เมิงก็รู้ที่นี่ โอมาน!! สุดยอด roadtrip แห่งตะวันออกกลาง

0
5569

นี่คือ 1 ใน roadtrip ที่สนุกที่สุด สวยที่สุดและเหมาะแก่การรวมแก๊งเพื่อนๆไปเที่ยวที่สุด=
และที่สำคัญใช้งบน้อยสุดๆเชื่อว่าหลายๆคนน่าจะรู้จักโอมาน แล้วเนื่องจากมี
หลายๆเพจ หลายๆคนทำรีวิวไปแล้วแต่เอาเป็นว่า ผมกล้าพูดได้เต็มปากว่าโอมาน
คือ 1 ในทริปที่ประทับใจที่สุดทริปนึงเลยในชีวิตถ้าพูดถึงโอมานมันมีอะไรอยู่ที่ไหนฟังทางนี้ทุกท่าน

    • โอมานอยู่ติดกับดูไบเอาง่ายๆว่าสามารถขับรถมาได้เลย
    • โอมานมีถนนที่ดีมากๆๆๆๆๆๆๆๆ ขับรถที่นี่คือสนุกมากให้ตายเถอะ หลุมบ่อแทบไม่เห็น
    • วิวระหว่างทาง เล่นใหญ่มากๆๆๆๆ รัชดาลัยมาก คือสวยด้วยภูเขาที่ใหญ่ยักษ์คือดีมาก
    • โอมานแม่งรวมฮิตมากมีทั้งเมือง มีทะเล มีภูเขา มีทะเลทราย คือมาที่นี่เปลี่ยนวันละแบบ
    • คนที่นี่น่ารักมาก เป็นมิตรมากก มีน้ำใจสุดเจอหน้ากันแค่รู้ว่าเราเป็นนักท่องเที่ยว เดินเข้าช่วยประดุจเป็นญาติพี่น้องที่พลัดพรากเพิ่งตามหากันเจอ
    • เที่ยวที่นี่ถูกมากโรงแรมมีหลายราคาที่เที่ยวส่วนใหญ่ไม่เสียเงินน้ำมันถูกเช่ารถขับคือฟินมาก
    • วาดิ หรือ โอเอซิส ที่นี่ ไม่ต้องกลัวว่าที่เที่ยวคนจะล้นหลามทุกที่มี นักท่องเที่ยวจำนวนที่กำลังดี
    • ( ณ ตอนนี้นะ ) เรียกได้ว่าไปไหนก็สะดวก
    • ประเด็นสำคัญอีกอันคือที่นี่ถ่ายรูปสวยมากชิคมากแกร อารมณ์ประหนึ่งฟ้าจรดทรายถ้ามาควรแต่งตัวจัดเต็มเอาให้คุ้ม
    • ข้อเสียบ้าง ส่วนตัวเห็นหลักๆ 3 ข้อแค่นั้น
      1.
      ไม่มีแอลกอฮอล์ให้กิน ทั้งๆที่บรรยากาศน่าชิวมากสำหรับคนที่ชอบ
      2.
      ไม่ชอบอาหารแขก ใครชอบก็ตัดข้อนี้ไปครับ
      3.
      ที่เที่ยวบางที่ มันธรรมชาติมาก จนยังไม่มีเจ้าหน้าที่ดูแลทั้งเรื่องความปลอดภัยและความสะอาด (บางที่ )
    • แต่ดูรวมๆแล้วมีเสน่ห์เหลือเกิน ผมขอประกันเลยว่าใครไปก็ประทับใจถูกและดี ยังมีอยู่จริงเชิญพบกับเมิงก็รู้ที่นี่โอมาน ถึงเวลาเตรียมตัว + ค่าใช้จ่าย

visa
สำหรับวีซ่าโอมานเราสามารถ visa on arrival ได้เลยโดยเมื่อลงสนามบินก็จะมีช่องสำหรับทำวีซ่า ราคา 5 เรียลหรือโอมานประมาณ 500 บาท

ที่พัก
เนื่องจากเป็น Road Trip เราเลยนอนคืนละที่ทั้งหมด 5 คืน Muscat / Sur / Wahiba Sand / Jabal Sham / Muscatโรงแรม 5 คืน : 5,910 บาท

Internet
เราใช้ Sim card ของ Oredoo ซื้อได้ที่สนามบินเลย เน็ตเร็วเป็นบางพื้นที่ ตามป่าเขาสัญญาณหาย 500 บาท

Rent Car
เช่ารถเข้าจาก web rental car ของ บริษัท Budget
ทั้งหมด6 วันราคา 344.39 us ภาษี สนามบิน อีก 5 เรียลโอมาน
รวมราคา 12,725 บาท
เราไปกัน 6 คน ได้รถเป็น  land cruiser ก็คือคันเดียวเลย
เก็บกระเป๋าได้ด้วย
และเราเลือกแบบมีประกันรถด้วย
เพิ่มพันกว่าบาทแต่สบายใจ ดีกว่าเอารถเค้าไปชนไม่คุ้มแน่นอน
ตกคนละ 2,120 บาท

น้ำมัน
ตก 2,250 บาททั้งทริป
หารคนละ 375 บาท

Desert transport
1 คืนเรานอนกลางทะเลทราย เราจึงเช่ารถ
ให้มารับเข้าทะเลทราย 2 คัน
คันละ 30 เรียลโอมาน ตกคันละ 3,000
สรุปคนละ 1,000 บาท

อาหาร
ตก 2,000 บาท

แลกเงิน :
SuperRich สีเขียว

ประกันการเดินทาง

ใช้ประกันของ ไทยวิวัฒน์ ซึ่งจริงๆประกันการเดินทางเพิ่งมาเป็นสิ่งที่เห็นความสำคัญช่วงหลังๆ
จากการอ่านรีวิวมาเยอะๆเพราะในต่างประเทศหากเกิดอะไรขึ้นจะค่อนข้างลำบาก
ไม่ว่าจะอุบัติเหตุหรือเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดมาก่อน
ซึ่งประกันการเดินทางจริงๆก็คิดตามจำนวนวันและ ใช้เงินแค่ 200 กว่าบาทแบบเบสิค แต่
เที่ยวแบบสบายใจกว่าแน่นอนเพื่อขับรถไปเผื่อเจออูฐกัดไรแบบนี้ไม่ต้องสำรองจ่ายค่ารักษาเองก่อนสบายใจ
หรือใครพกของมีค่าไปเช่นพวกกล้องไรงี้ก็เพิ่มความคุ้มครองได้ กรณีของในกระเป๋าหายก็มีประกันช่วย เช่น เอากระเป๋าไว้ในห้องพักโดนขโมย หรือกล้องพังจากการโหลดกระเป๋า  แต่ที่ชอบที่สุดคือสามารถโทรติดต่อ Call Center ของไทยวิวัฒน์ ได้ตลอด 24 ชมคุยกันด้วยภาษาไทยเพื่อช่วยประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอันนี้แหละสำคัญลองนึกภาพดิไปเกิดเหตุที่ต่างประเทศมีความวุ่นวายด้านภาษา และด้วยความที่แต่ละประเทศที่ไป ก็มีภาษาท้องถิ่น มีคนพูดอังกฤษได้ไม่เยอะนี่แหละสำคัญมากที่สุดเลยตามสโลแกนคุ้มครองทุกเรื่องไม่คาดคิดมากกว่าที่คุณเคยเข้าใจ
ข้อมูลตามลิงค์ด้านล่างนี้เลย   http://thaivivat.co.th/ecommerce/th/gtip.php

เครื่องบิน
เราบินโดย AirAsiaX ผู้สนับสนุนตั๋วเครื่องบินมาส่งเราในการผจญภัยครั้งนี้
สรุปรวม 6วัน 5คืน
10405 บาทต่อคนไม่รวมตั๋วเครื่องบิน

DAY 1 In Muscat

เราออกจากดอนเมืองเวลา : 15.30 .
ใช้เวลาเดินทางทั้งหมด 5 ชม.
ถึงสนามบินเมือง Muscat  เวลาโอมาน : 6 โมงกว่าๆ
เกือบๆทุ่มนึง ที่โอมานเวลาจะเดินช้ากว่าไทย 3 ชั่วโมง
ต้องบอกว่าครั้งแรกที่ ย่างเท้าเข้ามา สนามบินมัสกัต ไม่ได้คึกคักมากเท่าไหร่
อาจจะเป็นเพราะที่นี่ ไม่ได้มีประชากรอะไรมากมายด้วย

และก็เราเริ่มต้นด้วยเข้ามาถึงต้องทำวีซ่าก่อน คนละ 5 เรียลโอมาน

ตุนกระเพราก่อนลงลุย

ถึงปุ๊ป เข้ามาได้ปั้ป ซื้อซิม Oredoo (จะบอกว่าส่วนตัวที่ลอง บางพื้นที่เล่นไม่ได้ระหว่างขับรถ)
เป็นไปได้ว่าอาจจะมียี่ห้ออื่นที่ดีกว่า แล้วที่นู่นต้องโหลดโปรแกรมพวก VPN ถึงจะเล่น line fb ได้

หลังจากได้ซิมใช่มั้ย ก็ไปเอารถที่เราเช่าไว้ ซึ่งร้านมันเยอะมาก
แต่ร้านที่เราเลือกคือ Budget คนต่อคิวเยอะมากแต่อันอื่นนี่คือโล่งเลย
เพราะไอ้คนจัดการเรื่องเอกสาร เหมือนตัว สลอต มากคือทำทุกอย่างโคตรช้า !!
แบบเอ็งไม่แคร์คนต่อคิวทั้งหมดเลย และเป็นการเช่ารถที่รอนานชิพ -“-
ส่วนเอกสารเช่ารถที่นี่ ก็ไม่มีไรมากเลย แค่ใบจอง
กับใช้ใบขับขี่ไทยได้เลยนะ ไม่ต้องทำแบบสากลมาให้วุ่นวายจิตใจ

สมาชิกทริปนี้

สรุปแม่เจ้าได้รถตอน 3 ทุ่ม !! ออกมาได้ 100 เมตร หลง !!
และมีความงงงวย ใครไม่เคยขับพวงมาลัยซ้าย ต้องใช้เวลาซักพักกว่าจะชิน
มันเป็นความรู้สึกเดียวกับ เขียนหนังสือมือขวามามือซ้าย
และบอกเลยว่าประกันรถยนต์ยังไงก็ควรเอา
เพราะนี่จะชนหลายทีมากจากความงง  ส่
วนตัวช่วยในการเดินทางคือ Google Map พี่แกให้ไปไหนเราก็ไป
หลังจากนั้นเราก็ขับเข้ามาในเมืองใช้เวลาไม่นานมาก
ถึงโรงแรม Pioneer hotel เป็นโรงแรมที่ดู โอเคมาก ห้องสวย สะอาด

มีเวลคัมดริ๊งด้วย

โรงแรมที่นี่ราคาคืนละ 1,800 บาท หลังจากเก็บของเสร็จ
ด้านข้างก็จะมี ร้านพวกมินิมาร์ทด้วย ออกไปหาอะไรกิน
แล้วจึงกลับไปนอนคืนแรก

วันแรกหลักก็เหมือนกับวันเตรียมตัวมากกว่า
กว่าจะทำวีซ่า กว่าจะเอารถ เอาซิม ชินพวงมาลัยซ้าย หาโรงแรมหาข้าวกิน
ถ้าใครบินมาถึงเย็นไม่ต้องไปยัดโปรแกรมเที่ยวให้วุ่นวายเน้นเคลียทุกอย่างกันก่อน
พรุ่งนี้เราจะได้ออกไปลุยออกจริงกัน

วันที่ 2 in sur เมืองชายหาดที่โคตรคูล

ตื่นเช้าลงมากินข้าวที่โรงแรม สั่งสปาเกตตี้คาโบนาร่าไป ราคา 3 เรียลรสชาติพอกินได้
ที่โรงแรมจะมีสระว่ายน้ำอยู่ชั้นบน ก็สามารถขึ้นไปชิวๆกันได้
ก่อนออกจากโรงแรมขึ้นไปถ่ายรูปบนดาดฟ้ากันก่อน จะเห็นวิวรอบๆ
แต่จะบอกทุกคนว่าวิวนี้มันแค่น้ำจิ้มเท่านั้น !

วิวจากชั้นบน คือฟิน

แค่วิวจากโรงแรม ก็งามมากๆแล้ว


และเราก้ออกออกจากโรงแรมประมาณ 10.30 . แต่รถยางรั่ว !!! ฝืนขับออกมาที่ปั๊มเชล เพื่อมาเติมลม สรุปคือ จุกยางหายยย พอเติมลมปุ้ป เราก็คิดไม่ออกว่าจะต้องไปเช็คลมหรือยังไง สรุปคือก็ขับออกไปแบบนั้น ซึ่งวันนี้เราจะขับรถไปจบที่เมือง SUR จะบอกว่าวิวระหว่างทางในโอมาน อลังกาลมากก สวยมากกก แม่งเหมือนหลุดเข้าไปอีกโลก
มีเขาสูงๆสวยๆ ตลอดทางเอาเป็นว่าแค่ดูวิวระหว่างทางก็ฟินละครับ 

ส่วนวิธีเดินทางใช้ Google Map ล้วนๆครับ

ระหว่างทางก็แวะตลาดแปป

แวะซื้อชุดเพื่อจัดเต็มไว้ถ่ายรูป ชุดผู้ชายตกประมาณ 8 เรียล เสื้อกับผ้าคลุมหัว ราคาต่อไปเยอะๆเลย

ระหว่างทาง ตรงไหนสวยก็แวะถ่ายรูปซะ

ก่อนที่เราจะแวะไปที่
Bimmah Sinkhole ที่นี่เป็นหลุมธรรมชาติ ขนาดใหญ่ ตำนานเล่าว่า ที่นี่ก็เกิดจากอุกกาบาต แต่ก็มีนักวิทยาศาสตร์มาแย้งว่าเกิดจากปรากฎการณ์ ธรรมชาติอื่นๆ และที่อยากบอกคือที่นี่ไม่ต้องจ่ายค่าเข้า เราเข้าไปถึงคือสวยมาก น้ำเขียวใส ที่สำคัญถ้าเราเอาเท้าจุ่มลงไป จะมีปลาตัวเล็กมาตอดเหมือนสปาเท้าเลย และตรงสุดทางจะมีให้ปีนกระโดดเล่นน้ำได้ เราก็เจอเจ้าถิ่นท้าทายเลยกระโดดกันอย่างสนุกสนาน

วัยรุ่นโอมานโดดน้ำกันอยู่ จะมีเชือกให้ปีนขึ้นไป

และเราออกจากที่นี่เวลา 15.30 พอดี ตามแพลนครับผม !! เรามาถึงอีกที่นึงคือ Wadi Shab ซึ่ง wadi ที่โอมานก็คือเหมือน โอเอซิส กลางทะเลทรายนั่นเอง มาถึง 16.30 นั่งเรือข้ามมาคนละ 1 เรียล ไปกลับ แต่เนื่องจากเราเห็นชาวถิ่นเค้าเดินข้ามเอา เราก็เดินสิครัช น้ำจะลึกประมาณเข่า มีความดูดตีนมาก มีความเสียว เอาเป็นว่าใครมาชอบท้าทายเดินข้ามโลด ใครเลือกปลอดภัยเรือครับ

เดินตามเจ้าถิ่นเลยครับชิวๆ


หลังจากข้ามมา เราก็ผจญภัยกันสุดๆ เดินข้ามเขามาเรื่อย ๆ เดินแบบไม่มีพัก ประมาณ 1 ชั่วโมง ผมย้ำอีกครั้งนะครับ 1 ชมลึกมาก เหมือนไม่รู้จะไปจบลงตรงไหน จะมีเหมือนสีแดงตามหิน แบบมีคนมาฉีดสีไว้บอกทาง พอสุดทางจากสุดนี้จุดที่พีคสุดคือ ข้างในถ่ำที่มีน้ำตก แต่ต้องว่ายน้ำเข้าไปเท่านั้น น้องตากล้องของเรา ว่ายไปได้ไม่ไกล คือตะคริวกินจมน้ำ ดีที่มีชาวโอมานแถวนั้นช่วยชีวิตไว้ จะบอกว่าคนเข้าไป ต้องว่ายน้ำแข็งมาก!! เพราะ น้ำลึกมากว่ายยากมาก ที่สำคัญคือแทบไม่มีจุดพักเลย แนะนำถ้าอยากดูจริงๆควรมีคนที่นั่นพาไป ไม่ก็มีชูชีพ พกมาเลยครับ เพราะในนั้นมันไม่มี เจ้าหน้าที่ดูแลนะครับ มันปล่อยตามธรรมชาติเลย สุดท้ายอยู่ข้างแปปเดียวโคตรอันตรายอันนี้พูดจริงๆ แต่ข้างในสวยมาก ตอนกลับฟ้ามืดอีก มองไม่เห็นอะไรเลยอันตรายอีกเช่นกัน แนะนำว่าให้มาตั้งแต่บ่ายเพราะที่โอมานมืดเร็วมาก ต้องใช้ไฟจากมือถือกว่าออกมาอีก 1 ชม.แบบไม่เห็นทางเลย และในที่สุดออกมาได้ เฮ้ยยย รอดชีวิตละเว้ยยยยยย

เห็นแบบนี้คือโคตรสูง

นี่คือต้นทางสู่ความอันตราย และ สวยงาม

หลังจากนั้นจึงออกรถมาด้วยความหิวโหยยยย ไปถึงเมือง  SUR และกินร้านอาหารริมทะเล รสชาติก็พอกินได้สำหรับผม ส่วนคนชอบอาหารแขกน่าจะอร่อย

ห้องพักของเรา


จบวันเราจึงเข้าพักที่โรงแรม Al Ayjan Plaza Hotel โรงแรมนี้มีทีเด็ดรอเจอได้พรุ่งนี้เช้า

____________________________________________

DAY 3 CAMP กลางทะเลทราย Wahiba

ออกจากโรงแรม 10 โมง และด้านหลังโรงแรม นี้เราสามารถปีนเขาเล็กๆหลังโรงแรมได้ แต่ได้เห็นวิว ระดับหมื่นล้านคือเห็นทั้งเมือง SUR สวยมาก ยังไงต้องแวะมาถ่ายรูปเดินขึ้นมาหน่อยแต่คุ้มค่ามาก แม้อากาศจะร้อนจน แร้เปียกที่ภาพที่ได้นี่อวดได้ยันชั่วลูกชั่วหลาน จบจากการถ่ายวิว

อลังกาลเบอร์นี้เลย


วันนี้เราจะไปนอนกันที่ทะเลทราย Wahiba ขับมาแวะเติมน้ำมันไป 14.5 เรียล = 1,400  และก่อนไป เราแวะอีกที่ก่อนคือ Wadi Bani Khalid  ตอน 2 โมง สวยมากมาก ที่นี่จะบอกว่าน้ำน่าเล่นมาก ที่เจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัย คือคนละเรื่องกับเมื่อวานเลย อันนี้ผมบอกเลยว่านี่คือ The Must อีกที่ในโอมาน

อีก 1 ความประทับใจ คือชาวโอมานมีน้ำใจมาก เห็นเราพันหัวไม่สวยพี่เค้าก็อาสามาทำให้ฟรีๆ โดนไม่ต้องการอะไรและเราได้รับน้ำใจแบบนี้บ่อยมากๆตลอดทาง

เจออูฐระหว่างทางก็เลย ต้องลงไปเจอกันซะหน่อย



ลาตัวนี้ขี่ได้ แต่เสียเงินนะ

และเราก็เดินทางต่อ ระหว่างทาง เจออูฐ เจอลา เจอแพะ ตลอดทางเลยจ้าา แล้วอีกอย่างเลย ตลอดทางที่มา สวยสุด ๆ คุ้มค่ามากที่ได้มา และเราก็เดินทางต่อไปยัง

ระหว่างทางก็แวะอีกครั้ง บอกเลยว่าทริปนี้เราแวะตลอดทางจริงๆ สวยทุกที่ทุกมุม

จุดนัดพบที่นัดกับรถที่จะพาเราเข้ายังโรงแรมกลางทะเลทรายนะครัช นั่นก้คือปั๊มเชลนั่นเอง พอเจอกับคนขับรถปุ๊ป เราก็ขนของขึ้นรถปั๊ป ใช้เวลาเดินทางเข้ามายังโรงแรมทั้งหมด 40 นาที ค่ารถก้คันละ 30 เรียลนะครัชช คือแบบว่า ตื่นเต้นมาก เพราะเราจะต้องไปพักในโรงแรม อยู่กลางทะเลทรายเลย และผมแนะนำให้เลือกเอาแบบคนมารับดีสุด ขับเองอาจจะพลาดพลั้งได้

How to เข้าที่พัก 1.ขับเอง 2.ให้เค้าขับนำ 3.ให้เค้ามารับ



หลังจากนั้นเราจึงเดินทางมาถึงที่ 1000 Nights Camp พอมาถึง พนักงานโรงแรมต้อบรับดีมากกกก แถมยังอัพเกรดห้องพักให้เราด้วย นี่คืองงจองเป็นห้องเต๊นง่อยๆ เพราะถูก อัพเกรดให้เป็นห้อง แบบเป็นหลังเฉย อาจเป็นเพราะแขกน้อยด้วยมั้งช่วงที่ไปที่เค้าดูแลกันดีมาก ประทับใจแล้วประทับใจอีก หลังจากนั้นจึงนั่ง jeep ไปดูพระอาทิตย์ตกดินกัน คือโลเคชั่นสวยมากมากกกกกกก

อาบน้ำแบบโอเพ่น

ข้างในจะมีคอกเลี้ยงสัตว์ต่างๆมากมาย

โคตรสวยให้ตายเถอะ


พอดูเสร็จเราก็กลับมากระโดดน้ำสระกัน เพื่อรอเวลากินข้าวเย็น เวลา ทุ่มครึ่งนั่นเอง พอถึงเวลาปุ้ป เราไม่รอช้า
เป็นกลุ่มแรกที่ไปสแตนบายรอแดกข้าว กันเลยทีเดียว อาหารเป็นแบบบุฟเฟ่ อร่อยเว่อร์ กินข้าว กลิ่นไม่แรงมาก มีสลัด ซุปข้าวโพด บาร์บีคิวไก่และแกะ มีผลไม้ ขนมหวาน บริการดีเยี่ยม สุดยอดไปเลยยยยย พอกินข้าวเสด เราก็แยกย้ายกันเข้าห้องของตัวเอง จะบอกว่าประทับใจที่นี่มาก บรรยากาศทะเลทรายล้อมรอบ อารมณ์แบบคือถ้าไม่มีใครช่วยก็ตายที่นี่แหละ 5555 จบวันนอนต่อ

ความชิวของชีวิต สระว่ายน้ำเปิดตลอด 24 ชม.

____________________________________________

DAY 4 NIZWA and JABAL SHAM

วันนี้ตื่นมาชิวๆในโรงแรม ที่นี่มีกิจกรรมให้ทำเยอะอยู่ ไม่ว่าจะออกไปดูพระอาทิตย์ขึ้นตอนเช้า หลังจากนั้นก็มี ขี่อูฐ เล่น sand board และจะบอกว่าทั้งหมดนี้ไม่เสียเงินเพิ่มแล้ววว คือดีมาก ถ้ามาหน้าหนาวคงฟินมาก

น้องอูฐที่นี่ ไม่เสียเงินเพิ่มนะครับ สามารถใช้บริการได้เลย

ชีวิต มัน extream นิดนึงก็ต้องมีคว่ำกันบ้าง

หลังจากเล่นเสร็จแรงหมดแต่เช้า เราเดินทางจากโรงแรมประมาน 10 โมง ถึงตรงที่จอดรถทิ้งไว้ 11 โมงพอดี
ใช้เวลาเข้าออกทะเลทราย ประมาณ เกือบ 1 ชม.

แค่ข้างทางมันยังสวยเลยคิดดู

หลังจากนั้นเดินทางมายังเมือง Nizwa และเดินทางไปยัง Nizwa fort ใช้เวลาเดินทางทั้งสิ้น 4 ชั่วโมง เพราะหลงทางตลอดเส้นเลยจ้า ค่าเข้า Nizwa fort คนละ 0.500 เรียลเท่านั้น ซึ่งในนั้นก็จะมีประวัติ ของโอมาน ส่วนตัวในนี้ไม่ค่อยมีอะไรเท่าไหร่ถ้าเทียบกับ Museum ของหลายประเทศ

หลังจากนั้นเราเดินทางหา เคเอฟซีกินกันครับผม เจอห้างสรรพสินค้าชื่อ Nizwa mall เราแวะกิน kfc กัน มันบดอร่อยกว่าที่ไทยมากมากกกกกก นี่แหละที่ไหนมี เคเอฟซี ที่นั่นเราอยู่ได้

หลังจากกินเสร็จ เราก็ออกเดินทางไปยัง Jabal Sham เขาที่สูงที่สุดของของโอมาน และเราจองที่พักไว้ด้านบนเขาเลย ชื่อ Sunrise Resort เราออกจากห้างประมาน 17.30 . เดินทางถึงที่พักเวลา 19.30 . ซึ่งบอกเลยว่า เส้นทางที่มา ท้าทายชีวิตมากเพราะเป็นการขับรถขึ้นเขาแล้วเราดันขับมาถึงตอนมืด แรกๆถนนก็โอเค ขับไปซักพัก ถนนหายเหลือแต่ดินลูกรัง และด้านข้างรถเราเป็นเหว แบบไม่มีอะไรกั้น จะบอกว่าอันตรายมากครับ แล้วเรายิ่งไม่ชินทางด้วยควรมาตอนสว่างเท่านั้น นี่คือมืดหมดมีแค่ไฟรถ ทำให้เราต้องค่อยๆขับ แต่ในที่สุดเราก้เดินทางมาถึงอย่างปลอดภัย อากาศบนที่พัก น่าจะเป็นเลขตัวเดียวได้ คือหนาวเลยหละ เราจึงก่อกองไฟ หาอะไรกินกัน  เราจุดไฟกันจนถึง 4 ทุ่ม แล้วก็แยกย้ายเข้านอนเพื่อตื่นเช้าไปดูพระอาทิตย์ขึ้นกัน

_____________________________________________

Day 5 Jabal Sham & Back To Muscat

ตื่นนอนดูพระอาทิตย์ตอนตี 5.30 . เพื่อดูพระอาทิตย์ขึ้นจากปลายภูเขา พอ 7 โมงเราก็กินอาหารเช้า ราคาคนละ 3 เรียล กินอะไรก้ได้ ไข่เจียวชีสอร่อยมากมากกก

หลังจากกินข้าวเสด แยกย้ายอาบน้ำ และหลังจากนั้นเราจึงออกเดินทางไปตรงหน้าผา เดินไปไกลมากกกกกกกก ใช้เวลาเดินไปกลับประมาณ 1 ชั่วโมงได้ แต่จะบอกว่าคุ้มค่ามาก หากไม่เดินมาก็ไม่รู้เลยว่าจะเจอสวยขนาดนี้ เพราะวิวตรงหน้าผาคืออลังกาลมากและสวยมาก

ธรรมชาติช่างยิ่งใหญ่

ฝูงแกะภูเขา มีจ่าฝูงด้วย

หลังจากนั้นเราเช็คเอ้าตอน 11.30 . เดินกลับลงมาข้างล่าง ระหว่างทางสวยงามมากๆ ทุกนาทีในการเดินทางคือโมเม้นที่เราตื่นเต้นตลอดเวลา

AsiaAs

พอลงมาถึงข้างล่าง เราก็แวะซื้อของเติมน้ำมัน เติมไป 15 เรียล และเรากก็เดินทางไปยัง  Bahla fort จะบอกว่าสวยใหญ่แต่ไม่มีดีเทลอะไรเลย เอาตรงๆถ้าใครไม่ได้อยากมาถ่ายรูปจริงๆ ข้ามตรงนี้ไปก็ได้ ส่วนตัวคือเฉยๆ ถ้าเทียบกับทั้งหมดที่เจอมา


 

จากนั้นเราก้ออกเดินทางมุ่งหน้าไปยัง Muscat อีกครั้ง พอมาถึง มัสกัตก็โดนตำรวจเรียกครับ เพราะดันดูแผนที่จากมือถือไง คือเค้าไม่ให้คนขับเล่นมือถือ สุดท้ายโดนแค่ตักเตือนท่านก็ปล่อยเราไป ใจดีจัง และเราก็มากินร้านอาหารไทย และเราก้เดินทางมาถึงร้านอาหารไทย เวลา 16.30 . เราสั่งอาหารกินกันอย่างบ้าคลั่ง ทั้งหมด 40 เรียล ต้องบอกว่าราคราอาหารไทยที่นี่จะราคาค่อนข้างสูง แต่เอาแล้วจังหวะนั้นของบ้านเราอร่อยที่สุด -0-

หลังจากนั้นเราเดินทางไปยังห้างที่ใหญ่ที่สุดในโอมานเราเดินเล่นซื้อของกันเสดแล้วก้กลับโรงแรมแรก ของวันแรกเลยแล้วเข้านอน

_____________________________________________

DAY 6 Last day in Muscat 

ออกจากโรงแรม 9.30 . เดินทางไปยัง sultan Qaboos grand mosque เพื่อไปถ่ายรูปกัน ที่นี่สวยมากอลังกาลงานสร้างสวยทุกมุม แต่เวลาเราจะมาต้องแต่งตัวเรียบร้อยผุ้หญิงต้องคลุมหน้า ผู้ชายต้องขายาว กางเกงยีนส์ขาดๆก็ไม่ได้นะ

ด้านในจะต้องถอดรองเท้าทั้งหมด

ผู้หญิงจะต้องแต่งตัวแบบนี้

เสร็จแล้วก็ไป มัสกัสอเวนิว เพื่อไปกินข้าว มื้อนี้กินไป 2.40 เรียล เสดแล้วมา วังสุรต่าน เพื่อถ่ายรูปพอมาถึง ถ่ายรูปเสร็จก็ออกไปตลาดกันนน แต่ตลาดปิด -“- เลยแวะนั่งกินน้ำปั่นกันตรงร้านน้ำตรงหน้าตลาด ละเราก็ออกเดินทางไปสนามบินเวลา 15.30.

ถ่ายรูปเวลาเปิดปิดตลาดมาฝาก

ก็จัดการคืนรถเรียบร้อยจะมีภาษีสนามบินอีก 5 เรียล หลังจากนั้นเราก็ชึ้นเครื่องกลับตอน 1 ทุ่ม ถึงไทยประมาณ ตี5
ต้องบอกว่านี่คือ อีกหนึ่งทริปที่ประทับใจที่สุด สนุกมากสวยมาก คิดว่าคนไทยควรมากันเพราะทั้งดี สถานที่ดี คนดี ราคาก็ดี ทริปนี้ก็ขอบคุณ AirAsiaX ที่มาส่งเราถึงที่นี่นะครับ รอบหน้าคิดว่าจะมาเก็บฝั่งใต้บ้าง เพราะเค้าบอกว่าเป็นอีกแบบมันจะออกเขียวๆเลยแต่มีอูฐ แล้วเจอกันครับขอบคุณที่อ่านมาจนจบนะครับ 

LEAVE A REPLY