จอร์เจีย สรุป​สั้นๆ​สวยเหมือนสวิส​ ราคาถูกกว่าไทยจริงหรือเปล่า?

0
10756

มันจะมีซักกี่ประเทศที่ วิวหลักล้าน สวยเหมือนไปสวิตเซอร์แลนด์ แต่ว่าค่าครองชีพถูกมาก เท่ากับไทย ค่อนไปทางถูกกว่าไทยซะอีก ตอนแรกก็นึกไม่ออกเลยนะว่าจะมีประเทศแบบนั้นให้ได้เที่ยวจริงๆหรอ จนมาเจอกับ ” จอร์เจีย ”

ดู VDO Vlog : จอร์เจียสวยเหมือนสวิสจริงมั้ย?
https://www.youtube.com/watch?v=7WjziXkJIUs

ดู VDO Vlog : จอร์เจีย​ ทุกอย่างราคาถูกกว่าไทยจริงหรอ​? 
https://www.youtube.com/watch?v=82zGv4Qq-iQ&t

1. คนไทย ฟรีวีซ่า 365 วัน ก็คือเราสามารถอยู่ในประเทศนี้ได้ปีนึงเต็มๆ

2. ค่าครองชีพที่ว่าเท่าๆกับไทยหรือถูกกว่าด้วยซ้ำ เราได้พักโรงแรมนึง คืนละ 200บาท จนถึง หลายพันบาท มีอาหารเช้าด้วย แล้วรีวิวแต่ละที่ดีมากด้วยนะ เรียกได้ว่าคุ้มมากๆ

3. ส่วนอาหาร เครื่องดื่มถูกจนเป็นลม โดยเฉพาะเบียร์  ถูกอย่างกับน้ำเปล่า ! เบียร์ขวดใหญ่ 2.5 ลิตร ราคาแค่ 70 บาทเท่านั้น อาหารจานปกติก็ราคา 40-100 บาท เรียกได้ว่าประมาณไทยเลย

4. ที่เที่ยวธรรมชาติ ถ้าถามว่าสวยกว่าสวิสจริงมั้ย​ส่วนตัวคิดว่ายังไม่เท่า ต้องบอกเลยว่าใกล้เคียงมาก แต่ในราคาที่ทุกอย่างถูกกว่าไปสวิสมากๆ

5. คนจอร์เจีย หน้าตาเหมือนคนยุโรปเลย แล้วน่าตาดีมาด้วยนะแม่ ทั้งสวยและหล่อ หุ่นก็ดี อาหารตาแหละ

6. ถนนในจอร์เจีย ถ้าออกนอกเมือง จะเป็นถนนเลนเดียวสวนเลนกัน บางที่เช่น Mestia และ Ushguli ถนนหนทางเค้ายังทำไม่ค่อยเสร็จ ต้องขับระวังมากๆ แนะนำให้เช่ารถแบบ 4WD ไปลุยได้ชัวๆ และที่เช่ารถราคาไม่แพง

7. ถ้าใครขับรถแข็ง แนะนำให้เช่ารถขับ คุณจะเห็นวิวข้างทางที่สวยตายไปเลย แต่ทางค่อนข้างวิบากในบางเมือง ถ้าขับรถไม่แข็ง เช่ารถแบบมีคนขับจะปลอดภัยกว่า และที่นี่พวงมาลัยซ้าย เราต้องขับให้ชินเข้าไว้ ฮ่าๆ

8. อาหารที่จอร์เจียกินง่าย แต่จะหนักเค็ม รสชาติคนไทยกินได้ เมนูที่แนะนำคือ Khinkali เหมือนเสี่ยวหลงเปาแต่ลูกใหญ่กว่า อร่อยมากและอีกเมนูคือ Khachapuri เป็นเหมือนขนมปังที่คล้ายแป้งพิซซ่า มีไข่ ชีส เนย อยู่ตรงกลาง อร่อยมาก ฟิน แนะนำให้ไปลองนะ

9. เมืองหลวงของจอร์เจีย คือ เมือง Tbilisi มีความยุโรปมาก ทั้งสถาปัตยกรรม ร้านอาหาร แต่จะต่างกับยุโรปตรงที่ไม่ค่อยมีแหล่งช้อปปิ้งเท่านั้นเอง

10. ที่นี่มีสกีรีสอร์ทหลายเมืองมาก เช่น Mestia ถ้าใครอยากเล่น สโนวบอร์ดหรือสกีในราคาที่ถูกและดี แนะนำให้มาเล่นที่จอร์เจีย

11. สัตว์ที่เราเจอที่จอร์เจียเชื่องมาก น้องหมาที่นี่เต็มไปหมด และ 90%เรียกแล้ววิ่งมาหา ถ้าใครไปเยือน ติดอาหารสุนัขมาให้น้องตามทางที่เจอด้วย น้องๆรอคอยทุกคนอยู่ ส่วนลา อันนี้เราเจอข้างถนนตอนออกนอกเมือง น้องก็เชื่องมาก พยามจะเดินมาหามาเล่นกับพวกเรา อย่าลืมจอดเล่นกับน้องด้วยนะ

12.  จริงๆจอร์เจียเที่ยวได้ทั้งปี อยู่ที่ว่าจะชอบบรรยากาศฤดูไหนมากกว่า

ฤดูร้อน ช่วงเดือนมิถุนายน-สิงหาคม อุณหภูมิจะประมาณ 16-30 องศาเซลเซียส แดดแรงอยู่ ถ้าใครชอบเที่ยวแบบร้อนๆ มาฤดูนี้มา !

ฤดูใบไม้ร่วง ช่วงเดือนกันยายน-พฤศจิกายน อุณหภูมิประมาณ 5-20 องศาเซลเซียส เย็นสบายๆเดินเล่นได้ชิวๆ ใบไม้เหลืองแดงถ่ายรูปดีมาก แต่ถ้าบนเขาคือหนาวมากเว่ออออ

ฤดูหนาว ช่วงเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ อุณหภูมิประมาณ -5 ถึง 10 องศาเซลเซียส ในเมืองพอทนได้แต่ถ้าขึ้นเขา ปากสั่นเลยจ่ะแม่จ๋า หิมะตกๆ ถ่ายรูปขาวๆสวยๆ

ฤดูใบไม้ผลิ ช่วงเดือนมีนาคม-พฤษภาคม อุณหภูมิประมาณ 10-25 องศาเซลเซียส เย็นสบายๆใส่เสื้อคลุมนิดหน่อยได้ชิวๆเลยนะ รูปก็จะได้มีความคลีนๆเขียวๆ

13. ถ้าถามว่าจอรืเจียไปแล้วอยากมาซ้ำมั้ย ขอบอกเลยว่าจะกลับมาซ้ำแน่นอน ราคาถูกจริง ธรรมชาติสวยจริง อาหารก็อร่อย เบียร์กับไวน์ถูกยิ่งกว่าน้ำเปล่าอีก มาที่นี่เหมือนได้เติมพลังชีวิตสุดๆ ถ้ามีตั๋วเครื่องบินถูกและบินตรงสักหน่อยจะแจ่มมากๆ

จอร์เจีย (Georgia) เป็นประเทศที่ตั้งอยู่สุดขอบของทวีปเอเชีย และอยู่ใกล้กับทวีปยุโรปมาก สถาปัตยกรรมส่วนใหญ่ในเมืองแทบจะเป็นเมืองยุโรปเลย บางคนเค้าก็เลยบอกกันว่า เป็นประเทศสองทวีป ตั้งอยู่แถบเทือกเขาคอเคซัสทางตอนใต้ ทิศตะวันตกอยู่ติดกับทะเลดำ (Black Sea) ทิศใต้ติดกับ ตุรกี , อาเซอร์ไบจาน และ อาร์เมเนีย ส่วนทิศตะวันออก ติดกับ รัสเซียและอาเซอร์ไบจาน ส่วนทิศเหนือติดกับรัสเซียเต็มๆ

ก่อนที่เราจะไปดูแพลนเที่ยว มาดูความรู้เล็กๆที่ไม่น้อยเกี่ยวกับประเทศนี้กันก่อนนะฮะ

VISA อย่างที่เกริ่นไปด้านบน คือมันดีมากแกร ไม่ต้องทำวีซ่าสำหรับคนไทย แค่นี้ยังดีไม่พอ เราสามารถอยู่จอร์เจียได้ 365 วันหรือ 1 ปีเลยนะ โคตรดี ใครอยากอยู่ยาวๆประเทศนี้แหละ

Exchange Rate สกุลเงินของประเทศจอร์เจียจะเรียกกันว่า จอร์เจียน ลารี (Georgian Lari) เรียกสั้นๆ ว่าลารี ( GEL ) 1 GEL = 10.25 บาท (ข้อมูลเดือนต.ค.62) แนะนำว่าจากคนไทยก็แลกเงิน US หรือเงิน Euro ไปแลกเป็นที่ประเทศจอร์เจียจะสะดวกกว่า เพราะไม่มีร้านแลกเงินในไทยเปิดแลกสกุลเงิน GEL

แต่ถ้าอยากสะดวกกว่านั้นนะ ไม่ต้องตามหาร้านแลกเงินให้ยุ่งยาก คือการไปกดเงินสดออกมาจากตู้ ATM แดนไกลเลย เป็นเรื่องที่ง่ายมาก ATM อยู่ทั่วไปในเมืองหลวง สะดวกปลอดภัยเว่อ โดยสังเกตุตู้ ATM ที่มีเครื่องหมายCirrus หรือ atm pool หรือ MasterCard จากธนาคาธนชาต

กดได้วงเงิน3แสนต่อวัน เยอะมากนะแกร กดได้ครั้งละไม่เกิน 20,000 บาท

ถ้ากดที่ต่างประเทศ เค้าไม่มีค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากธนาคารธนชาต 100 บาทต่อ
รายการ

ส่วนค่าความเสี่ยงก็ปกติเลยไม่เกิน 2.5%  แต่อาจมีค่าธรรมเนียมที่เรียก
เก็บเพิ่มเติมจากธนาคารเจ้าของเครื่อง ATM ประเทศที่ เราไปกด

Language คนที่นี่ส่วนใหญ่เค้าพูดภาษาจอร์เจีย กัน และมีพูดรัสเซียบ้างเล็กน้อย ภาษาจอร์เจีย เป็นหนึ่งในภาษาที่เก่าแก่ที่สุดของโลกเลยที่ยังมีการใช้กันอยู่ในปัจจุบัน จากเท่าที่เราเจอนอกเมืองหลวง คนส่วนใหญ่เค้าแทบจะพูดภาษาอังกฤษกันไม่ได้เลย ก็ต้องมีการใช้ภาษามือ ภาษาไบ้กันไป ส่วนถ้าในเมืองหลวงทิบิลิซี่ พูดได้กันนิดหน่อย

History ถ้าให้เล่ายังไงก็เล่าไม่จบ เพราะยาววนานมาก ประวัติศาสตร์ของจอร์เจียมียาวนานกว่า 2,500 ปี และเมืองหลวงก็คือ กรุงทบิลิซี มีอายุนานม๊าก มากกว่า 1,500 ปี ตึกราบ้านช่องในเมืองก็คือเก่าแก่มาก ขลังมากแม่

ในสมัยก่อน จอร์เจียเคยเป็นส่วนนึงของสหภาพโซเวียตนะ แต่แยกตัวออกมาแล้วเมื่อ 1991 เราเลยสังเกตุได้ว่าคนที่นี่พูดรัสเซียกันได้ เมืองเค้าติดกันด้วยแหละ

ประเทศจอร์เจียเป็นประเทศที่มีขนาดไม่ใหญ่มาก มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 69,000 ตารางกิโลเมตร (1 ใน 7 ของประเทศไทย) และมีการแบ่งการปกครองออกเป็น 12 เขต มี 9 จังหวัด

Transportation

การเดินทางไปจอร์เจีย

นั่งเครื่องบินมาลงที่  ท่าอากาศยานทบลิซี (Tbilisi International Airport) ในเมืองหลวงทบิลิซีได้เลย แต่ตอนนี้ยังไม่มีสายการบินไหนที่บินตรงจาก ไทย ไป จอร์เจีย (ข้อมูลถึงสิ้นปี 2019 ) มีแต่ต้องแวะเปลี่ยนเครื่อง ของเราจอง Qatar Airways ไปเปลี่ยนเรื่องที่ โดฮา หรือมีอีกหลายสายการบินให้เลือกเลย

ใช้เวลาบินประมาณ 11-13 ชั่วโมงขึ้นอยู่ว่าจะไปเปลี่ยนเครื่องที่ไหน เวลาก็จะบวกเพิ่มไปอีก เช่น Turkish ต้องไปเปลี่ยนเครื่องที่ตุรกี อะไรทำนองนี้ แต่ที่เลือกจอง Qatar เพราะว่าเคยนั่งแล้ว เปลี่ยนเครื่องก็ไม่ยุ่งยาก อาหารคนไทยกินได้

ส่วนราคาตั๋วเครื่องบินจากไทย ไปจอร์เจียถือว่าค่อนข้างแพงเลยนะ ถ้าสายการบินดีๆ เวลาบินไม่แย่ ก็ประมาณ 20,000-25,000 บาท ต่อคนไปกลับ ถ้าใครโชคดีเจอตอนจัดโปรก็น่าจะได้ซัก 15,000 บาทประมาณนี้

การเดินทางภายในประเทศจอร์เจีย

ปลอดภัยมั้ย ? ประเทศนี้ค่อนข้างปลอดภัยนะ ถ้าอยู่ในเมืองหลวง เราก็นั่งบัสหรือใต้ดิน เปิด google map ดูได้เลยสะดวกสบาย หรือว่าถ้าจะออกนอกเมืองเราแนะนำให้ขับรถเพราะว่า สะดวกสุดแล้ว อยากจะแวะตรงไหนก็แวะ ถนนที่จอเจียร์ขับง่าย แต่ต้องระวังนะ พวกมาลัยซ้าย จะตรงข้ามกับบ้านเรา แต่จะมีบางเมืองเช่น Ushguli ที่ถนนยังลาดยางไม่เสร็จ เค้ากำลังพัฒนาอยู่รออีกนิสนะแม่จ๋า

ต้องขับระวังหน่อย ฟีลแบบขึ้นดอยอะไรทำนองนี้แหละ แต่ถ้าไม่ขับรถกัน ก็จะมีพวกแท็กซี่ หรือ Mini Van ให้บริการอยู่เหมือนกันนะ มีคนขับที่ขำนาญก็สบายไม่ต้องขับเอง แต่ถ้าใครขับเป็นแนะนำเช่ารถขับ สะดวกกว่า อย่าลืมทำใบขับขี่สากลด้วยนะ

เราเช่ารถของ Enterprise rent-a-car รับรถและคืนรถที่สนามบินเลยสะดวกมาก ทั้งหมด 8 วัน ราคา รวมประกันแล้ว 1,895.42 GEL หรือประมาณ 19,000 THB ตกวันละ 2,000 กว่าบาท ทริปนี้ไปกัน 5 คน เหลือประมาณคนละ 500 บาทต่อวัน เราว่าคุ้มนะ สะดวกสุดแล้ววิธีนี้ เพราะธรรมชาติข้างทางของจอร์เจียสวยโคตร อยากจอดถ่ายรูปตรงไหนก็จอดเป็นอะไรที่เริ่ดมาก

Time เวลาที่จอร์เจีย ช้ากว่าไทยประมาณ 3 ชั่วโมง สบายๆ

Religion ประชากรส่วนใหญ่นับถือ ศาสนาคริสต์ นิกายออโทด็อกซ์ มากที่สุด เลยทำให้ที่นี่มีโบสถ์และวิหารของออโทด็อกซ์เยอะมากๆ โดยการเข้าโบสถ์ของที่นี่นั้นผู้หญิงจะต้องใช้ผ้าคลุมศีรษะด้วยนะ ส่วนใหญ่ตามสถานที่ท่องเที่ยว ตามโบสถ์ใหญ่ๆเค้าจะมีให้เรายืมใส่ฟรีแทบทุกที่

Internet ยังไม่มีเครือข่ายที่ไทยให้บริการนะ ต้องไปซื้อที่จอร์เจียอย่างเดียวเลย หลักๆเค้าจะมี 3 แบรนด์ก็คือ Magti โลโก้สีแดงแจ๋ , Beeline และ Ggocells ถามคนส่วนใหญ่ทั้งคนแถวนั้นและรีวิวจากทางเน็ตทุกคนล้วนบอกว่า Magti เร็วและดีที่สุด ส่วน Beeline เค้าบอกว่าเร็วกว่าเต่าหน่อยนึงง่าแต่ถูกกว่าเยอะมาก

ไม่รอช้า ซื้อ Magti สถานที่ก็ออกจากตม. จะเจอบูธเลย มีหลายแพคเลย 4.5 GB 30 ลารี https://www.magticom.ge/en/useful-info/sim-cards-for-tourists-in-georgian-airports พอได้ใช้แล้วสัญญาณโคตรแจ่ม แม้จะอยู่ในหุบเขา ช่องแคบป่าลึก หรือว่ายอดเขาสัญญาณโคตรดี ใช้เน็ตได้ตลอด เริ่ด!์

Budget 6-7วัน ต่อคนไม่รวมตั๋วเครื่องบิน

อาหาร กินอาหารเช้าที่ โรงแรมทุกมื้อ เลยเหลือแค่ 2มื้อต่อวัน 1,500 บาท

โรงแรม

  • Macos hotel – ห้องละ 600 ตกคนละ 300 บาท
  • Fifth season – ห้องละ 2,100 คนละ 1,076 บาท
  • Guest House old Kutaisi ห้องละ 489 คนละ 244 บาท
  • Riverside Mestia ห้องละ 968คนละ 484 บาท
  • Crown Hotel ห้องละ 1,540 คนละ 770 บาท
  • Timber Boutique Hotel 2คืน ห้องละ 1,957 คนละ 978 2คืน 1,957 บาท

ค่าน้ำมัน คนละ 900 บาท
ค่าเช่ารถ คนละ 3800 บาท ตกวันละ 540 บาท
จิปาถะ เช่น ค่าเข้าสถานที่ ค่าขนม 350 บาท

รวม จอร์เจีย 7 วัน 8,121 ไม่รวมตั๋วเครื่องบิน

ทริปนี้เราไปจอร์เจียทั้งหมดประมาณ 7 วันด้วยกัน ไปดูแพลนทริปของเราเลย

  • Day1 UNESCO Javari Monasteri / Russia–Georgia Friendship Monument / Kazbegi – Gregeti Church 
  • Day2 Gudauri / Uplistsikhe ( UNESCO ) / Gori /Kutaisi
  • Day3 Kutaisi – Mestia 
  • Day4 Mestia – Ushguli / เที่ยวในเมือง Ushguli
  • Day 5 เมืองหลวงTbilisi – Fabrika
  • Day 6 Tbilisi – Mother of Georgia / Clock Tower / Bridge of Peace /The Chronicle of Georgia / Fabrika
  • Day 7 back to Bangkok

First day in Georgia

พอบินมาถึงสนามบินปุ๊ป รถที่เราเช่าไว้ ก็รับรถได้เลย จะมีพนักงานของบริษัทยืนรอเราอยู่เลย ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับการเช่ารถ ย้อนขึ้นไปอ่านด้านบนกันได้เลยจ่ะแม่ แต่ขอแนะนำให้เช่ารถ 4 WD นะเพราะว่าจะลุยได้มากกว่า พร้อมแล้วลุยต่อกันเลย

คืนแรกเรานอนเอาแรงกันก่อนเราพักที่ Macos Hotel ใกล้สนามบินเลย ตกคืนละ 600 บาทนอนได้ 3 คนและมีอาหารเช้า!!!! เป็นไปได้ยังไงแม่ ถูกมากกกกแบบมากกแล้วสะอาดโดยรวมโอเคเลยด้วยนะ

ขอแชะสักภาพก่อนขับรถออกจากที่พักของเรา

ที่แรกที่เราจะไปชื่อว่า Javari Monasteri ได้ขึ้นทะเบียนจาก UNESCO ด้วยนะ เรียกอีกชื่อว่า อารามแห่งกางเขน ของศาสนาคริสต์นิกายอีสเทิร์นออร์ทอดอกซ์ สร้างตั้งแต่ยุคศตวรรษที่ 6 แล้ว เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวจอเจียร์เคารพนับถือมาก ภายในโบสถ์มีไม้กางเขนขนาดยักษ์ เค้าเล่ากันว่า มีนักบุญองค์นึงชื่อ นีโน่ จากคัปปาโดเกีย (เมืองที่สวยมากของตุรกี) เป็นคนนำไม้กางเขนนนี้เข้ามาและเผยแผร่ศาสนาเป็นครั้งแรก

แค่ทางเข้าเราก็รู้สึกถึงความศักดิ์สิทธิ์แล้ว

จะเป็นเหมือนเนินเขาเตี้ยๆ เราต้องเดินขึ้นไปประมาณนึงถึงจะถึงตัวโบสถ์ แต่วิวรอบข้างสวยมากๆ

มองลงไปจะเห็นเหมือนเป็นเมืองโดยรอบ วิวสุดมาก ก่อนที่จะเข้าโบสถ์ขอชมวิวก่อน

อย่างที่เล่ามาแล้วข้างต้น นี่คือไม้กางเขนที่เราพูดถึง แต่นิกายอีสเทิร์นออร์ทอดอกซ์ ผู้หญิงเวลาจะเข้าโบสถ์หรือวิหารต้องคลุมผ้าที่หัวก่อนที่จะเข้าไป แต่เค้าจะมีผ้าไว้หน้าโบสถ์ให้ใส่คลุม อย่าลืมคลุมกันนะ แต่ถ้าเป็นผู้ชายก็เข้าไปได้ปกติแต่ขอแต่งตัวสุภาพหน่อยๆ

เข้าไปรู้สึกถึงความขลังมาก เพราะด้วยความที่โบสถ์นี้ส้รางมานาน ผนังหรือการตกแต่งจะรู้สึกได้ถึงความศักดิ์สิทธิ์เลย

วิวข้างนอกสวยขนาดนี้เลยนะแม่ นี้ยังไม่ทันออกนอกเมืองเท่าไรยังสวยขนาดนี้แล้วอะ ถ้าเป็นหน้าหนาวคือ หิมะจะขาวโพลน สวยกว่านี้มากๆ

เห็นแดดแบบนี้อากาศไม่ร้อนนะประมาณ 17 องศา ถ้ามีลมก็เย็นเลยแหละ

วิวข้างทางระหว่างขับรถ เราเจอแบบนี้ จอดถ่ายรูปกันบ่อยมากๆ อันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งวิวที่เราประทับใจก่อนที่จะไปอีกที่

มุมนี้ก็ดี ขอบอกเลยสวยทุกมุม

Russia–Georgia Friendship Monument เป็นเหมือนอนุสวรีย์ที่สร้างขึ้นมาในปี 1983 เพื่อบ่งบอกถึงความสัมพันธ์ที่ดีระหว่าง จอร์เจีย และ รัสเซีย อนุสรณ์นี้ตั้งอยู่บน Devil’s Valley ซึ่งอยู่ระหว่างเมือง Gudauri ที่มีชื่อเสียงด้านสกีรีสอร์ท

เค้าจะมีทางเดินข้างๆให้เดินไปชมวิวได้ คือวิวมันสุดลูกหูลูกตาจริงๆ ถ่ายยังไงก็ไม่หมด

หรือถ้าใครอยากจะมาเล่น Paraplane ที่นี่ก็มี!! มาเล่นที่นี่คือวิวเด็ดมาก ถ้าใครกล้าพอขอแนะนำให้จัด

Memorial of Friendship พอไปดูของจริงคือใหญ่กว่าที่คิดไว้เยอะมาก ทั้งหมดทำมาจากหินแล้วก็คอนกรีต เห็นเป็นภาพวาดประวัติศาสตร์ของทั้ง 2 ประเทศ แล้วตั้งแบบโดดเด่นมาก รอบข้างเป็นเขาคอเคซัส ธรรมชาติล้วนๆ คนเยอะอยู่นะเพราะว่าทัวร์ลง แต่ไม่มีค่าเข้าเด้อ มาถ่ายรูปกันได้เลย ที่นี่ถือว่าเป็นแลนด์มาร์กอีกที่ของจอร์เจียที่คนจะต้องมา ระยะทางห่างจากเมืองหลวง Tbilisi ประมาณ 120 กิโลเมตร

เมืองต่อไปที่เราจะผ่านคือ Kazbegi คือเมืองเล็กๆ ในจังหวัด Mtskheta-Mtianeti ทางตอนเหนือของประเทศใกล้กับพรมแดนรัสเซีย ห่างจากทบิลิซีประมาณ 145 กิโลเมตร เมืองนี้มีตัวเมืองหลักอยู่เชิงเขา Kazbek ความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,750 เมตร ถือว่าสูงมากแม่

เราเห็นข้าวโพดปิ้งขายอยู่หลายร้านมาก ต้องโดนสักหน่อย เม็ดใหญ่มากแล้วก็แข็งด้วย ต้องใช้พลังในการเคี้ยวสูงอยุ่ ฮ่าๆ เค็มๆหอมๆ

หนึ่งในสิ่งที่ประทับใจในทริปนี้คือน้องลา ระหว่างทางนอนเดินเล่นอยู่ริมถนน พอเราจอดรถเรียกน้อง น้องเดินเข้ามาที่รถเราเลย แล้วเชื่องมากราวกับว่า คุ้นชินมนุษย์กับมาก ไม่รู้จะบรรยายยังไง คือน่ารักและเชื่องมาก ไม่อยากขับต่อเลย เดวเรากะว่าขากลับจะมาเส้นนี้เล่นกับน้องใหม่ ดูว่าน้องยังอยู่ไหม

ถ่ายรูปกันหน่อยลูกๆ 123 แชะ

ล่าสุด ลงไปเล่นกับน้องเลยจ้า เชื่องเป็นที่สุด

แต่ที่จอร์เจีย ไม่ใช่แค่ลาเท่านั้นนะที่เชื่อง น้องหมาก็เชื่องมาก ใช้เสียงเรียก 90% น้องเดินมาหาตลอด ผิดกับน้องหมาจรจัดที่ไทยที่น้องจะกลัวคน น้องตัวนี้วิ่งตามเรามาตั้งแต่เนินเขา คืนนี้เราจะนอนบนเขาชื่อที่พักว่า Fifth Season ต้องจอดรถที่เนินเขาแล้วเดินต่ออีกประมาณกิโลนิดๆ ป่ะพร้อมสู้!

ตรงที่เราอยู่ตรงนี้เป็นแนวเทือกเขา คอเคซัส (Caucasus) เป็นเทือกเขาสูง และใหญ่มากของยุโรป เรียกได้ว่ามียอดเขาที่สูงที่สุดในยุโรป สูงกว่ายอดเขาในเทือกเขาแอลป์ในฝรั่งเศสอีกนะ เทือกเขาคอเคซัสเป็นเหมือนเขาที่แบ่งเขตแดนระหว่าง ทวีปเอเชียและยุโรป ประเทศที่อยู่ในระแวกนี้ก็จะมีที่มาของคำว่า ประเทศ2ทวีป นอกจากจอร์เจียแล้ว ก็ยังมีอาร์เมเนีย และอาเซอร์ไบจาน ที่อยู่ในแนวเทือกเขาคอเคซัสเหมือนกัน

น้องก็ยังเดินตามเรามาเรื่อยๆ เชื่องมากจริงๆ แต่อยากจะแนะนำทุกคนนะ จอร์เจียเป็นประเทศที่มี น้องหมาจรจัดเยอะมาก ทั้งนอกเมืองและในเมืองหลวง ใครที่มาเที่ยวอยากให้พกอาหารหมามาแบ่งให้น้องกินด้วย สงสารน้องมาก แล้วน้องส่วนใหญ่เชื่อง อย่างตัวนี้เหมือนเป็นหมาภูเขา เราเห็นน้องไม่มีอะไรกินเลย ต้องกินดิน ถ้ารู้ก่อนจะพกอาหารมาแบ่งน้องเยอะๆ

คือดีมากอ่ะ ทุ่งหญ้าสีทอง กับเทือกเขา ขอบคุณเจ้าม้าที่มาเป็นแบบ แสงที่ดีปังมาก แดดดีถ่ายยังไงก็เริ่ด

มาถึงอาหารของจอร์เจียกันบ้าง เมนูนี้ชื่อ Khachapuri เป็นแป้งคล้ายๆแป้งพิซซ่า เราสั่งไส้ผักมาก เค้าจะผสมเครื่องเทศและชีส อร่อยมาก อร่อยเกินคาด

เค้าบอกกันว่าคนที่นี่หนักเค็มนะ ส่วนใหญ่รสชาติจะเน้นไปทางเค็ม ถ้าใครไม่ชอบกินเค็มก็สั่งเค้าว่าลดเค็มลงหน่อยน้า ไตจ๋าเป็นห่วงจ่ะ

คืนนีเราพักกันที่ Fifth Season ตกคืนละ 2,000 บาทนิดๆนอนได้ 2คน วิวคุ้มมาก อลังหลักล้านเหมือนอยู่สวิส ที่พักอยู่บนยอดเขาลูกนึงในแนวของเขาคอเคซัส อากาศจากตอนแรก 17-18 องศา พอขึ้นมาถึงบนนี้ ตอนกลางคืน 0 องศาเลยนะ นี่ขนาดเราไปช่วง ตุลาคม ยังหนาวขนาดนี้หิมะยังไม่ตก ถ้ามาช่วงธันวาที่เป็นหน้าหนาวจริงๆจะขนาดไหน

ฟ้าโปร่ง เห็นทางช้างเผือกชัดมาก วิวสุดกว่านี้ไม่มีแล้ว คืนนี้เป็นคืนที่ฟ้าสวยมาก อยากให้มาเห็นด้วยตาตัวเอง แต่หนาวมากเช่นกัน แนะนำเตรียมเสื้อมาให้พอนะ หนาวจริงแม่จ๋า

วิวจากห้องนอนตอนเช้าของเรา สุดแบบนี้เลย ห้องนอนหน้าต่างบานใหญ่มากเห็นวิวเทือกเขาแบบมุมกว้าง ราคาคุ้มวิวหลักล้านไปเลย

เริ่ดมากจ่ะแม่ เห็นแบบนี้ข้างนอก -2 องศา ฮรื้อสั่นสะท้าน

จุดถ่ายรูปที่โรงแรมนี้ก็มีหลายจุด เค้าจะตั้งพร้อบไว้ อย่างที่บอกว่าแดดที่นี่โกงมาก ถ่ายยังไงก็สวย

วิวสวิสในราคาเมืองไทย เผลอบางอย่างถูกกว่าเมืองไทยอีกด้วยนะ เช่น เบียร์ ของกินของร้าน

เจ้าน้องเนี่ยตอนเช้าก็ยังอยู่ อากาศหนาวจนใบไม้ใบหญ้ามีน้ำแข็งเกาะเลย น้องไม่หนาวได้ยังไงน้อ

ที่นี่สัตว์เค้าเลี้ยงแบบปล่อย บางตัวมีเจ้าของ แต่บางตัวก็อยู่ตามธรรมชาติเลย มาที่นี่ได้ความธรรมชาติจริงๆ

ถ่ายจากห้องอาหารของโรงแรม Fifth season ที่นี่มีทั้ง Bar และ ร้านอาหาร ส่วนใหญ่แล้วถ้าคนที่มาเที่ยวแบบ trekking หลายคนผ่านมาพักเหนื่อยที่นี่ กินข้าว กินกาแฟแล้วเริ่มลุยต่อ

ขากลับเรากลับมาหาน้องเค้าอีกแล้ว แล้วเป็นไปตามที่คิดไว้ น้องเค้ายังอยู่ที่เดิม น้องเค้าเดินมาหาเหมือนเดิมด้วย งุ้ย ทำไมน้องเชื่องขนาดนี้นะ

Day 2 Gudauri / Uplistsikhe ( UNESCO ) / Gori /Kutaisi


ย้ายเมืองกัน มุ่งหน้าเข้าสู่เมือง Gudauri เมืองนี้เป็นเมืองสกี เค้าจะมาเล่นสกีกัน เมืองนี้อยู่บนความสูง 2,196 เมตรจากระดับน้ำทะเล เค้าบอกว่าที่นี่เหมาะแก่การเล่นสกีที่สุดเพราะมีความลาดชันที่เหมาสม ร้านอาหารครบครัน โรงแรมเยอะ ถ้าใครเป็นสายสกี เค้าก็จะมาเล่นที่นี่กันเป็นส่วนมาก ช่วงที่เหมาะในการเล่นที่สุดคือ เดือนธันวาคมถึงเมษายน

ไปต่อกับสถานที่ที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจาก UNESCO นั่นก็คือ Uplistsikhe ชื่ออ่านงงๆ ผมก็ยังไม่แน่ใจว่าอ่านถูกมั้ย ฮ่าๆ

ทางเข้า สายธรรมชาติถูกใจอีกแล้ว อากาศก็ดี ลมก็ดี รูปยังสวยอีกแม่

เมือง Uplistsikhe เป็นเมืองโบราณหลายพันปีก่อน สร้างขึ้นด้วยวิธีขุด และเจาะชั้นหินที่อยู่บนเนินเขาริมแม่นำ้ Mtkvari คนสมัยก่อนใช้เป็นที่อยู่อาศัย มีทั้งห้องต่างๆ เช่นห้องนอน ห้องครัว ห้องนั่งเล่น หรือที่ทำพิธีทางศาสนาต่างๆ เค้าบอกว่าที่นี่ถูกส้รางขึ้นตั้งแต่สมัยยุคเหล็กเลยนะ นานมาก และมาจนถึงปลายยุคกลาง

รูปแบบเลยมีความเป็น อนาโตเลีบของตุรกีและเปอร์เซียของอิหร่าน นักโบราณคดีเค้าสันนิษฐานว่าที่นี่ถือเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยที่เก่าแก่ที่สุดในจอร์เจียเลย

ค่าเข้า คนละ 7 ลารี ตกประมาณคนละ 70 บาท

เห็นแดดดีแบบนี้ ขอบอกว่าลมแรงเอาเรื่องอยู่นะ พอเห็นหินที่ถูกเจาะแล้วก็ตั้งคำถามในหัวว่าเค้าเจาะได้ยังไงเนี่ย มันน่าทึ่งนะเอาจริงๆ

บนสุดของเมืองย่อมๆนี้เป็น โบสถ์ของนิกายอีสเทิร์นออร์ทอดอกซ์ เราต้องคลุมหัวเข้าไปในตัวโบสถ์นะอย่าลืม

เป็นโบสถ์ที่เก่าแก่มาหลายพันปี เข้าไปรู้สึกได้ถึงความศักดิ์และความขลัง ขนลุดนิดๆ

มุ่งหน้าไปเมืองต่อไป ชื่อเมือง Gori เป็นเมืองบ้านเกิดของ โจเซฟ สตาร์ลิน ผู้นำคนสำคัญของสหภาพโซเวียต ในยุค 1920 จนถึง 1953 เค้าเป็นคนที่ทำให้โซเวียตนั้น ขึ้นมาเป็นมหาอำนาจของโลกเลยนะ จริงๆแล้วเค้าเป็นคนจอร์เจียนี่แหละ แต่หลายคนจะเข้าใจผิดว่าเค้าเป็นคนรัสเซีย

แต่ก่อนอื่น กองทัพต้องเดินด้วยท้อง ระหว่างทางเราแวะร้าน ชื่อว่า Berikoni นี่พิกัดเลย https://goo.gl/maps/CDYX5hQCRQq8nYYv5 ราคาถูกและอร่อย ไปดูแต่ละอย่างกัน

ไก่จ่ะไก่ทั้งตัวเลย

พระเอกของงานมาอีกแล้วครับ อาหารจอร์เจียเกือบจะทุกร้านจะต้องมีเมนูนี้ Khachapuri เป็นขนมปังแป้งบางกรอบรูปถ้วย มีทั้งกลม สี่เหลี่ยม และเรือ แต่แบบคลาสสิคต้องเป็นทรงนี้ ตรงกลางมีไข่ เนย ชีส อบมาแบบร้อนๆ เวลาจะเขมือบต้องคลุกให้เข้ากัน และกินพร้อมกับขนมปังเลย ใครที่ชอบความ ชีส เนย แป้ง มันหอมมมาก นัวมาก ห้ามพลาดเด็ดขาด !!! ราคาประมาณ 7-10 ลารี

ปลาทอด ข้างๆเป็นซอสรสชาติแปลก ไม่หอมไม่เค็ม งงๆ ข้นๆ เอาเป็นว่าต้องมาลองเอง

อย่างที่บอกทุกคนไปว่าถ้าใครเกิดเงินสดหมดหรือแลกมาไม่พอ ไม่ต้องใจหายวิ่งหาร้านแลกเงินอีกต่อไป

เราสามารถไปกดเงินสกุล ลารี (Lari) หรือ GEL ออกมาจากตู้ ATM ที่เมืองได้แบบสะดวกเว่อร์ โดยสังเกตุตู้ ATM เครื่องหมาย Mastercard หรือ Cirrus หรือ ATM Pool แต่ประเทศที่ไม่สามารถใช้ได้ จะมี(ข้อมูลจากบริษัท Mastercard)

• Crimea

• Iran 

• North Korea 

• Sudan

• Syria 

ฟรีเว่อร์ไลท์ กดเงินฟรีไม่จำกัด ทุกตู้ทั่วโลก !!! 

เราว่ามันโคตรสะดวกเพราะในเมือง ตู้ ATM เกลื่อน  และวงเงินถอนเงินสดได้ 300,000 บาท/บัตร/วัน ถอนเงินสดสูงสุด 20,000 บาท/ครั้ง ซึ่งใครจะถอนเยอะเกินกว่านี้เนอะ

แต่ก็จะมีค่าความเสี่ยงเป็นปกติเวลาไปกดที่ต่างประเทศอยู่แล้ว ไม่เกิน2.5%แน่นอนจ่ะ แล้วอาจจะมีค่าธรรมเนียมจากธนาคารเจ้าของเครื่อง ATM ในต่างประเทศ

นิดหน่อย ถ้าจะกดก็เช็คกันดีดีนะ แต่เราว่ามันนิดหน่อยแลกกับความสะดวกไม่ต้องวิ่งหาร้านแลก
แต่เราสามารถปรับ/ลดวงเงินถอนเงินสดในต่างประเทศได้ที่ สาขาธนาคารธนชาต  หรือ Contact center 1770 และที่เริ่ดคือไม่มีค่าธรรมเนียมกดเงินสด  กดได้กี่ครั้งก็ได้อีก ตั้งแต่ 17 ก.ย.62-31 ธ.ค.63

มุ่งหน้าเข้าสู่เมือง Kutaisi ทุกคนเราอยากจะนำเสนอที่พักที่นี่มาก !! เป็นที่พักที่ตกราคาคนละ 200 บาท ฟังไม่ผิด 200 บาทจริงจริ๊ง ราคานี้รวมอาหารเช้า นอนห้องแอร์เย็นฉ่ำด้วยนะ ที่พักเราชื่อ Guest House Old Kutaisi จะมาคุณยายเป็นคนดูแลและทำอาหารเช้าให้เราทานด้วย มันคุ้มค่ามากๆ ที่พักนี้รีวิวดีด้วยนะ

ได้เวลา Chill out ยามค่ำคืนแล้ว คุณรู้ไหมว่าจอร์เจีย ดังเรื่องไวน์มากเป็นหนึ่งในชาติที่ผลิตไวน์เก่าแก่ที่สุดในยุโรป และได้ชื่อว่าเป็น “The birth place of wine” หรือ “The Cradle of Wine Making”

จากหลักฐานที่พบเค้าเชื่อกันว่า เมื่อประมาณ 7,000 – 5,000 ปีก่อนคริสต์ศักราช คนจอร์เจียโบราณคิดค้นภาชนะใส่ไวน์เพื่อเก็บไว้ดื่มนาน ๆ เป็นดินเผา คล้ายไห มีชื่อว่า Kvevris ปิดฝาด้วยแผ่นไม้ที่ทำไว้ แล้วก็ฝังลงไปในดิน เก็บไว้ได้หลายปีเลย ซึ่งตอนนี้ก็ยังทำแบบนี้กันอยู่ เรามาแวะร้านไวน์ที่เก่าแก่ในเมืองนี้ ชื่อร้านว่า “Satsnakheli Wine Bar” นี่พิกัด https://goo.gl/maps/ijqP4AYq8LALrBAj6

ไวน์ที่นี่ถูกมาก เพราะที่นี่องุ่นเค้าเยอะ พอองุ่นเหลือเค้าก็มาทำไวน์กัน

อาหารเช้าจากที่พักของเราที่รีวิวไปด้านบน คืนละ 200 บาทและมีอาหารเช้า เริ่ดมาก!! หลักๆก็จะมีขนมปังกับทุกมื้อเลยและไข่ดาวทอด แตงกว่าที่จอร์เจียลูกใหญ่และหวานมาก มะเขือเทศก็หวานมาก หลายคนที่ไม่ชอบกินมะเขือเทศ ลองมากินที่จอร์เจียดูนะ จะติดใจ

จากเมือง Kutaisi เรามุ่งหน้าไปที่เมือง Mestia แต่ขุ่นพระ ลืมเติมน้ำมันจ่ะ แล้วระยะทาง ใช้เวลาประมาณ เกือบ 5 ชั่วโมง ตายยหล่ะทำยังไงดี และโชคดีที่ระยะทางที่เราขับผ่านจะมีหมุ่บ้านเล็กๆวางขายน้ำมันอยู่ เหมือนพระเจ้ามาช่วยชีวิตฉัน รีบจอดลงไปซื้อเลยจ่ะ

Day3 Kutaisi – Mestia 

วิวข้างทางที่เรามาแวะพักเติมน้ำมัน สวยตลอดทางจริงๆ

ขับไปว้าวตลอดทาง ใช้คำว่าว้าวกันเปลืองมากจริงๆ ฮ่าๆ

Kutaisi เคยเป็นเมืองหลวงของประเทศจอร์เจีย และเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศจอร์เจีย ต้ังอยู่ทางทิศ ตะวันตกของประเทศ แต่มีประชากรอาศัยน้อยมากประมาณ 2 แสนคน ปัจจุบันนี้ Georgia’s parliament ได้ย้ายจากเมือง Tbilisi มาตั้งที่ Kutaisi แทนแล้ว

เวลาขับรถออกนอกเมืองจอร์เจีย ถนนบางที่จะยังไม่ลาดยาง ต้องขับระวังๆน้าเพราะข้างทางบางทีเป็นเหว ไม่มีที่กั้น แต่ถนนเค้าใหญ่เราว่าถือว่าปลอดภัย แต่ขับรถไม่ประมาทไว้ก่อน เซฟสุดเนอะ

ประมาณ 5 ชั่วโมงถึงที่พักเราแล้วชื่อว่า Riverside Mestis คืนละ 480 บาทต่อคน ถูกไปไหนแม่ ราคานี้ที่พักดีมาก นอนได้2คนเป็นห้องน้ำในตัว สะอาดแล้วคือ มีอาหารเช้าอีกแล้วจ่ะแม่ ทำไมค่าครองชีพที่นี่ถูกเหลือเกิน

ร้านอาหารที่เรากินอยู่ไม่ไกลจากที่พัก รีวิวค่อนข้างแจ่ม แล้วพนักงานที่โรงแรมก็แนะนำร้านนี้ Cafe Laila ( Adress : Zugdidi Jvari Mestia Lasdili, Mestia 3200, Georgia) (+995 577 57 76 77) เอาพิกัดไปโลด : https://goo.gl/maps/L2ohhwhLPw1wsQPf7

Day 4 Mestia – Ushguli

Ushguli ( უშგული ) คือส่วนหนึ่งของภูมิภาค Svaneti เป็นภูมิภาคจอร์เจียตะวันตกเฉียงเหนือที่มีพรมแดนติดกับรัสเซีย ที่นี่เป็นชุมชนทีได้ชื่อว่าอยู่สูงที่สุดในทวีปยุโรป เมืองนี้สูง 2,100 เมตรจากระดับน้ำทะเลเลยนะ สูงเว่อร์ บนที่ราบเชิงเขา Shkhara ซึ่งเป็นหนึ่งในยอดเขาที่สูงที่สุดของเทือกเขา Greater Caucasus และได้รับการรับรองจาก Unesco ให้เป็นชุมชนมรดกโลก

ขับรถถนนแนะนำให้ระวังน้องด้วยนะ คุณจะเจอทั้ง หมู หมา ม้า ลา วัว บันเทิงมาก

พอถึงเมือง Ushguili​ ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ย่านนี้เป็นย่าน Old town ที่ไม่มีคนอยู่แล้ว ดูขลังและมีความธรรมชาติสูงมาก

ลักษณะบ้านของที่นี่ จะมีหอคอยเป็นตามแบบฉบับของชาว Svaneti สมัยก่อนหอคอยเอาไว้ป้องกันข้าศึกโจมตี สังเกตุว่าบ้านแทบทุกหลังจะเป็นแบบนี้หมด แบบเดียวกันหมดเลย

ตรงนี้เป็นฝั่งเมืองใหม่จะมีคนอยู่ปกติ ร้านอาหารและโรงแรมเยอะอยู่น้า แต่เราไม่ได้พักที่เมืองนี้ เราแวะมาดูความเริ่ดของเมืองนี้แล้วกลับไปนอนที่เมือง Kutaisi เหมือนเดิม

น้องหมูน้องหมาเราเห็นเป็นปกติตามทางเลย น้องเชื่องมาก เชื่องจนงง สัตว์ในจอร์เจียน่ารักมากจริงๆ

แค่ทำเสียงเรียกน้องก็วิ่งมาหากันแล้ว อยากเอากลับบ้านไปเลี้ยงดีๆมากเลย แง อย่าลืมนะใครมาเที่ยวพกอาหารหมามาให้น้องๆกันด้วย น้องหิวจริงๆนะ

แวะจิบกาแฟกันนิดหน่อย ก่อนที่เราจะต้องขับอีกไกลจากเมือง Ushguli ไป Kutaisi ใช้เวลาขับประมาณ 5 ชั่วโมง ต้องรีบกลับก่อนมืด

ย่านฝั่งเมืองเก่า ของเมืองที่เราพุดถึง ตอนเราไปไม่เจอใครเลย เหมือนจะเป็นเมืองร้างเลยด้วยซ้ำ เพราะว่าบ้านบางหลังเห็นถล่มลงมาเป็นซากเลยด้วยซ้ำ

ไม่มีคนเลยจริง มีแค่เราเนี่ย

สังเกตุว่า การสร้างบ้านของจอร์เจียส่วนใหญ่จะเป็นป้อมปราการ เพราะในสมัยก่อนค่อนข้างมีข้าศึกบุกบ่อย

เมือง Ushguli ถ้าใครเป็นสายเมืองเก่า สายธรรมชาติ ยังไงก็ติดใจเมืองนี้แน่ๆ ทุกอย่างมีความขลัง วิวคือสวยหลักล้านมากๆ

วิวเทือกเขาคอเคซัส สวยไม่ต่างจากเทือกเขาแอลป์ฝั่งยุโรปเลยนะ

อย่างที่บอกไปข้างต้น วิวที่นี่สวยอาจจะไม่เท่าสวิสแต่ ราคาถูกกว่าสวิสมากมายเหลือเกิน ถ้าใครอยากประหยัดงบ เก็บจอร์เจียไว้ในลิสได้เลยนะ

บัตรเดียวเอาอยู่เลยนะ ถ้าเงินสดหมด หรือหาร้านแลกเงินไม่ได้ กดเงินจากตู่ ATM เลย

ATM อยู่ทั่วไปในเมืองหลวง สะดวกปลอดภัยเว่อ โดยสังเกตุตู้ ATM ที่มีเครื่องหมาย Cirrus หรือ atm pool  หรือ MasterCard วงเงิน3แสนต่อวัน เยอะมากนะแกร และกดได้ครั้งละไม่เกิน 20,000 บาท ถ้ากดที่ต่างประเทศ เค้าไม่มีค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากธนาคารธนชาต ส่วนค่าความเสี่ยงก็ปกติเลยไม่เกิน 2.5%

และอาจมีค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากธนาคารเจ้าของเครื่อง ATM ต่างประเทศด้วยแต่ยังไงก็สะดวกคุ้มอยู่ดี !!

จาก Ushguli กลับสู่เมือง Kutaisi ใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมง เช่นเดิมแต่รอบนี้เราเปลี่ยนโรงแรม Crown Hotel Kutaisi ตกคืนละประมาณ 750 รวมอาหารเช้า ไม่ได้ถูกเหมือนคืนอื่นๆแต่ก็ถูกอยู่ดี เพราะนี่เรานอนในตัวเมืองเลย

โดยรวมห้องใหญ่เลยนะ ใหม่ สะอาดห้องน้ำในตัว อาหารเช้าก็มีแบบบุฟเฟต์ด้วย อร่อยคุ้มค่าพร้อมเที่ยวต่อ

Day 5 Kutaisi to Tbilisi – Fabrika

สถาปัตยกรรมอย่างที่บอกมีความยุโรปมากแต่ คงความขลังหน่อยๆและเก่าแก่

ทิบิลิซี่ (Tbilisi) เป็นเมืองหลวงของประเทศจอร์เจีย มีคนอาศัยอยู่ประมาณ 1.4 ล้านคน มีแม่น้ำ Mtkvari แย่งเมืองออกเป็น 2 ฝั่ง ที่มีความยาว 1,500 กว่ากิโลเมตร 

เมืองนี้มีมานานมากตั้งแต่  สมัยศตวรรษที่ 5 กษัตริย์ที่ชื่อว่า Vakhtang Gorgasali ในช่วงศตวรรษที่ 4 เป็นคนย้ายมาจาก  Mtskheta มาเป็น Tbilisi

ตัวบ้านเรือนและสถาปัตยกรรม มีทั้งแบบยุคกลาง ฟื้นฟูคลาสสิก โบซาร์ รวมถึงสตาลินด้วย ขอบอกว่าบรรยากาศไม่ต่างจากยุโรปเลย

หลังจากที่อยู่กันมาหลายวัน กระหายอาหารไทยมาก เราเลยลอง Search ร้านอาหารไทยในเมืองนี้ เจอประมาณ 7-8ร้าน มาลงเอยที่ร้านนี้ ชื่อร้าน ต้มยำ เชฟเป็นคนไทยเลย แต่ถ้าบอกว่าขอรสชาติคนไทย เค้าจะคิดเงินเพิ่มอีกนิดหน่อย เราว่าเป็นเพราะว่าเค้าจะเพิ่มเครื่องปรุงแบบถูกปากคนไทย ราคาจานละประมาณ 80-100 ราคาพอๆกับไทยเลยนะ รสชาติดี เริ่ด

ที่นี่ขอบอกว่าเด็ด เป็นจุดเช็คอินที่ห้ามพลาดเด็ดขาดถ้ามาจอร์เจีย

Fabrika เคยเป็นโรงงานเย็บผ้า ในยุคสหภาพโซเวียตมาก่อน คำว่า Fabrika แปลว่า โรงงาน เข้ามาที่นี่ยังมีบางอย่างที่มีความเป็นโรงงานเย็บผ้าอยู่ เช่นพวกเครื่องจักร เครื่องเย็บ

ถ้าเปรียนกับกรุงเทพ ที่นี่ก็คือทองหล่อเลย ที่นี่เจอแต่วัยรุ่นหน้าตาดี (มาก) เข้ามาชิลที่นี่กัน ยิ่งถ้าอากาศดีๆนะ มาจิบเบียร์ จิบไวน์เย็นๆ นั่งเม้ามอย โอ้ยคือมันดีมากจริงๆที่นี่

บรรยากาศเริ่ด ไม่แปลกในเลยว่าทำไมคนเค้าถึงมาที่นี่กันเยอะ ราคาไม่ทองหล่อนะ อาจจะแพงกว่าที่อื่นในจอร์เจียนิดหน่อย แต่เบียร์ก็ถูกอยู่ดี ราคา 5-6 ลารี ประมาณ 60 บาท ได้ขวดนึง และที่นี่จริงๆเค้ามี Hostel ด้วยนะใครอยากมาชิว เสพบรรยากาศ ต้องมากอ่ะ

จุดถ่ายรูปเค้าก็มี วันนี้เรามาตอนฟ้ามืดแล้ว ถ้าใครอยากมาตอนยังมีแสง ก็จะสวยอีกแบบนึงนะ

ยิ่งดึกคนยิ่งเยอะจ่ะแม่ วัยรุ่นทั้งนั้นเลยนะ มันน่ามาชิวมากๆ ที่นี่ทำให้เราต้องกลับมาซ้ำในวันรุ่งขึ้นอีก

Day 6 spot in Tbilisi

เมืองหลวง Tbilisi มีพื้นที่ประมาณ 726 ตารางกิโลเมตร ส่วนที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินเล่นกัน คือเขตเมืองเก่า ที่เค้าเรียกว่า Old Town Tbilisi ส่วนใหญ่คนจะนิยอมเดินหรือ City walk tour เพราะว่าที่เที่ยวตรงย่านนั้นเดินถึงกันได้หมดเลย

เมืองหลวงที่นี่ไม่ต่างอะไรกับยุโรปสวยๆหลายๆเมืองเลย

จุดเช็คอินแรกที่เราจะไปก็คือ Mother of Georgian อีกชื่อคือ Kartlis Deda อยู่บนยอดเขาที่ชื่อว่า Solo Laki Hill ใส่ชุดประจำชาติของจอร์เจีย มือข้างนึงเธอจะถือดาบ แล้วอีกข้างถือแก้วไวน์ มีความหายด้วยนะ เค้าจะหมายความว่า ถ้าใครมี่มาเยือนจอร์เจียแบบเป็นมิตร จะต้อนรับด้วยแก้วไวน์ แต่ถ้าใครที่มาแบบไม่หวังดี เธอจะใช้ดาบฟัน !

พอเข้าไปถึงจุดใกล้ๆ องค์ท่านใหญ่มาก วิธีขอพรคือโยนเรียญแล้วก็ขอพรในสิ่งที่อยากได้ ขอแค่ 1 อย่างเค้าบอกคนส่วนใหญ่ถ้าเรามีความเชื่อ จะเป็นจริง

Clock Tower หอนาฬิกาบิดเบี้ยวที่เหมือนกับหลุดมาจากเทพนิยายมากๆ เค้าบอกว่าส้รางมาจากซากเก่าๆ ซากเมืองเก่า ตรงนี้เป็นจุดขายตั๋วของโรงละครด้วย ทุกๆชั่วโมง จะมีนางฟ้าลอยออกมาตีระฆังที่ด้านบน เป็นเหมือนนาฬิกาโบราณทั่วไป ตอนเราไป มีคนยืนรอเวลาที่เข็มเลื่อนไปเลข 12 รอน้องเค้าออกมาตีระฆัง

เดินไปเรื่อย จะเจอภาพศิลปะข้างทางเยอะมาก ใครเป็นสายงานศิลปะ ไม่ควรพลาดเลยนะ

The Bridge of Peace ที่เค้าเรียกกันว่า สะพานสันติภาพ มีความยาว 150 เมตร สะพานนี้สร้างมาเพื่อเชื่อมระหว่างตัวเมืองเก่าและตัวเมืองใหม่ทบิลิซี ตัดข้ามแม่น้ำคูราทำมาจากกระจกใสและเหล็ก ถ้าใครไปตอนกลางคืนเค้าจะเปิดไฟ อีกชื่อนึงของสะพานนี้ชื่อว่า Mshvidobis Khid เรามาตอนกลางวันได้อีกฟีลนึงเลย

จอร์เจีย ถ้าในเมืองเรียกได้ว่าเป็นยุโรปเลยแหละ ทั้งสถาปัตยกรรม รุปทรงตึก แต่เป็นยุโรปที่ค่าครอบชีพถูกมากกก ถูกกว่าไทยอีกในบางอย่าง อากาศก็เริ่ด

กระหายอาหารไทยอีกแล้วจ้า ร้านนี้ชื่อร้านว่า Baan Thai Cusine ราคาจะสูงกว่าร้านแรกเท่านึงเลย ส่วนด้านบริการ ร้านแรกเป็นกันเองกว่า รสชาติร้านนี้ก็อร่อย แต่ส่วนตัวชอบร้านแรก ทั้งการบริการ และความเป็นกันเอง กิน 5 คนหมดไป 1,700 บาทจดว่าแพงเลย แต่อร่อยฮะ

สถานที่ต่อไป รู้สึกว่าตัวเองตัวเล็กมากเพราะที่นี่เลย The Chronicle of Georgia

ที่นี่สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ทางประวัติศาสตร์ เป็นเสาหินใหญ่มาก 16ต้น คือของจริงมันสูงและใหญ่มากจริงๆ ตามหินจะแกะสลักเกี่ยวกับด้านศาสนาคริสต์ เท่าที่เห็น พระเยซู ในเหตุการณ์ต่างๆ ส่วนทางส่วนด้านบนก็แกะสลักเป็นรูปกษัตริย์

ส่วนใหญ่ที่เห็นก็จะเน้นเป็นด้านของศาสนาอะไรทำนองนี้

ด้วยความที่บอกไปว่าติดใจ Fabrika วันนี้เรากลับมาซ้ำรอบที่ 2 เลยนะ แต่วันนี้มาแบบกลางวันบ้าง เห้ยได้อีกฟีลเลยนะ สวยไปอีกแบบ

จุดถ่ายรูปที่เห็นใครๆก็มาถ่ายก็จะมีทั้งเปียโนเก่า จักรเย็บผ้าขนาดใหญ่ แล้วก็ที่เห็นจะเป็นรถคันนี้แหละ

คนจะเยอะช่วงค่ำๆเป็นต้นไป แต่ตอนกลางวันก็ถ่ายรูปสวยนะ ดีทั้งสองแหละ

ที่นี่มีร้านตัดผม ร้านเสื้อผ้าแนว Street ชิคๆ สายแฟร์ด้วยนะ ถ้าใครชอบมาลองช้อปดูได้

ตึกที่นี่จะมีความ อาร์ตเป็น Street art อยู่หลายจุด ใครที่เที่ยวในเมือง Tbilisi อยากให้ใส่ที่นี่เค้าไปในแพลนด้วย แล้วคุณอาจจะติดใจแบบเราก็ได้

คืนสุดท้ายก่อนเรากลับกรุงเทพ เราพักที่ Timber boutique hotel ราคาตกคนละ ประมาณ 1,000บาท ห้องนึงนอนได้ 2 คน รวมอาหารเช้าเป็นโรงแรมในเมืองที่ดี ตกแต่งแนวไม้ๆเขียวหน่อย อาหารเช้าหลากหลายและอร่อย กลับกรุงเทพกัน

ขากลับเราต้องนั่งจาก Tbilisi ไป Istanbul ตุรกีก่อน นั่งของ Turkish airlines แล้วจากนั้นค่อยต่อด้วย Qatar Airways กลับไทย แล้วอย่างที่บอกไป

ถ้าใครเกิดเงินสดหมดหรือแลกมาไม่พอ ไม่ต้องใจหายวิ่งหาร้านแลกเงินอีกต่อไปเราสามารถไปกดเงินสกุล ลารี (Lari) หรือ GEL ออกมาจากตู้ ATM ที่เมืองได้แบบสะดวกเว่อร์ โดยสังเกตุตู้ ATM ที่มีเครื่องหมาย Cirrus หรือ Atm pool หรือ MasterCard

ฟรีเว่อร์ไลท์ กดเงินฟรีไม่จำกัด ทุกตู้ทั่วโลก !!! 

เราว่ามันโคตรสะดวกเพราะในเมือง ตู้ ATM เกลื่อน  และวงเงินถอนเงินสดได้ 300,000 บาท/บัตร/วันถอนเงินสดสูงสุด 20,000 บาท/ครั้ง

และที่เริ่ดคือไม่มีค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากธนาคารธนชาต กดได้กี่ครั้งก็ได้อีก ตั้งแต่ 17 ก.ย.62-31 ธ.ค.63 แต่ก็จะมีค่าความเสี่ยงเป็นปกติเวลาไปกดที่ต่างประเทศอยู่แล้ว ไม่เกิน2.5% และอาจจะมีค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากธนาคารเจ้าของเครื่อง ATM ต่างประเทศด้วย ถ้าจะกดก็เช็คกันดีดีนะ ไม่ต้องหาร้านแลกเงินให้วุ่นวายเนอะ !

ใครที่อ่านมาถึงตรงนี้ได้ ตัดสินใจกันได้หรือยังว่า จอร์เจียเป็นประเทศที่คุณควรมาหรือเปล่า ผมตอบได้เลยว่าคุ้มค่ามากที่มา ถ้าใครสายธรรมชาติ บอกเลยว่า สวยใกล้ๆสวิสเลย ธรรมชาติที่นี่ ร้องว้าวบ่อยมาก ออกนอกเมืองเช่ารถขับ แนะนำ Mestia , Kazbegi หรือว่า Ushguli สวยมากแต่ทางจะขับลำบากสักนิดหน่อย ถือว่าคุ้มนะที่มา หรือถ้าใครเป็นสายวัฒนธรรมและแนวตามรอยประวัติศาสตร์ ที่จอร์เจียมีโบสถ์ สถานที่เก่าๆทางประวัติศาสตร์ซ่อนอยู่ตามเมืองต่างๆหลายที่ แล้วสุดท้ายถ้าใครเป็นสาย ชิว เดินดูเมืองสวยๆ จอร์เจียก็มีหลายเมืองหลักๆที่แวะพัก เช่น Kutaisi หรือจะ Tbilisi ก็วินเทจมาก

ส่วนเรื่องค่าครองชีพของที่นี่ถูกมากกก อยากที่เล่าไปทั้งหมด โรงแรมถูกสุดที่เราได้พักแค่คืนละ 200 บาทรวมอาหารเช้าและรีวิวดี เบียร์ 2.5 ลิตร ราคาแค่ 70 บาทกินได้ทั้งหมู่บ้าน อาหารก็ราคาพอๆกับบ้านเราเลย แต่ธรรมชาติหลักแสนจริงๆ ยังไงก็ฝารีวิวนี้กันไว้ด้วยนะทุกคน ถ้าถามว่าให้เลือกมาซ้ำไหม ตอบได้ทันทีเลยว่า มาแน่นอน!

LEAVE A REPLY