ อิตาลี โครเอเชีย ฮังการี และออสเตรียที่เราไปมาในรีวิวที่แล้ว เป็นประเทศที่เล็กมากๆ ประมาณจังหวัดนครราชสีมาเอง แล้วประชาการเค้าก็ประมาณ 2ล้านคน น้อยกว่ากรุงเทพของเราอีก

ประเทศสโลวีเนีย คือดินแดนแห่งมังกรและความเทพนิยาย เค้ามีความเชื่ออยู่ว่า มังกรนั้นเป็นสัตว์ที่ซื่อสัตย์ต่อมนุษย์มาก เมืองนี้ก็เลยสร้าง Dragon Bridge (Zmajski Most) ขึ้นมาเพื่อเป็นแลนด์มาร์คของเมื่องนี้ ก้าวแรกที่มาถึงเมืองนี้ เห้ย! เรารู้สึกเมืองนี้มีความขลังอะไรบางอย่าง เหมือนอยู่เทพนิยายจริงๆ ไม่ได้รู้สึกไปเองนะ เพื่อนเราก็คิด แต่มันคือเรื่องจริงท่านผู้โชมม เพราะด้วยบรรยากาศ สถาปัตยกรรม ผู้คน คือมันใช่มาก

เหตุผลที่อยากให้มาประเทศนี้

เหตุผลที่อยากให้มาประเทศนี้

  • โหย ค่าครองชีพที่นี่ถูกมากเมื่อเทียบกับประเทศในแถบยุโรป ค่าอาหารและเครื่องดื่มเหมือนราคาอาหารถูกหารครึ่ง ตอนนั้นเรากิน Hot Chocolate ที่ออสเตรีย ประมาณ 6 EUR แต่พอเปลี่ยนประเทศปุ๊ปราคาเหลือประมาณ 3.2 EUR แล้วคุณภาพของอาหารก็พอกันด้วยนะ เรียกได้ว่าอร่อยในราคาย่อมเยา รู้สึกเงินเหลือเฟือขึ้นเยอะฮ่าๆ
  • ธรรมชาติของที่นี่สวยไม่แพ้ยุโรปเมืองอื่น เราไปเมือง Bled ก่อนที่จะไปเมืองหลวงของประเทศนี้ คือเหมาะแก่การมาชิวและสโลว์ไลฟ์เป็นที่สุด เมืองเล็กแต่ความสวยงามของธรรมชาตินี่ไม่เล็กนะจ้ะ
  • ใครที่ชอบความสงบ ไม่อยากเจอกับนักท่องเที่ยวเยอะ หรือไม่อยากจะเดินชนคนไทยละก็ สโลวีเนียเนี่ยแหละ ตอบโจทย์ เพราะเราไม่เจอคนไทยเลยแม้แต่คนเดียว และคนที่นั่น Nice มากเวลาถามทางหรือขอความช่วยเหลือก็พร้อมจะช่วยนักท่องเที่ยวอย่างพวกเราตลอด

ก่อนไปที่เราต้องรู้

VISA ต้องใช้วีซ่าเชงเก้น ถ้าไปหลายประเทศ ยึดทำประเทศที่เราอยู่นานที่สุด ใช้เวลาประมาณ 15 วันทำการนะ แต่เราทำของประเทศออสเตรียเพราะเราอยู่ออสเตรียนานกว่า

SIM ซื้อจากสนามบินที่ไทยไปเลย ไม่ต้องไปเผชิญกับความยุ่งยากวิ่งหาซิม คือแลนด์ปุ๊ปต่อเน็ตปั๊ป

TIME เช่นเดิม ยุโรปช้ากว่าบ้านเรา 5 ชั่วโมงโลดดด

Exchange rate ส่วนใหญ่ใช้เงินยูโรตามปกติ  ช่วงที่เราไป เรทเงิน EUR กำลังตกซึ่งเป็นผลอันดีงามให้กับเรามาก 1 EUR ประมาณ 36 บาท ซื้ออะไรดูถูกลงไปหมด เหยก็รู้สึกดีในระดับนึง รู้สึกของถูกลงหน่อย

TIP การให้ทิปพนักงานเสิร์ฟในแถบยุโรป ถ้าร้านอาหารบรรยากาศดีๆ ควรให้ทิป 1-3 ยูโร หรือ 5-10% ของราคาอาหารนะ

Transportation ทริปนี้พวกเรา Road Trip อีกเช่นเคย เช่ารถจาก เวียนนา ออสเตรียแล้วขับยาวข้ามประเทศกันเลยทีเดียวสะดวกไม่ต้องวางแผนรถไฟ รสบัสให้ยุ่งยากถ้าใครมาประมาณ 4 คนแนะนำให้เช่ารถขับ ถนนปลอดภัยหายห่วง แต่สำหรับใครที่อยากจะชิวๆ ใช้รถสาธารณะตามมาเลย

อีกทางเลือกคือเราสามารถนั่งเครื่องบินจากกรุงเทพฯ สู่ท่าอากาศยานลูบลิยานา (LJU) จะมีรถของบริษัทชื่อ GoOpti (Markun Borut d.o.o.) เข้าเมืองประมาณ 20 นาที ลงสถานีชื่อเมืองหลวงเลย ลูบลิยานา ราคาค่าโดยสารอยู่ที่ประมาณ 9 – 40 EUR  รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.markun-shuttle.com

คำเตือน ร้านค้าขายของ หรือพวก Supermarket เค้าปิดกันเร็วมากประมาณ 2 ทุ่มก็ปิดกันแล้วโอ้แม่เจ้า ใครจะซื้อน้ำซื้อขนม ทางเราแนะนำให้รีบซื้อตุนไว้ก่อนเลยนะ หิวตอนดึกแบบเราแน่ๆ

Plan Slovenia เที่ยวทั้งหมด 3 วัน

Day 1 Lake Bled / Bled city

Day 2  Bled castle / เมืองหลวง Ljubljana / Zmajski Most (Dragon Bridge) / Mesarski Most( Butchers’s bridge) / Mestni trg(town square)

Day 3 Ljublijanska Stolnica (ljubljana cathedral) / Presernov trg(preseren Square)

DAY 1 Bled Lake

เมืองแรกที่เราจะไปเยือนนั่นก็คือ คือ คืออ Bled เป็นเมืองที่ล้อมรอบด้วยภูเขา โคตรสวย อย่างกับภาพวาด เมืองนี้ถูกพบเมื่อปี 1004 โดยจักวรรดิโรมัน ในปัจจุบันมีผู้อยู่อาศัยประมาณ 5,000 คนเอง และได้ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองที่มีแหล่งสปาที่ดีที่สุดในโลกด้วยนะ พวกเราพักที่นั่น 1 คืน

ใครที่มาสโลวีเนียแล้วต้องห้ามพลาดเมืองนี้ คือเมืองที่มีโบสถ์อยู่กลางน้ำ ยิ่งเหมือนเมืองเทพนิยายเข้าไปใหญ่ ทะเลสาบที่ชื่อว่า ​Bled ล้อมรอบ สวยโคตรเลยคุณผู้โชมมม เป็นทะเลสาบที่โรแม๊นมากๆ เกิดจากการละลายตัวของธารน้ำแข็งจากเทือกเขาจูเลียน สามารถนั่งเรือเข้าไปในโบสถ์กลางน้ำได้นะ ราคาคนละ 15 EUR โบสถ์นี้สร้างขึ้นเมื่อศตวรรษที่ 11 ประดับตกแต่งด้วยจิตรกรรมฝาผนังแล้วเค้าเอาไว้ใช้จัดงานแต่งของคนในท้องถิ่นกัน

ข้อดีของการ Road Trip ก็คือเราได้เห็นวิวข้างทางหลักล้าน ตลอดการเดินทาง
เรือข้ามไปโบสถ์กลางน้ำ ราคาคนละ 20 EUR แต่ตอนเราไปเป็น Low season ของที่นี่ เรือบางเจ้าปิดกิจการ ลาพักร้อน หื้มม
ทะเลสาบใหญ่มาก จะเดินให้ครบทั้ง 360 องศาน่าจะใช้เวลาหลายชั่วโมง ภาพนี้คืออีกมุมของทะเลสาบ

แล้วทะเลสาบที่นี่ว่ายน้ำได้ด้วยนะเค้ากั้น Zone ไว้ให้ว่ายน้ำแล้วน้ำที่นี่มีป้ายปักไว้รับรองถึงความสะอาดด้วย ส่วนของกินเค้าบอกว่าให้ไปกิน Bled Cake ถ้าไม่กินถือว่ามาไม่ถึงเมืองนี้นะเห้ย

นี่อยู่บนปราสาท Bled castle แล้วถ่ายลงมา ได้อีก1มุม

คืนแรกที่สโลวีเนีย ที่พักเราชื่อว่า Hotel Kompas ราคาประมาณคืนละ 4,000 บาท แถวนั้นมี Supermarket แต่ข้อควรระวังเค้าปิดกันเร็วมาก 2ทุ่มร้านค้าก็ปิดกันแล้ว ใครอยากซื้ออะไรให้รีบซื้อกันนะ ที่พักโดยรวมโอเค อาหารเช้าหลากหลายมาก อร่อย อิ่มหนำกันเลยทีเดียว

Day 2 Bled castle

Bled Castle เป็นปราสาทที่เก่าแก่ที่สุดใน สโลวีเนีย ที่พออยู่บนปราสาทเราจะเห็น Bled Islandในอีกมุมมองนึง ข้างในปราสาทก็จะมีการจัดแสดงประวัติของประเทศ แล้วก็ยังเก็บของเก่าโบราณที่ขุดพบในเมืองนี้ด้วย ก็เป็นความรู้ทางประวัติศาสตร์ไปอีก

ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 11 EUR , เด็ก 5 EUR , นักเรียน – นักศึกษา 7 EUR

เวลาเปิด-ปิด : พ.ย.-มี.ค. 8am-6pm , ก.ค.-ส.ค. 8am – 9pm และนอกนั้น 8am – 8pm

ทางเข้าปราสาท ข้างในมีขายของที่ระลึก ร้านอาหาร แล้วก็ MUSUEM ด้วยนะ
มาหามุมถ่ายรูปชิคๆกันหน่อย
อากาศค่อนข้างเย็นประมาณ7-8 องศา เราใส่แค่โค้ทตัวนึงข้างในเป็น Heatech ก็เอาอยู่นะ
ปราสาทแทบทุกที่ๆไปมาบันไดเยอะ ทางลาดชันก็เยอะนะครับฮ่าๆ เหมือนได้ออกกำลัง
มุมนี้แหละมุมในตำนานที่ถ่ายออกมาจากปราสาทนี้เลย สวยอย่างกับบินโดรนไปอีก

ผ่ามๆ และนี่คือของที่ระทึกเอ้ยระลึก ที่เราคิดว่าเจ๋งสุดที่มาเยือนสโลเวเนียแล้ว ก็คือกระดาษสลักด้วยชื่อของเราเอง ราคา 8 EUR มันพิเศษตรงที่ มีอันเดียวในโลกนะ เราสามารถเลือกกระดาษ ตราปั๊ม ตัวอักษรเองได้หมดเลย และที่สำคัญคนที่นี่หน้าตาดีมาก ทั้งผู้ชายผู้หญิงเลยนะ เหมือนหลุดออกมาจากโลกของเทพนิยายจริงๆ อย่าเพิ่งเชื่อเรา คุณต้องมาเจอให้เห็นกับตาตัวเอง

นี่ก็อีกคนที่เรานึกว่าหลุดออกมาจากเทพนิยาย นึกว่าอัศวินที่ขี่ม้าพกดาบอะไรแบบนั้นเลยพวกคุณ

Ljubljana,Slovenia

และแล้ว เราก็มุ่งหน้าเข้าสู่เมืองหลวงของประเทศนี้ ใช้เวลาประมาณ 45 นาทีขับรถจาก Bled ถึง Ljubljana เป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่ที่สุดและมีแม่น้ำไหลตัดผ่านกลางเมือง ตรงกลางเมืองเค้าจะเรียกว่า old town สถานที่สำคัญก็จะอยู่ติดกันหมดเลย สามารถเดินไปถึงได้หมด เช่นพวกโบสถ์ ตลาด ที่นั่งชิว สวนสาธารณะ  ก็จะรวมกันตรงนี้หมด เราจะเที่ยวเมืองนี้ด้วยการเดิน ป่ะลุย

บรรยากาศมีความชิวมาก ผู้คนดูslow life กันจริงๆนะ ดูทุกคนเค้าไม่มีความเร่งรีบใดใดในเมือง

คืนนี้พวกเราพักกันที่ปราสาทเก่า ฟังไม่ผิด ปราสาทเก่าจริงๆขอรับ เค้าเอามาปรับปรุงใหม่แล้วเป็นโรงแรม ชื่อว่า Antiq Palace – Small Luxury Hotels Of The World รู้สึกได้ถึงความเป็นเจ้าชายและเจ้าหญิงของพวกเรามั้ย

ห้องนอนเป็นแบบ connect กับห้องข้างๆ ประตูห้องก็จะเยอะและงงๆหน่อย เพราะมันคือปราสาทเก่า
ปั่นจักรยาน Slowlife กันไปไหนคนประเทศนี้

เดินข้ามสะพานมาเรื่อยๆก็จะเจอย่าน Town square คนจะเยอะช่วงเย็นๆเพราะเค้าออกมาหาอะไรกินกันที่นี่

เราจะไปแถวสะพาน Triple Bridge (Tromostovje) สะพานที่เชื่อมเขตเมืองเก่าและเขตเมืองใหม่ แม่น้ำกั้นกลางคือแม่น้ำลูบลิยานิจา (Ljubljanica) ทำขึ้นโดยบุคคลนี้ Plecnik. จุดนี้เป็นจุดที่เหมือนคนทั้งเมืองจะมารวมกันตรงนี้หมดแล้วมาชิว มาslowlife กันอ่ะ

แถวนั้นคือมีทั้งร้านอาหารเครื่องดื่ม บาร์เรียงรายเป็นตับ แล้วพฤติกรรมคนที่นี่นะ เค้าจะชิวมาก  ยิ่งถ้าวันไหนเป็นวันหยุดหรืออากาศดีดีนะ ตอนเราไปขนาดไม่ใช่วันหยุด มีแต่คนออกมานั่งคาเฟ่ นั่งบาร์แล้วเม้ามอย สวนสาธารณะก็เข็นลูกมาเดินเล่นกันชิวโคตร นี่ก็นึกอยู่ในใจว่าคนที่นี่เค้าทำงานกันตอนไหน โอ้โหคือรักในความชิวนี้ การมาเมืองนี้ทำให้เราเข้าใจบรรยากาศของคำว่า slow and beautiful life ของจริง

เค้าว่ากันว่าถ้ามาถึงเมือง ลูบลิยานา แล้วไม่มากินของเด็ดของที่นี่จะถือว่ามาไม่ถึง เบอร์เกอร์เนื้อม้านั่นเอง นี่เราลงทุนเดินกว่า 2 กิโลเมตร จากที่พักเพื่อมาลองโดยเฉพาะเลยนะ ร้านนี้ชื่อว่าร้าน Hot Horse เป็นร้านที่ขายแต่เบอร์เก้อชิ้นใหญ่โตมโหฬารมากแกร กินหมดชิ้นนี่ยอมใจ โคตรจุก ราคาประมาณ 8 EUR พออิ่มท้องก็ไปเดินเล่นในเมืองกันต่อ

สวนสาธารณะกลางเมืองที่เราเดินผ่าน มันใหญ่มากกว้างมาก ทุกคนออกมาเดินเล่นตอนเย็นกัน
เป็นเมืองที่คนน้อยจริงๆอ่ะ ถนนก็โล่ง ทางเท้าก็โล่ง ดูสบายตาไม่แออัด
เราเดินวนแถวๆนี้ Presernov trg (preseren Square)
บรรยากาศมีความดิบอยู่มากเลยทีเดียว

Mestni trg(town square) เป็นเหมือนศูนย์รวมคนทั้งจังหวัด ถ้าเปรียบเป็นญี่ปุ่นก็ 5แยกชิบูย่าอะไรทำนองนั้น บรรยากาศในเมืองนี้ตอนเย็นคือชิวมาก คนออกมานั่งสังสรรค์เม้ามอยหอยสังข์

Dragon Bridge หรือที่เรียกกันว่า สะพานมังกรจะมีมังกรอยู่ตรงหัวสะพาน เป็นLand mark ของที่นี่หรือจะล่องเรือชมวิวเมืองก็ได้นะ ใครมาเมืองนี้ต้องมาดูให้เห็นสักครั้งในชีวิต เพราะมังกรคือสัญลักษณ์ของเมืองนี้

อันนีคือเทพนิยายมาก พระอาทิตย์กำลังจะตกดินพอดี
ล่องเรืือชมเมืองก็ได้นะ แต่พวกเราไม่ได้นั่ง ฮ่าๆ
Mesarski most เป็นรูปปั้นที่อยู่ตรง The Butchers’ Bridge สะพานเดียวกับที่เค้ามาคล้องกุญแจกัน

พิกัด ของรูปปั้น Mesarski mos กดคลิ๊กโลด ถือเป็นรูปปั้นที่แปลกตามาก มีความน่ากลัวและหลอนเบาๆ ส่วน The Butchers’ Bridge เค้าบอกว่าเป็นสะพานแห่งความรัก

Triple Bridge (Tromostovje) เป็นสะพานที่ตัดผ่านกลางเมือง ตรงย่านนี้มีคนมาคล้องกุญแจ ที่ The Butchers’ Bridge อย่างกับ Seoul Tower ฮ่าๆ

และแล้วเราก็ได้ไปบังเอิญเจอกับคอนเสิร์ตท้องถิ่นในเมือง จัดดีมากซาวน์ยิ่งใหญ่อลังการ และที่ประทับใจมากคือ เค้าแจก Hotdog น้ำแล้วก็โดนัทฟรีด้วย คือสวัสดิการที่นี่ดีโคตร คอนเสิร์ตฟรีแล้วยังแจกของฟรีอีก ประทับใจ

เบียร์แก้วนี้ราคาเพียง 1.5 EUR เท่านั้นถูกโคตร ถูกขนาดนี้แจกฟรีเถอะพี่จ๋า
ตอนกลางคืนเงียบเหงา ร้านค้าและพวก Supermarket ก็ปิดหมดแล้วแต่ดันหิวตอนกลางคืนด้วยเนี่ย แง

Day 3 Slowlife ก่อนกลับออสเตรีย

ตื่นเช้ามาเราจะมาเดินเล่นตรง The Butchers’ Bridge (อีกรอบ) ที่เดิมที่เมื่อคืนมาแล้ว ฮ่าๆ ก่อนขับรถกลับออสเตรีย นี่เป็นโบสถ์ที่ต้องมาถ้ามาเยือนเมืองนี้

อยู่ตรงหน้าสะพาน The Butchers’ Bridge เลย เป็นโบสถ์สีชมพูเด่นสะดุดตามาก ชื่อว่าโบสถ์แม่พระรับสารฟรานซิสกัน (Franciscan Church of the Annunciation) ถูกสร้างขึ้นเมื่อ ค.ศ.2008 และได้รับการยกย่องว่าเป็นอนุสาวรีย์ทางวัฒนธรรมระดับชาติของสโลวีเนียเลยด้วยนะ

ประตูโบสถ์ก็จะมีใบหน้าของพระสันตะปาปา ของนิกายโรมันคาทอลิคอยู่
ปิดท้ายกับเมืองนี้ด้วยอาหารทะเล เป็นปลา Seabass สดมากและไม่คาวเพราะตรงย่านนั้นมีตลาดปลาอยู่ด้วย ที่สำคัญราคาไม่แพงด้วยนะ

สโลวีเนียเป็นเมืองที่โคตรจะชิวใครที่มีแพลนจะไปยุโรปอยู่แล้ว ถ้ามีเวลาสัก 1-2 วัน อยากให้วาร์ปมาเมืองนี้มาชิวๆ จะได้ฟีลที่ไม่เหมือนไปออสเตรีย Bled นี่เทพนิยายเลย ส่วน Ljubljana ก็เริ่ดอยู่ ทั้งบรรยากาศ ผู้คน หน้าตาคนประเทศนี้อย่างกับอัศวินเลยแกร จริงๆ นึกว่าหลุดดออกมาจากนิยาย มังกรเอย รูปแบบสถาปัตยกรรมเอย บรรยากาศเอย สักครั้งอยากให้ทุกคนมา Slow life in Slovenia

LEAVE A REPLY