ประกาศศักดา ท้าเที่ยวข้ามภาค “Let’s go Krabi ” 3 วัน 2 คืน

0
10600

กระบี่อีกจังหวัดในไทยที่เรียกได้ว่ายังมีอะไรสวยๆอีกเยอะมาก
ถ้าใครเคยได้ไปต้องบอกออกมาเป็นคำเดียวว่า ที่นี่สวยมาก
และไปเที่ยวได้ทั้งปีจริงๆ ซึ่งหลังจากที่เราไปมากลับพบว่า
คนไทยดันน้อยกว่าชาวต่างชาติอีก แปลว่ายังมีอีกหลายคนที่ยังไม่รู้จักความเจ๋ง
ของกระบี่ เพราะฉะนั้นเราจะพาทุกคนไปเที่ยวกระบี่กัน

DAY 1

-ออกเดินทางจากสนามบินดอนเมือง โดยสายการบินนกแอร์
เดินทางจากกรุงเทพมาถึงกระบี่ได้เลย ซึ่งถ้าของนกแอร์มากระบี่
จะมีประมาณวันละ 2 เที่ยวบิน คือ 10.10 กับ 14.40 เรามาช่วง
10.10 ชิวๆถึงจังหวัดกระบี่ช่วงประมาณเที่ยง
ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่โอเคมากเพราะ มาถึงเราสามารถเช็คอินโรงแรมและเที่ยวได้เลย
ไม่ต้องเสียเวลานั่งรอหรือแบกของเยอะๆ และที่สำคัญเดี๋ยวนี้เวลาเค้าไม่ดีเลย์ละนะ สบายใจได้


เดินทางเข้าเมืองง่ายๆมีให้เลือกหลายแบบ แต่ที่เราเลือกคือ shuttle bus ครับ
เพราะอยากนั่งชิลๆชมเมืองไประหว่างทางด้วย

วิธีการซื้อตั๋วง่ายสุดๆ แค่เดินออกจากเกท ก็จะเห็นซุ้มจำหน่ายตั๋วรอเราอยู่แล้ว
ค่าบริการจากสนามบินไปที่ต่างๆก็มีเขียนไว้อย่างชัดเจน

ผมเลือกที่จะพักไร่เลย์ครับ เพราะตั้งใจไปปีนเขาที่นั่นในวันแรก
พร้อมทั้งชิลเล่นน้ำริมชายหาดไร่เลย์ ราคาค่าตั๋วโดยสาร 150 บาทเท่านั้นครับ

เดินออกมาด้านหน้า มองไปทางซ้ายรถจะจอดรอเราอยู่
โดยจะออกเป็นรอบๆ หรือถ้ารถเต็ม เค้าก็จะออกก่อนนะครับ

ภายในรถค่อนข้างใหญ่และสะอาด มีที่วางสัมภาระให้เรา
และแจ้งคนรถว่าเราพักอยู่โรงแรมอะไร เค้าจะไปส่งให้ถึงที่เลย

ใช้เวลาการเดินทางจากสนามบินไปยังอ่าวนาง ค่อนข้างนาน
รถขับช้ามากกกก กว่าจะถึงอ่าวนางก็ร่วมชั่วโมงนิดๆได้

พอถึงอ่าวนาง เราก็ซื้อตั๋วขึ้นเรือหางยาว เพื่อข้ามไปไร่เลย์ได้ที่บู้ทสหกรณ์จำหน่ายตั๋ว
ราคาตั๋วไป-กลับ เค้าคิด 200 บาท

พอซื้อแล้วก็เดินไปขึ้นเรือหางยาวได้เลย //จริงๆแล้วมีให้เลือกทั้งแบบเรือหางยาว และสปีดโบ้ท แต่เนื่องจากต้องการสัมผัสบรรยากาศ และความประหยัด 555 จึงขอเดินทางแบบช้าๆชิลๆดีกว่าครับ ไม่ได้รีบเร่งอะไร

ระหว่างทางไปคือสวยมากๆ

เรือวิ่งความเร็วกำลังดี มีฝรั่งสองคนอยู่ท้ายเรือคุยกันเฮฮาและชวนกินเบียร์ด้วย 55 แค่เริ่มก็เอาซะละ

แปปเดียวก็ถึงหาดไร่เลย์แล้ว ไวกว่าที่คิด บรรยากาศคึกคัก
ฝรั่งมาเล่นน้ำและอาบแดดกันเต็มไปทั้งชายหาด

แต่เรายังชิลไม่ได้ เนื่องจากเป้าหมายของวันแรกในช่วงบ่ายจนถึงเย็น คือการไปลุยปีนผาจริง
// หลังจากที่ตอนอยู่กรุงเทพคือชอบการปีนผาจำลองมาก //
ก่อนมาได้หาข้อมูลและโทรมาแจ้งร้านปีนผาก่อนล่วงหน้า ราคาครึ่งวันคือเป็นอัตรามาตรฐานเท่าๆกันทุกร้านคือ 1000 บาท ซึ่งจริงๆปีนผาช่วงบ่ายจะเริ่มกันเวลาบ่ายโมงนิดๆ
แต่ตอนที่เรามาถึงร้าน ก็ปาเข้าไปบ่าย2ครึ่งแล้ว //ช้าเพราะรถ shuttle bus นั่นแหละ 55

ซึ่งร้านปีนผา ขาอาหาร ของที่ระลึก ร้านกาแฟ แทยจะทุกอย่าง
อยู่ที่ถนนเส้นกลางของหาดที่เค้าเรียกกันว่าถนนคนเดินของไร่เลย์นี่แหละ

พอมาถึงร้านก็ไม่รอช้า พี่เจน ร้านปีนเขาที่เราติดต่อไว้ก็ทักทายพร้อมทั้งให้อุปกรณ์ที่ใช้ในการปีนเขาทั้งหมดแก่เรา เอาแบบชุดพร้อมปีนตั้งแต่อยู่ในร้านกันเลยทีเดียว

จากหาดไร่เลย์ เราต้องเดินทะลุโรงแรมไปยังอีกฝั่งนึงของหาด
ซึ่งจุดนั้นเป็นหาดเลนใหญ่ๆไม่สามารถเล่นน้ำได้ แต่จะมีเขา ที่เหมาะกับการปีนเขาได้เป็นอย่างดี

พอเดินทะลุหาดออกมาให้เลี้ยวขวาเดินตามทางไปยังเขาที่เราเห็นตามภาพ
เดินไปเรื่อยๆก็จะเริ่มเห็นกรุ๊ปที่กำลังปีนกันอยู่ ไปถึงเราก็รายงานตัวได้เลยครับ ว่าเราตามมาสมทบ

บรรยากาศค่อนข้างดีครับ แนะนำมาปีนช่วงบ่ายเลย
แดดร่มเพราะเงาของภูเขาบังมาเต็มๆ แถมยังมีลมตลอด

พอมาถึงพี่เจ้าหน้าที่ก็เริ่มสาธิตวิธีการใช้อุปกรณ์ พร้อมทั้งวิธีการปีน โดยพี่เค้าจะเป็นคนบีเลย์ให้เรา รับรองความปลอดภัยได้เลยครับ

ที่นี่เหมาะสำหรับ beginner เพราะความยากของการปีนไม่มาก และมีเขาลูกเล็กลูกน้อยสำหรับคนที่ไม่เคยปีนได้ทดลองปีนก่อน คนมาปีนก็หลากหลายมากๆ แบบพาแม่มาปีน พาลูกแบบไม่กี่ขวบมาปีนก็ยังมี

ดูอย่างเจ้าตัวเล็กนี่ จิ๋วแต่แจ๋ว ปีนเก่งกว่าผมอีก

ก่อนจะทำการปีนพี่เค้าจะสอนเราผูกเชือกเพื่อความปลอดภัยอีกครั้ง
ซึ่งต่อให้เป็นแล้วหรือเคยปีนแล้ว ก็ควรตั้งใจฟังพี่เค้านะครับ เพื่อความปลอดภัย

พร้อมแล้วก็เริ่มปีนกันเลยครับ

พอลองปีนผากับเขาลูกเล็ก ก็มาลองปีนลูกใหญ่บ้างครับ บอกเลยว่าโคตรมันส์

คือมีความแตกต่างกับการปีนผาจำลองอยู่เหมือนกันจากความรู้สึก คือมันได้จับได้สัมผัสกับของจริง ไม่มีช้อยส์ใดๆให้เรา นอกจากใช้ความรู้สึกล้วนๆในการปีนขึ้นไปให้ถึงยอด ถ้าถามว่าแบบไหนยากกว่า ผมขอบอกว่าของจริง ผาจริง ยากกว่าครับ แต่มันส์กว่าหลายเท่าเลย อยากให้มาลองปีนกันดู

บรรยากาศโดยรอบของจุดปีนเขา ค่อนข้างดีเลย เพราะมีทั้งครอบครัวที่มารอคนปีน
และนักปีนเขาเองก็เอาเสื่อเอาผ้ามาปูนอนนั่งเล่นปิกนิกกันสนุกสนาน

เนื่องจากเป็นอ่าวเลน จะเห็นรถเครื่องคันใหญ่พ่วงโดยสารคนมาที่หาดฝั่งนี้ตลอด
ค่อนข้างแปลกครับ ไม่เคยเห็น คล้ายๆกับรถวิ่งอยู่บนทะเลเลย

หลังจากปีนเสร็จก็เดินย้อนกลับมาอีกฝั่งของหาด
เนื่องจากเหนื่อยและหิวมากกก ร่างการต้องการของกินมากระแทกปาก
สุดท้ายจบที่ร้านขายคีบับ ที่มีลุงฝรั่งหน้าตาใจดีเป็นเจ้าของร้าน
รสชาติอร่อยใช้ได้เลยครับ ราคาไม่แพงด้วย เมื่อเทียบกับร้านอื่นๆ

พอได้ของกินก็มานั่งชิลชายหาดครับ เรือหางยาวยังทยอยกันเข้ามาเรื่อยๆไม่หยุด นักท่องเที่ยวเยอะมากจริงๆ

จบวันแรกที่หาดเลยครับ นั่งเล่นชิลๆ ขอบอกเลยว่าเป็นวันนึงในรอบปี
ที่เข้านอนเร็วมากๆ อีกอย่างต้องเตรียมตัวตื่นแต่เช้าเพื่อไปทัวร์ 4 เกาะวันรุ่งขึ้นด้วย

DAY 2 ทัวร์ 4 เกาะ

  • ใครที่อยากมาทัวร์ 4 เกาะ สามารถเตรียมการจองล่วงหน้า
    หรือจะมาหาเอาที่นี่เลยก็ได้ เพราะมีทัวร์ทุกอย่างขายกันเยอะมาก
    ราคาทัวร์ก็ไม่หนีกัน ประมาณ 450-500 บาท ไม่รวมค่าเข้าอุทยานตอนที่เราไปถึงทะเลแหวก

ตื่นแต่เช้า เพื่อรอรถมารับ ซึ่งเวลาจะค่อนข้างตรงมากๆ แนะนำให้มายืนรอไม่งั้นจะพลาดรถนะจ๊ะ

รถจะวิ่งรับคนตามโรงแรมต่างๆไปเรื่อยๆ และจะไปจอดที่จุดๆนึง ไม่แน่ใจว่าตรงนี้เรียกว่าอะไร ทางเจ้าหน้าที่ก็จะเรียกเราด้วยชื่อโรงแรมและเบอร์ห้อง ก่อนขะแปะสติ๊กเกอร์วงกลมไว้ที่เสื้อเรา

แต่เนื่องด้วยยังมีนักท่องเที่ยวบางคนตกค้าง น่าจะเกิดจากการตื่นสาย
ทำให้เราต้องรอเกือบครึ่งชม. ตอนนั้นค่อนข้าง งงๆอยู่
ละก็มีพี่เดินมาบอกว่าเดี๋ยวจะมีรถตู้มารับและพาไปขึ้นเรืออีกที่นึง ซึ่งน่าจะเป็นหาดนพรัตน์

เรือที่ทัวร์ 4 เกาะ จะเป็นเรือหางยาวลำใหญ่กว่าที่นั่งข้ามไปหาดไร่เลย์ ดูปลอดภัยและมั่นคงกว่า พอขึ้นเรือก็สวมชูชีพตามที่น้องไกด์ประจำเรือบอก จากนั้นก็เดินทางสู่เกาะแรกกันเลย

  • ถ้ำพระนาง

เรือมาจอดที่แรกที่ถ้ำพระนางเพื่อให้เรามาสักการะสิ่งศักสิทธิ์
ซึ่งที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องการมาขอลูก คู่รักจิงนิยมมาไหวและถวายปลัดขลิกกัน

บรรยากาศหน้าถ้ำพระนาง

น้ำใส ทรายละเอียดมากๆ

เค้าให้เวลาแต่ละที่พอประมาณ เลยได้เก็บภาพบรรยากาศได้อีก

ที่นี่ก็มีปีนเขาด้วยนะ ปีนกันตรงผา ข้างๆถ้ำพระนางเลย
แต่พอเห็นผาแล้ว แลดูยากกว่าเมื่อวานที่เราปีนมาก

จากนั้นเดินทางไปยังจุดที่สอง คือเกาะไก่

จุดนี้จะเป็นจุดที่ให้เราดำน้ำ เรือจะขับพาอ้อมไปใกล้ๆเกาะ จากนั้นก็จะแจกหน้ากากดำน้ำ แล้วก็ลุยกันเลยยยย

ปลาเยอะมากจริงๆ เหมือนมาต้อนรับนักท่องเที่ยวเลย

เค้าให้เวลาอยู่ตรงนี้ประมาณ 40 นาที ตอนแรกยังแอบคิดเลยว่านานเกิ้น
เริ่มหิวข้าวแล้วด้วยแต่พอได้ลงน้ำเท่านั้นหล่ะ…

น้ำเย็นมากกก ชิลสุดๆ เหมือนทะเลกำลังโอบกอดเราอยู่ แล้วก็มีปลาตัวเล็กๆ ไกด์บอกว่าส่วนใหญ่เป็นปลาเสือ คอยว่ายเวียนรอบตัวเราตลอดเวลา นี่เป็นจุดที่ประทับใจมากจริงๆครับ

แปปเดียวผ่านไป 40 นาทีแล้ววว ไม่อยากขึ้นเลย T Tจากจุดที่ดำน้ำ
ก็ไปต่อกันที่ทะเลแหวกอันโด่งดังซึ่งทะเลแหวกที่เราว่าเนี่ย เราสามารถเดินเท้าเชื่อมไปยังเกาะได้ถึง3เกาะ
//เกาะทับ เกาะหม้อ และ เกาะไก่ //
ก่อนจะถึง ไกด์จะขอเก็บค่าเข้าอุทยาน ซึ่งราคาคนไทยถูกมากๆจ้า ต่างกับราคาค่าเข้าเกาะของชาวต่างชาติลิบลับ ทำให้รู้สึกภาพภูมิใจที่เกิดมาเป็นคนไทยขึ้นมาทันที 55
แต่ทว่า.. พอมาถึง น้องไกด์แจ้งว่า วันนี้น้ำขึ้น ทะเลเลยไม่แหวก เสียใจมากๆ
แต่ก็ไม่เป็นไรครับ มาถึงที่แล้วยังไงก็ขอเก็บภาพสวยๆมาให้ดูกัน

นี่คือเรือที่นั่งมาตลอดการเดินทางทั้งวัน

ฝั่งนี้น้ำใสมากๆ

นี่เป็นส่วนที่จริงๆแล้วต้องยื่นยาวออกไปให้เชื่อมกันได้ระหว่างเกาะทั้ง3

จากทะเลแหวก มุ่งหน้าสู่จุดหมายสุดท้ายของทัวร์ คือ เกาะปอดะ

//ปอดะแปลว่าเต่า//

มุมที่ถ่ายภาพสวยที่สุด ที่เราเห็นคือจุดนี้

ซึ่งเจ้านี่ เค้ามีชื่อเรียกว่า //เขาตังหมิง// โดดเด่นและสวยงามมากๆ

เราจะเห็นฝรั่งนอนอาบแดดกันสบายเลย ส่วนคนไทยอย่างเรา ก็หามุมร่มๆ นั่งเล่นกันไป ก่อนจะถึงเวลากลับไปยังที่พัก

โฉมหน้าน้องไกด์ทั้ง 2 และขอบคุณมากๆ ที่คอยดูแลคนบ้าอย่างพี่มาตลอดทั้งวันนะครับ ^^

ขอบอกเลยว่าเป็นทัวร์ที่สนุกและคุ้มค่ามากๆ ใช้เงินเพียงแค่ 500 บาท
ก็ได้สัมผัสกับวิวระดับที่ประเมินค่าไม่ได้เลยจบจากทัวร์เกาะ ก็มีรถมาส่งถึงที่พักเลยนะครับ
สบายมากๆจากนั้นก็ขอเวลาอาบน้ำล้างตัว
ก่อนที่จะออกไปรอเวลาดูพระอาทิตย์ตกดินที่ชายหาดอ่าวนาง

รอบนี้เดินไปนะครับ เวลายังเหลือ ตลอดสองข้างทางมีร้านอาหาร  ร้านนวด ร้านขายโรตี ของที่ระลึก และบริษัททัวร์เยอะมาก เรียกได้ว่าคึกคักสุดๆ

เดินไปจนสุด จะเห็นหาดทรายกว้าง ซึ่งเป็นจุดเดียวกับที่ขึ้นเรือข้ามไปหาดไร่เลย์ในวันแรก
บรรยากาศช่วงก่อนพระอาทิตย์ตก คนค่อนข้างเยอะ

แน่นอนครับ ส่วนใหญ่มานอนอาบแดดและรอดูพระอาทิตย์ตกกันหมด

พระอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำลงมาแล้ว

ในรูปนี่คือเริ่มหาที่นั่ง เมื่อยมากยืนอยู่เกือบชม. 555

ตกแล้วจ้า

มีคนมาเล่นโยคะกันริมหาดด้วย

เวลาพระอาทิตย์ ตกดินนี่เร็วจริงๆนะครับ ไม่กี่นาทีก็ลับขอบฟ้าไปแล้ว

และแล้วก็ถึงเวลาท่องราตรี !! ได้ข่าวว่าอ่าวนางตอนกลางคืน คึกคักสุดๆ ผมขออาสาพาตะลุยเองครับ ว่ามันมีดียังไง

ถ่ายกับสาวๆ เค้ามีโชว์ด้วยนะ ราคาค่าเข้าชมการแสดง 500 บาท

ไม่ลืมที่จะแวะชิม ของขึ้นชื่อที่นี่ โรตี นั่นเอง
ได้ข่าวว่าร้านคุณป้าท่านนี้ โด่งดังซะด้วย คนรอเยอะเชียว

ในที่สุดก็ได้ร้านดีๆนั่งครับ ร้านนี้ชื่อว่า the beach bar ทีเด็ดอยู่ที่คุณลุงนักร้อง
แกทั้งร้องเองเล่นเอง แถมยังเป็นเพลงสากลเก่าๆ
ยุคที่แบบหาคนเล่น cover แทบไม่มี เรียกได้ว่า ร้านนี้เป็นสวรรค์ของผู้ใหญ่เลยก็ว่าได้ครับ

ระหว่างที่เดินกลับที่พัก ก็ได้ยินเสียงดนตรี และเสียงโห่ร้องดังลั่นออกมาจากซอยๆนึง ก็ไม่รอช้า ที่จะเดินเข้าไปดูว่าเค้ามีอะไรกัน

พอเข้ามาในซอยก็เจอร้านๆนึง ชื่อว่า Boogie Bar ร้านนี้เล่นดนตรีร็อคล้วนๆเลย ถูกใจมาก คนดูเยอะมากจริงๆ น่าจะเป็นร้านที่ดีที่สุดก็ว่าได้ หากใครชอบดนตรีแนวร็อค

ใช้เวลานั่งชิลและฟังเพลงถึงประมาณเที่ยงคืนก็เข้าห้องพัก สลบยาวเพราะความเหนื่อย

DAY 3 I miss u Krabi

วันกลับ กลับไฟลท์4โมงเย็น เลยมีเวลาเหลือ โบกรถแท็กซี่ไปยังสถานที่นึงในกูเกิ้ลแมพ คือเห็นมาตลอดทริปและก็สงสัยมากว่ามันคืออะไรเลยต้องไปให้ได้… Seven Heaven สวรรค์ชั้น7

พอมาถึงก็ต้องร้องอ๋อ เพราะไอเจ้าสวรรค์ที่ว่านี่ มันคือสวรรค์สำหรับเด็ก !!
สวนน้ำและสวนสนุกขนาดยักษ์ เหมาะกับเด็กมากๆ… แล้วเรามาทำอะไร T T

แต่ก็ยังตาดีครับ ระหว่างทางเข้ามาทีสวนน้ำ เหลือบไปเห็นป้ายหมู่บ้านช้าง เลยไม่รีรอที่จะบอกพี่แท๊ก พาไปดูหน่อย อยากให้อาหารช้างก่อนกลับปสนามบิน

น้องช้างน่ารักมากๆเลย

เรากลับโดยนกแอร์ ไฟลท์ 16.30 ซึ่งขากลับก็ 2 รอบเช่นกันแล้วแต่ความรีบ
เราเลือกกลับเย็นๆจะได้มีเวลาเที่ยวต่ออีกนิด

จบทริปตะลุยกระบี่แล้ว ก็อดคิดไม่ได้ว่า ตลอดการเดินทาง มีแค่เราเองที่เป็นคนไทยที่มาเที่ยว แปลกใจมากจริงๆว่าสถานที่สวยงามขนาดนี้ คนไทยทำไมถึงไม่ค่อยนิยมมาเที่ยวกัน

ถ้ามีโอกาสจะกลับไปอีก เพราะยังมีอีกหลายเกาะมากๆที่เรายังไม่ได้ไปทั้งประหยัดและคุ้มค่า
แค่มีเวลา 3 วัน ก็มารีชาร์ตพลังให้ตัวเองได้แล้ว ^^

ส่วนใครสนใจทริปเราใครๆก็ไปได้ สามารถติดต่อทัวร์นี้ได้เลย
ไปซื้อตอนไปถึงที่กระบี่ได้สบายๆ หรือจะซื้อก่อนไปก็ได้
อันดา กระบี่ ซีทัวร์
http://www.andakrabiseatour.com/
โทร: 081719 5944, 085 888 6127, 096 634 6127
โทรออฟฟิต/แฟกต์: 075 603 200
E-mail: krabiseasky@gmail.cominfo@andakrabiseatour.com

ID LINE : ANDAKRABISEATOUR

review by DRUNKFACE

 

LEAVE A REPLY