go GREECE plz come ! กรีซเมืองแห่งเทพเจ้า

0
4170

ทริปนี้เราจะไปที่ที่เรียกว่า สวย โรแมนติก และเป็นหนึ่งในเมืองที่เก่าแก่ที่สุดของโลกเลย นั่นคือ เมืองเอเธนส์ Athens และ เกาะซานโตรินี่ Santorini ประเทศกรีซ Greece กรีซ เป็นแหล่งรวมของเหล่ามรดกทางวัฒนธรรมยุคคลาสสิก วิหารโบราณ และงานศิลปะที่มีชื่อเสียงมากที่สุด และยังคงหลงเหลืออยู่เป็นจำนวนมาก แห่งนึงของโลก สำหรับใครที่ชอบที่ๆ อากาศดีๆ วิวดีๆ มีมุมถ่ายรูปสวยๆ อาหารอร่อยๆ จะไปเป็นคู่ ไปเป็นครอบครัว หรือไปคนเดียวแล้วไปหาคู่ที่นั่น ผมบอกเลยว่าได้หมดครับ^^ ผมขอตั้งชื่อทริปนี้ว่า  “อุ๊ยตาย ว้าย กรีซ!! By Scoot

รอบนี้เราไปกับสายการบิน Scoot สายการบิน Low-Cost ที่มีเส้นทางการเดินทางทั้งใกล้และไกลให้เราเลือกได้เพียบ เราขึ้นเครื่องที่ สุวรรณภูมิ ตอน 2 ทุ่ม แล้วเราก็มาถึงที่ สิงคโปร์ ตอน 5 ทุ่มแต่เราต่อเครื่องอีกทีตอน ตี 2:45 เลยไปนั่งรอใน Scoot Lounge กันก่อน เรียกว่า กินหรูอยู่สบาย มีห้องอาบน้ำ ผ้าเช็ดตัว wifi อาหาร เครื่องดื่ม ครบ ใครที่จะเดินทางไกลๆ ถ้าอยากมีที่นั่งพักสบายๆ ผมแนะนำให้เลือกบริการของเค้าเพื่อไว้นะครับ

เราจะไปถึงกรีซ ตอน 8: 45 (ใช้เวลาจากสิงคโปร์ไปกรีซประมาณ 12 ชม.) ใครที่กลัวว่านั่งเครื่องนานจะไม่มีอะไรทำ หายห่วงครับ บนเครื่องของ Scoot เค้ามี wifi กับ ช่องหนัง ให้เราใช้บริการด้วยนะ มีให้เลือกหลายแบบหลายราคา ส่วนผมเลือกแบบ 3 ชม. ราคา 580 บาท ส่วนใครที่กลัวหิวก็ไม่ต้องห่วงครับ เพราะอาหารบนเครื่องนี่เรียกว่าจัดเต็ม จะจองในเวปก่อนมาหรือมาซื้อบนเครื่องก็ได้ครับ แต่แนะนำให้จองมาก่อน เพราะจะมีให้เลือกเยอะกว่า+ได้ของแถมด้วย ดูสิมี มาการอง รูปเอเธน่า ตะมุตะมิ น่ารักจริงๆ

แต่ที่พิเศษสุดๆในทริปนี้คือ เครื่องที่เราบินมาครั้งนี้เป็นลำใหม่ สดๆร้อนๆ กับ Boeing 787 Dreamliner ออกบินเป็นเที่ยวแรกของไฟล์ทนี้เลย ข้อดีของเจ้าเครื่องบินลำนี้คือ สามารถบินได้ต่ำกว่าเครื่องบินปกติถึง 2,000ft นั่นหมายความว่าเราจะรับแรงกดอากาศน้อยกว่าบินกับเครื่องบินลำอื่น ทำให้รู้สึกสบายกว่านั่นเอง ใครอยากรู้ว่าดียังไงต้องลองครับ แถมรอบนี้พนักงานต้อนรับบนเครื่องยังแต่งตัวเหมือนชาวกรีกในเทพนิยายสมัยก่อนด้วย^^ แฟนซีมากๆ และยังมีกิจกรรมประกวดการแต่งตัวย้อนยุค สไตล์กรีกโบราณอีกด้วย คูลลสุดๆไปเลย

ตอนนี้เรามาถึงสนามบินที่กรีซแล้วเค้าก็พาเราเข้าพิธีต้อนรับเครื่องบินลำนี้ก่อน เพราะเป็นเที่ยวบินแรกของพวกเค้า เราก็ได้โอกาสเข้าไปร่วมงานกับเค้าด้วย ก็ได้ประสบการณ์ไปอีกแบบ แถมได้เจอ CEO ของ Scoot ด้วย เท่ห์สุดๆ

แล้วเราก็ตรงไปที่โรงแรม Wyndham Grand Athens ในระหว่างรอเช็คอิน เราก็ไปนั่งรอที่สระว่ายน้ำและจุดชมวิวของโรงแรมกัน ต้องบอกว่า วิวดีมากฮะ ดีทั้งคนทั้งวิวเบย ต้องบอกว่าผมละชอบมาซัมเมอร์ที่ยุโรปจริงๆ^^

ส่วนอันนี้เป็น บรรยากาศภายในห้องนอนฮะ พอเก็บของเสร็จ เราก็ออกไปทานข้าวเย็นกันที่ร้าน 4Brothers Mikrolimano Piraeus เป็นร้านริมน้ำที่บรรยากาศดีมากก  ร้านตั้งอยู่ริมน้ำ ติดกับอ่าวจอดเรือใบ มีวิว ทะเล และบ้านพักอาศัยที่เรียงรายตามหน้าผาไล่ระดับกันขึ้นไป  คือดีมากฮะ แนะนำให้มานั่งตอนเย็นๆไปจนถึงค่ำๆได้เลย จะได้เห็นวิวทั้งแบบที่ยังมีแสงอาทิตย์ และแบบที่เห็นแสงไฟตามบ้านสะท้อนกับน้ำทะเลสวยสุดๆ คืนแรกเราหลับสนิทมาก รู้ตัวอีกทีเช้าเลย

 

เช้าวันที่ 2 เราออกจากโรงแรมแต่เช้า พอเริ่มออกเดินทางก็มีไกด์เล่าถึงประวัติศาสตร์กรีกโบราณให้ฟัง สำหรับผมที่ชอบเรื่องพวกนี้อยู่แล้วคืออินมากกก ตั้งใจมาก โปรแกรมของเราวันนี้เริ่มที่วิหารอโครโพลิส Acropolis ค่าเข้าคนละ 20 ยูโร

ที่นี่เป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญที่มีประวัติมายาวนานของชาวกรีซ และเป็นจุดชมวิวได้ทั้งเมืองอีกจุดนึงของเมืองเอเธนส์ พอได้เข้ามาเดินในนี้จริงๆ เรียกได้ว่า เป็นสถานที่ๆ เก่าแก่ สวยงาม และยิ่งใหญ่จริงๆ อันนี้ควรมาเลยครับ

พอเสร็จก็ต่อด้วย อโคโพลิสมิวเซี่ยม เป็นสถานที่เก็บงานศิลปะต่างๆที่ยังหลงเหลืออยู่ และมีแปลนเมืองกรีกในสมัยก่อนให้ดูด้วย แต่ในนี้เค้าห้ามถ่ายรูปเป็นบางจุด สำรับคนที่ชอบงานศิลปะผมแนะนำว่า ควรมานะครับ

 

พอเดินเยอะ ก็เริ่มหิวกันละวันนี้เรามากินข้าวกันที่ร้าน MNAIPAKTAPHE มีใครอ่านออกมั้ยครับ 555 คงเป็นภาษาของเค้านะ ส่วนอาหารจะคล้ายๆ เคบับ แต่แยกชิ้นมาเป็นจานๆ แล้วให้เรามาประกอบร่างเอาเอง ก็อร่อยดีครับ พอกินข้าวเสร็จเราก็ไปเดินเล่นกันต่อที่จตุรัสในเมือง

ตรงจุดนี้จะมี ถนนให้เดินอยู่ 2 เส้น เส้นนึงเป็นงานคราฟ ส่วนอีกเส้นนึงเป็นพวกชอปแฟนชั่นต่างๆ พวกราเลือกเดินดูงานคราฟกันฮะ ในระหว่างที่ดูของอยู่ในร้านนึงผมโดนล้วงกระเป๋า!! เป็นครั้งแรกเลยที่โดน พอรู้ตัวรู้สึกจนมาก ตอนนี้ผมคงเป็นคนที่จนสุดในกรีซละ 555 ล้อเล่นนะครับ ตอนแรกก็คิดว่าจะแจ้งความแต่พอดูแล้วใช้เวลานานและยุ่งยาก แล้วก็ไม่น่าจะได้คืนแน่นอน เราก็ไปเที่ยวต่อทันที เพราะเวลากับคนที่เราอยู่ด้วย สำคัญกว่าของที่หายไปแล้ว เรื่องครั้งนี้ทำให้ผมได้รู้ว่าควรแยกเงินไว้หลายๆที่ กับควรทำประกันการเดินทางที่ครอบคลุมทรัพย์สินด้วย แต่จะดีที่สุดคือระมัดระวังไม่ให้เกิดขึ้นครับ พอเสร็จจากที่จตุรัส เราก็กลับโรงแรมเพื่อรอไปดินเนอร์ที่ร้านไวน์สุดหรู

ในส่วนของมื้อเย็นวันนี้นั้น อยากจะบอกว่าสถานที่กินข้าวของเรานั้น หรูมาก วันนี้เรามาที่ร้าน… เป็นร้านที่ต้องเดินทางออกนอกตัวเมืองประมาณ 1 ชม. บรรยากาศของร้านเป็น สนามหญ้ากว้างๆ มีสระว่ายน้ำตรงกลาง และวันนี้เราจะดินเนอร์กันที่ริมสระว่ายน้ำนี้จ้าาา แค่อ่านก็ฟินแล้วใช่มั้ย แต่ยังไม่พอ ก่อนที่เราจะเริ่มทานอาหารกัน เค้ามีบอกเล่าที่มาของพวกเค้า คือร้านนี้จริงๆแล้วเป็นโรงข่มไวน์ที่มีประวัติมายาวนาน เค้าก็เริ่มต้นจากการพาเราไปดูรูปถ่าย เครื่องมือที่เค้าเก็บรักษาไว้ เหมือนพิพิธภัณฑ์เล็กๆ และจบท้ายด้วยกรรมวิธีการผลิตไวน์ของเค้า พอเสร็จเค้าก็พาเราออกมาชิมไวน์ แต่ละตัว ในระหว่างที่รอ อาหารค่ำ ที่นี่บรรยากาศดีมาก เรียกว่า สายชิล ชอบทุกคนแน่นวล ส่วนราคานั้นเค้าบอกว่าปกติเค้าไม่ได้เปิดเป็นประจำ ต้อง ติดต่อเข้ามา และบอกความต้องการของเราให้เค้าก่อน เค้าถึงจะจัดคอร์สและบอกราคาเราได้ เจ๋งปะหล้าา เรียกได้ว่า พรีเมี่ยมสุดๆ ใครสนใจก็ลองติดต่อเข้าไปดูนะครับ ร้าน savatiano greece

วันนี้เราเริ่มต้นกันที่ วิหารโพเซดอน ได้มาของจริงซะที ไปแต่ของปลอมซะนาน แฮ่!! ผมว่าที่นี่เป็นจุดชมวิวที่สวยมากอีกจุดนึง ใครมาที่เอเธนส์ ควรมาฮะ ส่วนประวัติความเป็นมาของวิหารนี้เกิดจากการที่กรีซเป็นเมืองท่า เมืองแห่งท้องทะเลและชีวิตของผู้คนที่นี่ขึ้นอยู่กับท้องทะเล ทั้งการหาอาหารทั้งทำการค้า เทพเจ้าโพเซดอนซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งท้องทะเลจึงถือว่าเป็นเทพเจ้าที่มีความสำคัญและผูกพันธ์กับชาวกรีกโบราณครับ ส่วนใครอยากรู้ลึกๆ search อากู๋ ได้เลยครับ และที่เที่ยวของกรีซส่วนมากจะเป็นกลางแจ้งนะครับ ใครกลัวร้อนกลัวดำก็เตรียมร่มและครีมกันแดดมาด้วย ส่วนใครที่อยากอาบแดดผมรับรองกลับบ้านไปคุณได้ผิวแทนสมจะแน่ๆ

พอเสร็จจากกิจกรรมกลางแดด เราก็มากินข้าวเที่ยงที่ร้าน MOYPOYZHE เป็นร้านแนว เคบับ เหมือนเดิมครับ อาหารที่นี่รสชาติโอเคครับกินไม่ยาก แต่ร้านนี้มีทีเด็ดคือเจ้านี่ครับ เนื้อแกะติดซี่โครงย่างกับพริกยักษ์ อร่อยมาก ผมแทบจะกินคนเดียวทั้งจาน 555

มาถึงทีเด็ดของวันนี้ละ คือช่วงบ่าย เรามี Cooking Class และต่อด้วย ดินเนอร์กันที่ร้าน ZAFIRO เป็นร้านที่สวยมากอีกร้านนึง ร้านนี้จะตกแต่งร้านไปด้วยของเก่า และเป็นร้านนั่งชิลชมวิว คุณจะได้เห็นวิวเมืองเอเธนส์ทั้งเมืองอีกมุมนึง และที่สำคัญยังมีกิจกรรมสอนทำอาหารประจำชาติของกรีซอีกด้วย นั่นก็คือ มุซาก้า (คล้ายๆ ลาซานย่า มีส่วนประกอบไปด้วย มันฝรั่ง/มะเขือม่วง/เนื้อสับ/หัวหอม/ซอสมะเขือเทศ/พริกไทย/เกลือ/กระเทียม/มะเขือม่วง/นม) ผมแอบหันไปเห็นกลุ่มข้างๆมีผู้หญิงคนสิงคโปร์คนนึง เค้าตั้งใจเรียนการทำมุซาก้ามาก ถึงขั้นจดลงสมุดทุกขั้นตอนพร้อมวาดภาพประกอบด้วย น่ารักมั้ยละ แต่ความสนุกยังไม่หมดอยู่แค่นี้

ฟีลลิ่งของช่วงบ่ายวันนี้จะเหมือนในหนังเรื่อง (Hitch) ที่พระเอกนางเอกไปดินเนอร์กันและทำอาหารไปด้วย แต่ของผมตบท้ายด้วยการเต้นรำ และปาร์ตี้ ขว้างจานลงพื้น!! ชอบ+สนุกมาก ทั้งทำอาหาร ทั้งกิน ดื่ม เต้น และทำลายข้าวของ 5555 คืนนี้ผมกลับที่พักอย่าง อิ่มเอมและเป็นสุขใจจริงๆ

 

วันที่ 4 วันนี้เราตื่นเช้าหน่อยเพราะมีโปรแกรมเที่ยว 3 เกาะ ใน 1 วัน กับ เรือ evermore cruise เค้ามีคอนเซปคือ (1 day 3 island 1000 memory) วันนี้ผมตื่นเต้นมาก เพราะจากสองวันที่ผ่านมาได้เห็นวิวชายฝั่งทะเลจากวิหารโพเซดอนกับ ร้าน4brothers ทำให้รู้เลยว่าทะเลอีเจี้ยน สวยโคตร ยิ่งแล่นเรือออกไปกลางทะเล+แสงช่วงเช้า ต้องบอกเลยว่าผมไม่เคยเห็นคลื่นที่ไหนละมุนขนาดนี้มาก่อน ทั้งสีน้ำ ทั้งพื้นผิวของคลื่น เหมือนเยลลี่สีน้ำเงินที่เคลื่อนที่ได้เลย ส่วนบรรยากาศการเที่ยวทะเลของชาวกรีซนั้น ชิว หรู มีสไตล์ อยู่สบาย ชั้นล่างเป็นห้องแอร์ให้นั่งเล่น นั่งกินข้าว ส่วนชั้น 2 เป็น บาร์+ดีเจ มีกลุ่มวัยรุ่น ทั้งยุโรปและเอเชีย ยืนเต้นรำตามสไตล์ของตัวเองกัน^^ ส่วนชั้น3 เป็น rooftop ให้นั่งอาบแดดกันไป แนะนำให้วัยรุ่นทุกคนต้องมานะฮะ สุดจริงๆ

 

รู้ตัวอีกทีมาถึงเกาะแรกแล้วครับ ชื่อ Hydra Island  สำหรับผมเกาะนี้สวยสุด เพราะมีอ่าวจอดเรือใบและบ้านเรือนที่เรียงสีสวยดี

เกาะสอง Poros Island และ เกาะสุดท้าย Agina Island สำหรับเกาะที่ 3 นี้จะมีหาดให้สามารถลงไปเล่นน้ำได้ด้วย ถ้าไปก็เตรียมชุดเล่นน้ำไปด้วยนะครับและทั้ง 3 เกาะก็มีที่พักบนเกาะด้วย ใครสนใจก็ลองไป search ดูนะครัช evermore cruise ผมนี่ไม่อยากกลับเลย

 

แต่ถ้าได้มากรีซ แล้วจะอยู่แค่เอเธนส์อย่างเดียวก็เสียดายแย่ เราเลยตั้ง แก๊งค์หนีเที่ยวซานโตนั้นโก้จริงๆ ตะดึ๊ดตึดตื๊ดตึดตึดตึดึด ขึ้นมากัน 3 คน อุ๋ย บัว บิ๊ก ไปต่อกันที่ ซานโตรินี่ เกาะในฝันของใครหลายๆคน
การเดินทางจากเอเธนส์ไปซานโตรินี่ มีอยู่ 2 วิธี คือ

  1. นั่งเครื่องบินใช้เวลา 45 นาที
  2. นั่งเรือ ประมาณ 5 ชม.

หรือถ้าใครไม่รีบอยากจะว่ายน้ำข้ามเกาะในทะเลอีเจี้ยนก็ได้ ผมได้ข่าวว่าปลาฉลามในทะเลนี้เป็นมิตรดีฮะ….แฮ่!!

แต่รอบนี้เราเลือกนั่งเครื่องเพราะเวลาน้อย เริ่มจากเรียกอูเบอร์มารับที่โรงแรมตอน 7:15 นาที ค่าอูเบอร์ 30 ยูโร เพื่อไปขึ้นเครื่องที่สนามบินเอเทนส์ ตอน 10:45 สำหรับเรื่องไฟล์ทบินไปซานโตไม่ต้องเป็นห่วงนะครับมีตลอดแทบทุกชั่วโมง และมีให้เลือกหลายสายการบินด้วย ส่วนพวกผมเลือกนั่ง Olympic Air ค่าตั๋วไปกลับถ้าจองไว้ก่อนอย่างน้อย 1 เดือน ประมาณ 4,000 บาท แต่ถ้าจองใกล้ๆก็ 12,000 บาท แล้วที่นี่ไม่ว่าจะบินในประเทศหรือนอกประเทศต้องเช็คอินก่อน 2 ชม. นาจา เผื่อเวลากันด้วยนะระวังจะตกเครื่องนะเด็กๆ

สำหรับเวลาจากเอเทนส์ไปซานโตรินี่ ใช้เวลาแค่ 45 นาทีเท่านั้น เร็วกว่าขับรถจากเหม่งจ๋ายไป ร้าน 20Something ซะอีก 555 พอมาถึงซานโต เรา 3 คนก็ตัดสินใจเช่ารถขับโดยไม่ได้นัดหมายหรือจองล่วงหน้าใดๆทั้งสิ้น แล้วก็มีรถให้เช่าด้วย ง่ายมากเลย ไม่ต้องจองไม่ต้องส่งเอกสารมาก่อน มาถึงเอาใบขับขี่กับจ่ายเงินให้เค้าก็ได้รถมาขับทันที เราอยู่ที่นี่ 3 วัน 2 คืน ค่าเช่ารถอยู่ที่ 80 ยูโร (ประมาณ 3,200 บาท) ถือว่าถูกมาก ถูกกว่าเช่ารถขับที่ภูเก็ตอีก ขับ 3 วัน ไปแทบทุกที่บนเกาะ รวมค่าน้ำมัน 20 ยูโร (ประมาณ 800 บาท) เรียกว่าโคตรคูล คุ้มสุดๆ ถ้าใครจะมาผมแนะนำให้เช่ารถขับครับ ไม่งั้นต้องมานั่งรอรถประจำทางในเกาะ และที่สำคัญระหว่างทางในเกาะมีจุดชมวิวสวยๆเยอะมาก ถ้าคุณไม่มีรถเป็นของตัวเอง คุณก็จะอดจอดชมวิว ถ่ายรูปแบบพวกผม แต่ถนนบนเกาะเล็กมาก และรถก็ขับกันหวาดเสียวมาก ตลอดเวลา 3 วัน เวลาอยู่หลังพวงมาลัยท่องไว้ตลอด สติๆๆๆๆๆ 555 แล้วเราก็ขับรถมาถึง รร. ครับ ใช้เวลาขับจาก สนามบินมาแถว รร. แค่ 8 นาที แต่ใช้เวลาเดินหาอีก ครึ่ง ชม. เรียกว่าชุ่มไปด้วยเหงื่อกันเลยทีเดียว

 

รร.ที่เรานอนชื่อว่า Villa Pavlina ถือว่าถูกมาก ห้อง 3 คน นอน 3 วัน 2 คืน แค่ 80 ยูโร หรือ ประมาณ 3,200 บาท เห็นมั้ยครับว่าเราเลือกเที่ยวแบบไม่แพงได้ แต่ที่พักก็ตามราคานะครับ ไม่ได้ดีมาก พอนอนได้ แล้วก็ใช้วิธีขับรถไปตามที่ต่างๆเอา เพราะว่าเกาะมันเล็ก ขับไปไหนมาไหนแปปเดียว ถนนก็ดูไม่ยากครับมีไม่กี่แยก จะไปไหนก็ตรงอย่างเดียว เลยก็กลับรถ ซึ่งพวกเราขับเลยกันประจำ 555 พอมาถึงที่พักเราก็นั่งวางแผนการเดินทางกัน ว่าวันนี้จะเก็บที่ท่องเที่ยวโซนเหนือของเกาะก่อน

 

ต้องบอกว่าวิวข้างทางของเกาะนี้คือดีงามมาก โดยส่วนตัวผมคิดว่าความสวยงามของซานโตรินี่ไม่ได้มีแค่ตัวบ้านเรือน หรือสถาปัตยกรรมปูนเปลือยสี ขาว ฟ้า เพียงอย่างเดียว แต่มันสวยจากธรรมชาติ ที่ สมบูรณ์ แปลกตา และวิวรอบๆเกาะที่พอมารวมกันแล้วมันสวยงามเหลือเกินนน

ที่นี่เป็นอีกหนึ่งที่ที่ทำให้ผมอยากกลับมาอีก ทั้งๆที่ทริปนี้ก็รู้สึกอิ่มกับมันมาก ในๆทุกที่ๆไปเราใช้เวลาอยู่กับมันจนพอใจ แต่พอกลับมานั่งเขียนก็ยังอยากกลับไปอีกและที่สำคัญ ผู้คนบนเกาะจิตใจดีมีน้ำใจครับ น่ารักมาก เวลาเราถ่ายรูปเค้าจะหยุดรอให้เราถ่ายจนเสร็จแล้วค่อยเดิน เราหลงทางขับเข้าไปในถนนวันเวย์ที่แคบมากๆ รถทุกคันที่ขับมาก็พูดกับเราดีมาก ไม่มีบีบแตร หรือโวยวาย คนที่อยู่แถวนั้นก็มาช่วยกั้นรถโบกรถให้ ประทับใจจริงๆ

เรามาดูวิวที่แรกกันบ้างที่นี่คือ Eia จุดชมวิวยอดนิยมที่หลายๆคนอาจเคยผ่านตากับภาพๆนี้มาบ้าง

เราอยู่ที่นี่กันจนพระอาทิตย์ตกดินครับ พอเสร็จจากการถ่ายรูปจนเต็มอิ่ม เราก็มาทานอาหารกันที่ร้าน King Neptune ต้องบอกก่อนว่าร้านอาหารที่นี่วิวดีแทบทุกร้าน อยากกินร้านไหนก็นั่งไปเลย ส่วนร้านที่เรานั่งอาหารดีงามพระราม8 มากๆ ดีงามทั้งรสชาติและปริมาณ ส่วนราคาไม่ต้องพูดถึง มื้อนี้อยู่ที่ 111 ยูโร (ประมาณ 4,400 แอบเงิบเล็กๆ) แต่ก็ถือว่าคุ้มครับ เวลาเที่ยวเราก็กินดีบ้างถูกบ้างสลับกันไป ชีวิตมีไว้ใช้เนอะ ^^ วิวยามค่ำคืนของที่นี่ก็สวยมากครับ โรแมนติกสุดๆ คุณจะได้เห็นหนุ่มสาวผิวสีแทน หน้าตาคมเข้ม เดินผ่านไปมาพร้อมกับวิว เนินเขา ทะเล และท้องฟ้าสีคราม พร้อมแสงไฟตามบ้านที่อยู่บนเนินเขา เรียงกันระยิบระยับเหมือนอัญมณีแห่งท้องทะเลย เอาเป็นว่าอยากหยุดเวลาอยู่ตรงนั้นเลยยยย 5555 คืนนั้นพอกลับมาถึงที่พัก ทุกคนหลับเป็นตายไม่รู้ว่าด้วยความเหนื่อยหรือเพราะสุขใจ

วันรุ่งขึ้นเป็นวันแรกที่ได้ตื่นสายที่สุดของทริปนี้แล้ว เราเริ่มออกจากห้องกันตอน 11 โมง ไปกินร้านอาหารชื่อ Mama House อยู่ในโซน Fira เป็นร้านที่รุ่นน้องของน้องบัวแนะนำมาอีกที แล้วก็ไม่ผิดหวังจริงๆฮะ อร่อยทุกอย่าง โดยเฉพาะหนวดปลาหมึกยักษ์ย่าง ราดด้วยซอสบาซามิก กลิ่นหอม ผิวสัมผัส กรอบและสด รสชาติ หวาน เค็ม เปรี้ยว แค่คิดก็น้ำยายไหยแย้วว เรียกน้ำย่อยได้ดีสุดๆ พอเราจบมื้อเช้ากัน เราก็ไปหาร้านดีๆวิวสวยๆนั่งกินเครื่องดื่มใช้ชีวิต ชิคๆกัน 5555 วันนึงนั่งไปไม่รู้กี่ร้าน ดูจากภาพเอาละกันนะฮะ

ผมเคยสงสัยว่าถ้าทำอาชีพบล๊อกเกอร์ท่องเที่ยวเนี่ยจะผอมได้มั้ย ตอนนี้ผมหายสงสัยละฮะ ท่าทางจะยาก วันนี้เราจะไปกันที่ Red Sand Beach เป็นวิว หน้าผาหินสีแดง และหาดทรายก็เป็นสีแดง อันนี้จะดูดิบๆนิดนึง ต้องเดินขึ้นเนินเขาลงเขานิดหน่อยกว่าจะถึงตัวหาด คนเล่นไม่เยอะมาก แต่สำหรับผมมมันคูลลลมากเบยยย ธรรมชาติแม่งโคตรเท่ห์

 

 

ต่อด้วย Black Sand Beach ที่นี่ดูเป็นสถานที่ท่องเที่ยวมากๆ มีเก้าอี้ชายทะเล อยู่เต็มหาดยาวสุดลูกหูลูกตา แถมยังมีร้านขายงานศิลปะต่างๆ ตามข้างทาง และร้านอาหารสวยๆให้คุณเลือกนั่งได้อีกเพียบบ ส่วนร้านที่เราไปเป็นร้านที่รุ่นน้องน้องบัวแนะนำมาอีกเช่นเคย เป็นร้านที่คนเยอะสุดแล้ว และบรรยากาศออก เร๊กเก้ๆ หน่อยๆ ร้านนี้อาหารจะออกแนวสายเขียวนิดนึง(สุขภาพ) คือเนื้อสัตว์มีแต่ไก่อย่างเดียว แต่เหล้าเบียร์มีนะ 555 ที่สำคัญสุดคือ เด็กเสริฟ์น่ารักมาก ร้านนี้เหมาะสำหรับคนรักสัตว์ เพราะตลอดเวลาที่นั่งจะได้เล่นกับหมาเต็มไปหมดไม่รู้ของใครมั่ง ที่เดินมาให้เล่นก็ประมาณ 5 ตัวละ ตอนแรกความตั้งใจของเราคือจะมาดูพระอาทิตย์ตก แต่ดันดูทิศผิด 555 แต่ก็ไม่เป็นไร ไหนๆก็มาแล้ว ก็นั่งชิลยาวไปเลยละกัน

ใครมาซานโตรินี่แล้วเอาแต่ชุดสวยๆ หล่อๆมาอย่าลืมติดชุดเล่นน้ำมาด้วยนะ เพราะทะเลที่นี่น่าเล่นมาก คราวนี้ไม่ได้เอาชุดมากับเวลาน้อยเลยได้แต่มาเก็บภาพ คราวหน้ามาไม่พลาดแน่นวลล เอาเป็นว่า หนุ่มสาวผิวสี หุ่นดีหน้าตาดี ใส่บิกินี่นอนอาบแดดกันเต็มหาด ใครไม่เอามาถือว่าพลาดนะจ๊ะ

 

เช้าวันสุดท้ายผมกับอุ๋ยตื่นแต่เช้าเพื่อไปถ่ายรูปเพราะอยากได้แสงก่อนพระอาทิตย์ขึ้น ที่ Eia และกลับมาอาบน้ำและไปทานข้าวที่ร้านอาหารแห่งนึง ชื่อว่า Volcano Blue รสชาติและวิวดีงามมาก

 

และปิดท้ายก่อนไปสนามบิน ด้วยร้าน Santo wine ร้านนี้คือ The Must ที่ต้องมา ถ้าคุณมาซานโตรินี่แล้วไม่มาร้านนี้คือพลาดมาก เอาจริงๆนะ ส่วนตัวไม่ได้ชอบกินไวน์ แต่ที่มาเพราะน้องบัวบอกให้มา ก็เลยลองดู พอมาแล้ว ร้านสวยมาก ตัวร้านตั้งอยู่บนหน้าผา วิวที่เห็นแทบจะ 360 องศา แล้วบรรยากาศดีมาก แนะนำให้มาตอนเย็นและนั่งไปจนถึงตอนกลางคืน และนั่งด้านนอกริมหน้าผา  คุณจะได้วิวเหมือนกินข้าวอยู่บนท้องฟ้า พวกผมจัดไวน์เทส ไปทั้งหมด 18 แก้ว ด้วยบรรยากาศและความเมา แทบจะอยากเลื่อนตั๋วกลับเลยทีเดียว

ขากลับเราเอารถมาคืนที่สนามบินอย่างปลอดภัย และก็นั่งเครื่องในประเทศกลับไปเอเธนส์ แล้วก็ต่อเครื่อง Scoot จากเอเธนส์ไปสิงคโปร์และต่อเครื่องอีกทีเพื่อกลับไทยครับ สำหรับใครก็ตามที่อ่านมาจนถึงตรงนี้ผมขอบคุณจากใจจริงที่ติดตามนะครับ และสุดท้ายขอขอบคุณ Scoot ที่ให้โอกาสผมได้มีประสบการณ์ดีๆแบบนี้ และขอบคุณเพื่อนร่วมทริปนี้ คุณมิ้นท์ PR สาวสวยใจดีจาก Scoot และน้อง ชิว อุ๋ย บัว ตัวแสบทั้ง 3 คน ที่มาทำให้ทริปนี้สนุกขึ้น และขอบคุณสื่อจากประเทศต่างๆที่แลกเปลี่ยนข้อมูล และคอยสลับกันถ่ายรูปให้กันนะครับ บ๊ายบายยยยยยย

LEAVE A REPLY