ซีอานสุดยอดตำนาน แห่งประวัติศาสตร์จีน Unexpected China Xi’an

0
546

ทริปนี้สืบเนื่องมาจากการหาข้อมูลอยากไปที่ไหนสักแห่งที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นมรดกโลก

จึงเกิดมาเป็นทริป…..ซีอาน-ลั่วหยาง ขึ้นนั้นเองครับ

ทำไมถึงต้องเป็น 2 เมืองนี้ ?? ก็เพราะว่า 2 เมืองนี้อยู่ห่างกันไม่มากและมีมรดกโลกอยู่ทั้ง 2 เมืองเลยครับ             และยังขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองแห่งประวัติศาสตร์ด้วย อีกทั้งซีอานยังเป็นเมืองหลวงของมณฑลส่านซีอีกซะด้วย

ส่วนตัวผมแล้วที่อยากไปทริปนี้เพราะได้หาข้อมูลแล้วเห็นสถานที่ต่างๆในเมืองทั้ง 2 นี้แล้วบอกเลยว่าอลังการและเต็มอิ่มได้ด้วยประวัติศาสตร์อันยาวนานของประเทศจีนครับ ทริปนี้ใครเป็นคอประวัติศาสตร์จีนห้ามพลาดจริงๆ!!

***โปรแกรมคร่าวๆ ซีอาน-ลั่วหยาง***

วันที่ 1 (9 ส.ค.)                                                                                                                  – ออกเดินทางจากดอนเมือง 16.25 ถึงซีอาน22.00น.                                                                  — Check in เข้าโรงแรมที่พัก(ที่จีนเวลาเร็วกว่าไทย1ชม.)

วันที่ 2 (10 ส.ค.)                                                                                                                 – เดินทางไปลั่วหยางด้วยรถไฟความเร็วสูง (จองล่วงหน้าผ่านเว็บ) ***รถไฟความเร็วสูง ซีอาน                                         ลั่วหยาง 175 หยวน                                                                                                            – Check in เข้าที่พักที่ลั่วหยาง                                                                                                                   – เดินทางไปชมเมืองโบราณในตัวเมืองลั่วหยาง

วันที่ 3 (11 ส.ค.)                                                                                                                 – ถ้ำผาหลงเหมินภาษาจีนออกเสียงว่าหลงเหมินสือคู (สือคู=ถ้ำ) ค่าเข้า 100 หยวน                                             – กลับซีอานรถไฟความเร็วสูง เข้าที่พัก ต่อด้วยหอระฆังซีอาน และ ถนนมุสลิม

วันที่ 4 (12 ส.ค.)                                                                                                              – สุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ (Terracotta Army) ค่าเข้า 150 หยวน
– ดูโชว์น้ำพุตอนกลางคืนเจดีห่านป่าใหญ่ Big wild Goose (Dayana)                                         Show time of the musical fountain
Monday, Wednesday – Friday 12:00, 20:30(Winter Time); 12:00, 21:00 (Summer Time) Tuesday 20:30(Winter Time); 21:00 (Summer Time)
Weekend and other statutory holidays
12:00, 14:00, 16:00, 18:00, 20:30 (Winter Time)
12:00, 14:00, 16:00, 18:00, 21:00 (Summer Time)

วันที่ 5 (12 ส.ค.)
– กำแพงเมืองซีอาน ค่าเข้า 54 หยวน                                                                                      — เดินทางกลับไทย นั่งรถบัสไปสนามบิน

***คำเตือนเมื่อถึงซีอาน-ลั่วหยาง***

1.ใครที่แพ้บุหรี่ง่ายๆ แนะนำให้นำผ้าปิดจมูกไปใช้เลยครับ เพราะที่นี่เหมือนพี่จีนแกจะไม่ค่อยแคร์ใคร อยากจะดูดตรงไหน ห้องแอร์ไหม ? หรือ Lobby โรงแรม หรือ ในลิฟท์เอง ถ้าพี่จีนเค้าอยากดูด เค้าก็ดูดครับ

2.เมืองนี้รถมอไซจะเป็นระบบไฟฟ้า 95% เลยทีเดียว ซึ่งมันจะเงียบมากๆ ขับผ่านหรือขับจี้เรามาคือไม่รู้สึกเลยครับว่ามีมอไซอยู่ข้างหลังไหม มันจึงอาจจะเกิดอันตรายได้ง่ายครับ ยังไงก็มองซ้าย มองขวากันดีๆนะครับ^^

3.อาหารพี่จีนแทบทุกมื้อจะเน้นไปทางมัน และ เค็ม แนะนำให้เอาน้ำจิ้มซีฟู๊ดที่ไทยไป หรือจะเป็นพวกน้ำพริก พริกป่นกระปุกเล็กไปด้วย เป็นอันจบครับ รวมถึงพวกปิ้งย่างเป็นไม้เสียบก็จะโรยผงหมาล่า(ใครชอบก็คงชอบเลย แล้วแต่ความชอบส่วนตัวนะครับ ลองกินกันดูดีกว่า ^^)

ค่าใช้จ่ายคร่าวๆ 5 วัน 4 คืน  (9-13 สิงหาคม 2017)

ค่ารถ                   : 500 หยวน 2,490 บาท (แพงหน่อยเพราะค่ารถไฟฟ้าความเร็วสูงไปกลับก็ 350 หยวนละ)
ค่าเข้าสถานที่          : 305 หยวน 1,520 บาท
ค่าข้าว                  : 550 หยวน 2,740 บาท
ที่พัก  4 คืน            : 750 หยวน 3,750 บาท (หาร3 เพราะไปกัน 3 คน ก็จะเหลือแค่คนละ 1,273)                  ค่าวีซ่า                  : 1,500 บาท

รวม : ประมาณ 9,700 บาทเท่านั้นเองครับ ! (ใครพกมาม่า ปลากระป๋องไปกินด้วยก็ประหยัดไปอีกครับ          อร่อยถูกปากคนไทยด้วย)

มาเริ่มเดินทางกันเลยดีกว่าครับ…………. ไปซีอานไปกับแอร์เอเชีย!!

Day1 >> เดินทางสู่เมืองซีอาน

ใช้เวลานั่งเครื่องมาจาก ดอนเมือง-ซีอาน 3 ชั่วโมง 25 นาที เท่านั้นเอง ไวมากๆครับ ความพีคของเที่ยวบินนี้คือ มีคนไทยแค่ 4 คนทั้งเครื่อง ซึ่งผมก็มากัน 3 คนละไง 55555 ละยังไม่พอ ที่นั่งข้างหลังเป็นเด็กจีน น้องแกพูดไม่หยุดตลอดการเดินทาง เสียงดังตามสไตล์จีน และถีบเก้าอี้ตลอดการเดินทางเลย ไม่ได้นอนเลยค้าบบบ!!!!! หือๆ พุธโธ ธัมโม ท่องไว้ๆ *A*

พอเครื่องลงมาถึง ก็เดินตามป้ายเลยครับ มีภาษาอังกฤษบอกชัดเจน ไม่มีหลงแน่นอน

เข้า ตม. รอรับกระเป๋า เดินออกตามป้าย Exit ง่ายๆ รวดเร็ว                                                           พอออกมาก็ได้พบกับลูกพี่ taxi มาดักรอเลยทันที เข้ามาประชิดตัวเหมือนเสนอขายหนังโป๊ 555                     คือยังไม่ได้ออกนอก Terminal เลย พี่แกมารอดักตั้งแต่ Gate เดินออกเสมือนมารอรับญาติ แต่เราก็ไม่ไปเพราะ  พอทำการบ้านมาบ้างว่ามันมี Bus เข้าเมืองที่เป็นของ Airport จัดไว้ให้อยู่                                             เดินมาเรื่อยๆก็มาเจอตู้กดน้ำแบบ ว้าววววฟิวเหมือนที่ญี่ปุ่นเลยที่นี่ต้องเจริญแน่นอน!(คิดในใจตอนนั้น)

เดินตามทางตามป้ายมา หาไม่ยากครับหาคำว่า GTC2 เพื่อไปซื้อตั๋วรถบัสเข้าเมืองซีอาน

เข้าไปนิดเดียวก็มาเจอกับ Bus ticket information ตรงจุดนี้มีพนักงานพูดภาษาอังกฤษได้                       บอกตรงๆเลยว่าช่วยได้เยอะมาก!!!! จะไปไหนก็สอบถามพี่เจ้าหน้าที่สบายเลยครับ                                                           แต่สุดท้ายแล้วจากที่ทำการบ้านมาแพลนเปลี่ยนทันทีครับ เมื่อทราบว่าปัจจุบันไม่มีรถบัสวิ่งเข้าไปจอดตรงหอระฆังตรงกลางเมืองอีกแล้ว >< เราเลยต้องเปลี่ยนแพลนนั้ง Taxi mini van 6 ที่นั่ง                                           ให้ไปส่งถึงที่พักเลยตามคำแนะนำของพี่เจ้าหน้าที่                                                                                              สรุปจบที่ คนละ 50 หยวน จากปกติถ้านั่งบัส 25หยวน (แต่ต้องไปต่อ taxi ไปที่โรงแรมอยู่ดี)

นั่งรอสักพักนึงก็มีเจ้าหน้าที่มาตามให้ไปขึ้นรถครับ และนี้ก็คือรถของเราที่จะเข้าเมืองครับ

ถนนโล่งสุดๆครับ 23.00

หลังจากเรานั่ง Taxi มาจากสนามบินก็ใช้เวลมประมาณ 40 นาที คนขับหาที่พักไม่เจอ555                    เนื่องจากเราจองที่พักเป็นแบบห้องคอนโดที่เจ้าของทำไว้ให้นักท่องเที่ยวมาพักเลยหายากนิดนึงครับ               Taxi มาจอดให้เราลงตรงสถานีรถไฟใต้ดิน Longshouyuan Metro Station (เหมือน Mrt บ้านเราเลย)     จากนั้นเดินมาประมาณ 2 นาทีเท่านั้นเองก็ถึงที่พักของเรา ทริปนี้ผมได้เลืองจองที่พักผ่าน Booking.com ชื่อที่พัก Martin’s Apartment(Longshouyuan Metro Station)

การ Check in จะยุ่งยากและงงนิดนึงครับ เนื่องจากต้องไป Check in ที่ห้องนึง และก็พักจริงก็ไปอยู่อีกชั้นนึง ยังไงใครจะมาพักที่นี้ก็อ่านดีๆนะครับไม่งั้นเสียเวลาแน่นอน

ที่พักเป็นแบบคอนโดบนห้างเล็กๆ มีตึกหลายตึกคล้ายๆ All season (ด้านล่างมี Starbuck ด้วยแต่ปิดแล้วเนื่องจากมาถึงก็ 23.30 แล้ว) สภาพห้องคือใหม่มากๆ มีกลิ่นสีของความใหม่เล็กน้อย รวมถึงห้องสุดจะน่ารักแบบคิตตี้ 5555 ห้องใหญ่ดีครับ เตียงก้ใหญ่นุ่มสบาย หมอนก็โอเค ห้องน้ำก็ดี มีห้องครัวด้วย แถมมีมุมนั่งทำงาน หรือจิบกาแฟเล็กๆน่ารักๆสำตล์ญี่ปุ่นด้วย

โดยรวมให้ 8/10 หัก 2 คะแนนเพราะ แอร์ตั้งอยู้ในจุดยุทธศาสตร์ที่แบบ เย็นอยู่คนเดียว >< เปิด 18 แล้ว มันน่าจะหนาวจัดทั้งห้อง แต่ก็ยังแค่แบบธรรมดาเหมือนเปิด 24-25° อีกแต้มคือ free wifi มันจะเร็วๆ ช้าๆ สลับกันไป ออกไปทางช้าๆ 5555(อันนี้ไม่รุ้ว่าเป็นเพราะที่จีนเค้า Block facebook,line เกี่ยวรึเปล่ามันเลยช้า แต่ก็เล่นได้) ราคา 205y / 3 คน นะครับ ตกคนละ 66.3y หรือคนละประมาณ 300 เท่านั้นเอง ถูกมากๆถ้าเทียบกับสภาพห้อง

เก็บของเสร็จเราก็หันหน้ามาพร้อมกันแล้วพยักหน้า…หื้อ!                                                                 ลงไปหาอะไรกินกันเถอะ!!! 5555 ทั้งๆที่นอนกันน้อยนะเนี่ย                                                               แล้วก็เดินมาแค่ 2 นาทีก็เจอกับร้านข้างถนน ฟิวเป็นแบบร้านข้าวต้ม3-4 ร้านติดกัน

แต่เราเลือกกินร้านรถเข็นข้างๆครับ ไม่ใช่อะไรนะ กลัวไปนั่งร้านข้าวต้มแล้วจะสั่งไม่รู้เรื่อง ><a

ร้านนี้คือเส้นเยอะกว่าบ้านเราอีกครับ เลือกไม่ถูกเลย

สุดท้ายไม่รู้จะเอาเส้นอะไร บอกให้เค้าผัดรวมๆกันมาเลยครับ ภาษามือล้วนๆ 555

เกี๊ยวน้ำรสชาติจืดๆ มันๆ ออกเค็มนิดๆครับ

Day2 >> มุ่งหน้าสู่ลั่วหยาง

บรรยากาศตึกที่เราพักตอนเช้าครับ เนื่องจากเมื่อคืนมาถึงดึกมากเลยไม่มีรูปครับ
ปล.ที่มาดึกไม่ใช่เพราะอะไรนะครับ เนื่องจาก Airaisa มาลงซีอานจะมีแค่รอบเดียวในหนึ่งวันครับ              16.35 – 21.35 ครับ (เวลาที่จีน +1 นะครับ)

ลงมาจากที่พักปุ๊บ เดินข้ามถนนก็ลงรถไฟใต้ดินเลยสะดวกมากๆ สถานีรถไฟใต้ดินที่นี้คือมีการตรวจเข้มก่อนเข้าใช้บริการดีกว่าบ้านเราเยอะมากๆครับ มีเครื่องสแกนกระเป๋าเหมือนที่สนามบินเลย น้ำก็เอาเข้าไปได้แต่ก็ต้องผ่านเครื่องสแกนน้ำโดยเฉพาะอีกที แบบนี้สิมีการตรวจความปลอดภัยจริงๆ ไม่เหมือนที่ไทยมีเครื่องตรวจก็เท่านั้น ไฟฉายในมือพี่ยามนั้นคือที่ตรวจของแท้ 555 เราจะใช้เวลาจากสถานีที่เราพักไปสถานีรถไฟฟ้าความเร็วสูง Xian north railway station (สถานีปลายทาง)ประมาณ 17 นาทีก็ถึง

เดินออกมาพบกับความกโลหลของพี่จีนทั้งหลาย >< แต่ในที่สุดเราก็หาที่ซื้อตั๋วเจอ ยืนต่อแถวไปก็คิดในใจไปว่าจะคุยกับพี่พนักงานรู้เรื่องไหมเนี่ย ก็เลยเปิดเน็ตหาเที่ยว และเวลาที่จะไป พร้อมราคาที่นั่งที่ต้องการ Capture screen ไว้พร้อมยื่นให้พี่พนักงาน และพอถึงคิว เออ!! ได้ผล!!ง่ายดีครับ พี่พนักงานก็ขอ Passport เราทุกคนพร้อมจ่ายเงินคนละ 174.5 หยวน เป็นอันจบ

เดินตามป้ายไปเลยครับ

แผนที่สถานีรถไฟความเร็วสูงครับ ซื้อบัตรให้ขึ้นไปชั้น 2 เลยนะครับ หลังจากออกมาจาก Metro (รถไฟใต้ดิน)

เสร็จแล้วก็มาเข้าสถานีเพื่อไปรอรถไฟออก (กรุณาเผื่อเวลาด้วยนะครับ เพราะทางเข้าคือตรวจเข้มเหมือนจะขึ้นเครื่องบินเลยครับ และรถไฟออกตรงเวลาเป๊ะ!) ตัวอาคารรอเข้า Gate ก็ใหญ่มากๆๆ!! อารมณ์สุวรรณภูมิเลย

ก่อนมาจีนมีคนบอกว่าที่จีนมีที่เติมน้ำร้อนแทบทุกที่ ละก็จริงๆครับสุดยอดเลยครับ                                      (ที่จีนไม่มีน้ำเย็นนะครับ มีอุ่นกับร้อนเลย แม้ว่าอากาศจะร้อนสุดๆไปเลย แต่น้ำเย็นของเค้าก็ยังแค่อุ่นๆ)

ปล.กรุณาดูบัตรของท่านดีๆ เพราะชื่อที่บัตรต้องตรงกับ Passport ที่เราถือด้วยนะครับ

 

มื้อแรกของวันนี้ครับ ถูกปากและประหยัดอีกต่างหากครับ (ไม่ได้มีเจตนาโฆษณาใดๆทั้งสิ้นนะครับ)

ตอนแรกคือพกมาม่า ติดตัวมาไว้ 2 ถ้วย พร้อมปลากระป๋อง 2 กระป๋องกะมากินที่ลั่วหยาง เพราะนอนแค่คืนเดียวละก็กลับไปซีอานแล้ว แต่เนื่องจากบนรถไฟมีเครื่องกดน้ำร้อน!!! เฟี้ยวสุดๆไปเลย เราเลยไม่รอช้าทำมาม่ากินทันทีครับท่าน และขณะที่รอมาม่าสุกพร้อมกินนั้น ก็มีพนักงานเดินเข่นรถขายข้าวเหมือนคล้ายๆบนเครื่องบินด้วย! เรา 3 คนหันมาพร้อมกันทันที 5555 ไม่รอช้าเลยจัดไป 1 กล่องใหญ่ 65 หยวน แล้วแบ่งกินกัน 3 คน ได้ข้าวมา 1 กล่อง กับข้าวกล่องใหญ่มี 5 อย่างในกล่อง รสชาติทุกอย่างกินได้แต่ก้ไม่ได้อร่อยมาก แอบเลี่ยนๆนิดนึง และก็ซุป 1 ถ้วย รสชาติจืดๆกินได้ไม่แย่ครับ

สรุป มาม่า ปลากระป๋อง คืออร่อยไปเลย ถูกกว่าเยอะมากกๆ ๆ ๆ ๆๆด้วย

 

ปล.รถไฟความเร็วสูงวิ่ง 300 kg/hr สภาพรถไฟก็ดีเยี่ยม มีห้องน้ำทุกโบกี้ ห้องน้ำก็ดีเหมือนบนเครื่องบิน มีที่ล้างมือ สบู่ครบ ห้ามสูบบุหรี่ด้วย ดีจุงเลอเย้!

ใช้เวลามาจากซีอาน 1.34 ชั่วโมง เร็วมากๆ ออกมาจากสถานีนึกได้ว่าซื้อตั๋วรอเอาไว้ขากลับไปซีอานเลยดีกว่า เวลากลับจะได้ไม่เร่งรีบยุ่งยาก เสร็จแล้วจากนั้นก็เดินไปที่พักตามแผนที่ ใช้เวลาไม่นานแต่ต้องบอกเลยว่า แดดที่นี้ร้อนสุดๆ!! ร้อนกว่าที่ไทยแน่ๆ!! ยอมเลยครับ

หน้าสถานีหลังจากที่ซื้อตั๋วขากลับพร้อมไว้เสร็จ

เดินจากสถานีไปที่พักเราไม่ไกล

มาถึงที่พักบอกเลยว่า ผิด Hostel 5555 ชื่อมันคล้ายๆ youth hostel เหมือนกัน แดดร้อนๆ เห็นแว้บๆ เข้าเลยทันที ทางพนักงานก็ใจดีโทรไปหา Hostel ที่เราจองให้มารับ เพราะ อยู่ใกล้ๆกัน แต่ช่วงเวลาที่รอเค้ามารับเราก็เลยลองถามเค้าว่ามีห้องว่างไหม สรุปมี!! ละห้องอย่างน่าพัก Hostel ก็น่ารักมากๆ เจ้าหน้าที่ก็พูดอังกฤษได้ดี         เลย Cancel ที่จองไป เพราะยกเลิกได้ฟรีอยู่ก่อน 18.00 (มาถึง 13.30) สรุป ที่พักที่จองไปที่แรกมาถึงแล้ว ละก็ตื้อสุดๆ อ้างนู้นนี้ ให้เราไปพักกับเค้าให้ได้ จนสุดท้าย เราก็ไปเพราะลำคาญ และมันก้เสียเวลาไปพอสมควรกับแพลนเราแล้วด้วย แต่ก็ยังดีที่อยู่ใกล้ๆกันไม่เสียเวลาเดินมากครับ

ด้านหน้าทางขึ้นครับ หรูหรามาก นี้คิดในใจในวะ Hostel

สรุป: ที่พักก็ไม่ได้แย่มากครับ ธรรมดาๆ เจ้าหน้าที่พูดอังกฤษได้นี๊ดหน่อย สภาพห้องก็เป็นตามรูปเลยครับ ที่นี้จะอารมณ์เหมือนมีคอนโดใหญ่ๆ ละเปลี่ยนเป็น Hostel มี 3 ห้องใหญ่ 4 เตียง2 ห้อง กับ 8 เตียง 1 ห้อง ส่วนผ้าเช็ดตัวก็มีให้แค่ผืนเล็กๆ เหมือนผ้าเช็ดหน้า >< ทำใจครับคืนเดียว แถมไม่มีคนอื่นพักนอกจากพวกผมเลย งงใจมากทำไมได้รีวิวเยอะ – -? ยังไงใครจะมาพักลั่วหยาง แนะนำเป็น Buling youth hostel เลยนะครับ น่าพักมากๆ พนักงานก็พูดอังกฤษได้ดีเลยครับ มีคนพักหลายเชื้อชาติเหมาะสมกับฟิว Hostel เลย

หลังจากเข้าที่พักเสร็จ ก็หาทางไปเมืองโบราณตามโปรแกรมที่วางไว้ครับ หวยออกที่นั่งรถบัสสาย 65 นั่งไป 50 นาที คนละ 1.5 หยวน ถูกมากๆครับ ไม่เกิน 10 บาท (Taxi 25 นาที 23.8 หยวน นั่งมาขากลับ 5555)                นั่งมาลงรถเมย์ป้ายสุดท้ายเลยครับ ทำให้ไม่ยากต่อการต้องมาค่อยดูว่าเห้ย ถึงยังวะๆ ฮิๆ  พอลงจากรถแล้วเดินตามทางไปเลี้ยวขวาทีนึงก็จะเจอกับสวนสาธรณะเล็กๆ มีชาวบ้านเล่นไพ่จีนกันนั้นแหละครับ หน้าประตูทางเข้า

จุดเริ่มต้นเมืองสังเกตุง่ายๆครับ จะเจอประตูทางเข้าเหมือนกำแพงเมืองใหญ่ๆสูงๆ (li jeng gate) ตัวเมืองโบราณต้องบอกก่อนเลยว่าใหญ่มากๆครับ กว้างสุดๆ เดินไม่หมดจริงๆครับ ทีมผมเลยเลือกเดินจุดที่มีคนเยอะๆ มีร้านค้า และกิจการเยอะเยะไปหมดตลอดทาง เดินไปเรื่อยๆจนถึงจุดนึง ก็กลายเป็น Local China street food ไปตลอดทาง 2 ฝั่งเลยครับ อาหารก็ราคาไม่แพงมาก แต่รสชาตินี้บอกเลยว่าหาถูกปากคนไทยยากแน่นอนครับ มันๆ เลี้ยนๆ >< และอาหารจีน ไม่ว่าจะก๋วยเตี๋ยว หรือ ข้าว คือหามื้อที่จะมีเนื้อสัตว์ยากมาก มีแต่แป้งกับผัก แต่รวมๆแล้วก็พอกินได้ทุกอย่างครับ โดยเฉพาะ ไก่ทอด ไก่ย่างบาร์บีคิว พวกนี้ถือว่าผ่านอยู่ครับ 

ด้านในกำแพง

โซนร้านค้าต่างๆ

คือคุณลงไม่คิดจะเอาป้ายราคาออกก่อนเลยเหรอค้าบบ 555
รสชาติเฉยๆครับ
เหมือนตลาดนัดอาหารกลางคืนบ้านเราเลยครับ

เดินไปหลายชั่วโมงเลยครับ กลับออกมาคือดึกเลยกำแพงเปิดไฟก็สวยไปอีกแบบครับ ^^

ใช้เวลาอยู่ที่นี้นานเลยครับ เย็นๆจนมือ (ฟ้ามืด 20.00)
ต้องบอกเลยว่าตอนดึกสวยกว่าเยอะครับมีไฟเปิดประดับสวยงาม ส่วนใครอยากขึ้นไปบนกำแพงเมืองตรงประตูก็สามารถขึ้นไปได้นะครับ ค่าขึ้น 35หยวน/คน

ขากลับบ้านนอนพักผ่อนเดินเจอคุณลุงคนนึงเขียนหนังสือบนพื้นด้วย !!! Artist สุดๆครับ หลับฝันดีบะบุย Day2

Day 3 >> ถ้ำผาหลงเหมิน (Longmen Grottoes)

ตื่นจาก Hostel ที่พักได้ทำอาหารจีนให้เรากินมื้อเช้าด้วย!! มีประมาณ 4 อย่าง กินได้อย่างเดียวคือไข่ต้มดำๆคล้ายๆพะโล้ 555 นอกนั้นคือเค็มหมดเลย เค็มมากๆ กินไม่ลงเลยครับ >< แต่ก็ยังดีมีน้ำใจทำให้เรา ขอบคุณนะคร้าบ แต่ใครจะมาลั่วหยาง แนะนำ Buling Buling Hostel นะครับ สวยกว่ามากแพงกว่านิดหน่อยเอง            และด้วยความที่มีเจ้าหน้าที่ Hostel บอกเราว่าถ้า you เดินไปขึ้นรสบัสนะ เสียคนละ 5 หยวน you นั่ง Taxi ดีกว่ามันไม่ไกล ไม่เกิน 15 หยวนหรอก แถมไวกว่า ประหยัดเวลากว่าตั้งเยอะ เราก็นะ….ถ้ารถบัส 3 คนก้ 15 หยวนละ งั้นโอเค Taxi จัดไปเชื่อใจลองดู

ลงมาโบก Taxi คุยกันไม่รู้เรื่องหรอกครับ เราก็อาศัยเปิดภาพให้เค้าดู ละก็ชี้ไปที่มิเตอร์ให้เค้าเปิดมิเตอร์ขับนะ เค้าก็งงๆ ซึ่งจากประสบการณ์ 2 วันที่ได้มีโอกาสนั่งมา ถ้าTaxi ที่ไม่เปิดมิเตอร์เค้าก้จะเสนอราคามาให้เราก่อนขึ้นเลยครับ และสรุปคันนี้ก็เปิดมิเตอร์

Taxi ที่ลั่วหยางเริ่มต้นที่ 5 หยวน ถือว่าไม่แพงเลยครับ ขับไปประมาณ 12 นาทีเท่านั้นเอง ถึงแล้ว!!! หวยออกที่เลข 10 หยวนเท่านั้นครับ!!! ผมก็เลยทิปไปอีก 1 หยวน Taxi ยิ้มใหญ่เลย หารกัน 3 คน ตกคนละ 4 หยวนเองครับ ประหยัดเวลา ไม่ต้องเดินตากแดดร้อนด้วย ได้ศัพท์มาเพิ่มคือ Thailand = Thaiku (คนจีนไม่รู้ว่า ไทยแลนด์คือประเทศไทย ต้องบอกว่า ไทยคู้วววว์ 555)

พอลงจาก Taxi ก้มีลุงยาวชี้ทางเข้าให้เราเดินเข้าไปไม่ไกลก็เจอที่ขายตั๋วเลยครับ ราคามี 100หยวน กับ 50หยวน น่าจะเป็น ผู้ใหญ่กับเด็ก ปล.ที่นี้มีที่รับฝากกระเป๋าด้วยนะครับ ฟรีด้วย! ใครที่ต้องมาละก็เดินทางต่อไปเมืองอื่นแบบผมไม่ต้องห่วงเลย สบายๆครับฝากฟรี ^^ และเราก็พร้อมลุยแล้ว!! ฟิตเต็ม100

เดินไป คุยไป แดดเผาๆไป คิดในใจ ไอ้บ้า!!! ทำไมไม่ทำที่ขายตั๋วให้ใกล้ๆทางเข้าวะ!! เดินไกลมากๆบอกเลยครับกว่าจะถึงจุดทางเข้าจริงๆ >< ทำใจไว้เลยนะครับ แนะนำให้พกร่มมากันแดด เพราะแดดท่านเผาโหดกว่าที่ไทยอีกครับ 36° แต่ในที่สุดก็ถึงครับ ถ่ายรูปรัวๆ

อากาศร้อนสุดๆครับ เติมเต็มความสดชื้นกันหน่อย

ห้องน้ำที่นี้สะอาดนะจ้ะ
วัดอยู่ฝั่งตรงข้าม

เด็กนั่งถ่ายรูปอินมาก
น้องหมาก็พามาได้นะค้าบ น่ารักสุดๆ เจ้าของเอาน้ำราดน้องหมาด้วย เนื่องจากว่าอากาศร้อนสุดๆ

เดินมาพักใหญ่ก็ถึงจุดตัวชูโรงของที่นี้ครับ เดินขึ้นบันไดไปเหนื่อยนิดนึงนะครับจุดนี้

– โซนถ้ำ hilight จะอยุ่ที่พระองค์ใหญ่มโหราฬหลังจากเดินผ่านไปแล้ว 1 ชม.กว่า 555(ก็จะเป็นเหมือนรูๆช่องเล็กใหญ่ละก็มีพระแกะสลักจากเขาซึ่งมี 1,000 กว่าช่อง เยอะมากๆ!!) **เดินขึ้นๆลงๆตลอด**

ระหว่าง 2โซน นี้จะกั้นด้วยแม่น้ำนะครับ ข้ามด้วยสะพานเดิน มี 2 สะพาน ตรงหัวกับท้าย เพราะเดินเที่ยวที่นี้ให้นึกภาพว่าเดินเป็น สี่เหลี่ยมผืนผ้าครับ และสามารถนั่งเรือกลับไปได้ด้วยครับ คนละ 25หยวน

ใหญ่มากกกกกก!!!!!

ใครไม่ไหวแล้วก็สามารถนั่งเรือชมวิว กลับไปทางออกได้เลยครับ

เดินมาอีกฝั่งนึง มองกลับไปโอโห้ววว ใหญ่โตสุดๆ เดินมาได้ไงวะนั้น5555

ขึ้นเขามามองจากฝั่งตรงข้าม

จุดซื้อตั๋วนั่งรถกอล์ฟกลับไปทางออกได้ อันนี้แนะนำครับ นั่งเถอะเพราะว่าเดินไกลมากๆ

– โซนวัด อันนี้จะอยุ่ฝั่งตรงข้ามกับตัวถ้ำ แต่ต้องเดินขึ้นบันไดชันๆขึ้นไป หอบเลยครับบอกตรงๆ >< พอถึงวัดแล้ว มองข้ามไปก็จะเห็นอีกมุมนึงเป็น lanscape ของโซนถ้ำก็สวยดีครับ ตัววัดด้านบนก็มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ไหว้ บูชากันไป

เดินมาเรื่อยๆจนถึงทางเข้าที่เราเดินมา มองลงไปคิดในใจ เหนื่อยแน่ๆพวกที่เพิ่งมา
เสียดายไม่ได้ซื้อตั๋วขึ้นรถ เดินขารากเลยครับ

-โซนสุสาน ก็จะคล้ายๆสวน ละก็มีสุสานตรงกลาง ไม่มีอะไรมากครับ โซนนี้จะอยุ่ตรงทางออก แต่ถ้าใครฝากกระเป๋าก็ต้องเดินข้ามสะพานข้ามแม่น้ำกลับมาตรงจุดทางเข้านะครับ

ปล.เดินไปครึ่งทางจะมีรถไฟฟ้าให้นั่งกลับด้วยนะครับ ใครเดินไม่ไหวแล้วก็นั่งได้ครับคนละ 10 หยวน ส่งถึงทางออก เพราะว่าหนทางมันยาวไกลมากๆครับ

…สรุป…

ที่นี้ได้ชื่อว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์มรดกโลกโดย Unesco  มีหลักๆคือ 3 โซน อารมณ์มันคือภูเขา ละคนสมัยก่อนก็แกะสลักจากตามภูเขาเลยครับ ยอมใจเก่งมากๆ! แต่หลายๆองค์ก็นิ้วหัก หัวขาด ไปเยอะแล้วมากทีเดียวครับต้องบอกเลยครับว่าตอนแรกวาดภาพในหัวก็คือน่าจะเสียเวลาเก็บภาพ และ VDO ไม่น่าเกิน 3 ชม. และไม่ใหญ่ขนาดนี้!!! ของจริงคือเดินเยอะสุดๆครับ ใหญ่มากๆๆๆๆๆ ละก็ต้องขึ้นๆลงๆ ตลอดเพื่อไปดูพระแกะสลักตามถ้ำ เพราะพวกองค์ใหญ่มันจะอยู่สูงๆครับ พวกผมใช้เวลาไป 4 ชม.กว่าๆ มีนั่งพัก เล็กน้อย 10 นาที ซื้อน้ำดื่ม(5 หยวน ปกติข้างนอก 2 หยวน) น่องนี้ปูดเลยครับ เสื้อก็เปียก มันจะเหนื่อยๆเป็นพิเศษเพราะแดดช่วงนี้ที่มาคือแรงสุดๆครับ            ความรู้สึกคือแรงกว่าที่ไทยอีกครับ ดื่มน้ำไปเยอะมากแต่ไม่รู้สึกปวดฉี่เลย น่าจะเพราะเหมือนความร้อนมันขับน้ำออกทางผิวเราอยู่ตลอดเวลาเลย

หลังจากไปเดินถ้ำหลงเหมินอันแสนกว้างใหญ่ ก็ถึงเวลากลับซีอานแล้ว โดยรถไฟฟ้าความเร็วสูงเหมือนขามาเช่นเคยครับ ราคาเท่าเดิม 175 หยวน 1.40 ชั่วโมง ก่อนขึ้นรถไฟฟ้าพอมีเวลาอยู่บ้าง และด้วยความที่แทบไม่ได้กินเนื้อสัตว์เลยตั้งแต่มาจีน (มีแต่แป้งๆ ๆ ๆ) ได้เจอ KFC พุ่งเข้าหาทันทีครับ จัดชุดใหญ่ไฟกระพิมไปทันที 555 **รสชาติต่างจากบ้านเรา ที่นี้ติดเค็มครับ ราคาก็แพงกว่า และไม่มีซอสพริกด้วยครับ

มาถึงซีอาน ดิ่งเข้าที่พัก(ห้องคิตตี้)ทันที กลับมาครั้งนี้เราพักที่เดิมอยุ่อีก 2 วัน ทำไมถึงเลือกที่เดิม?? ข้อดีคือ คืนที่เราเดินทางต่อไปลั่วหยางเราก็สามารถฝากกระเป๋าใบใหญ่ของเราไว้ที่นี้ได้เลยครับ เอาไปเฉพาะที่จำเป็นคืนเดียว สบายๆ เดินทางสะดวกไม่ต้องมีภาระ 

ซื้อตั๋วนั่ง Metro กลับที่พัก

ถึงแล้วที่พักของเรา คิดถึงจัง^^ ชั้น 18

กลับมาถึงเจอเห้ย! มีอารบิคซะด้วย ปล.คนแก่ล้วนครับ

อาบน้ำสดชื่น พักผ่อนเล็กน้อยเสร็จ เราก็เดินทางออกไปถ่าย หอระฆังซีอานตอนกลางคืนกันครับ                     (ที่นี้กว่าจะมืดก็ 20.00 กว่าๆ แปลกดีทั้งๆที่กลางวันร้อนโคตรๆ)
นั่ง metro (MRT) ไป 3 สถานีก็ถึงครับ 2 หยวนเท่านั้นเอง ขึ้นมาก็วุ่นวายพอสมควรครับ รถวิ่งกันเป็นวงเวียน     ดูมั่วๆ เหมือนจะชนกันตลอดเวลา บีบแตรกันตลอด ข้ามถนนกันยังไงก็ดูซ้ายดูขวาดีๆนะครับมันโหดจริงๆครับ

ถ่าย Bell tower เสร็จก็เดินต่อไปถ่ายหอกลอง ซึ่งอยู่ใกล้ๆกันครับ เส้นทางก็เดินไปทางถนนมุสลิมเดี๋ยวก็เจอหอกลองครับ มันจะอยุ่ด้านหน้าเลยคับ ถ่ายรัวๆ

สักแปปก็เดินไปอีกนิดเดียวก็ถึงถนนมุสลิมละครับที่นี้จะเป็นคนจีนที่นับถือมุสลิมกันครับ (ไม่รุ้จริงแค่ไหน แต่ก็มีสวมหมวกเหมือนชาวมุสลิมนะครับ) ตลาดมุสลิมให้นึกภาพของถนนข้าวสารบ้านเราเลยครับ ประมาณนั้นเลย อาหารก็มีเยอะเยะมากมายครับ สไตล์พื้นบ้านคนจีนกินกัน มีทั้งเนื้อแพะ แกะ เนื้อวัว ไก่ แต่ก็ไม่มีหมูนะครับ ก็มันตลาดมุสลิมนี่น่า!!! เดินไปเรื่อยๆก็ไปเจอกับร้านก๋วยเตี๋ยวที่คนกินเยอะและดูน่ากินเพราะมีเนื้อใส่ลงไปด้วย (ปกติที่เห็นก๋วยเตี๋ยวที่นี้คือ เส้น น้ำซุป พัก แป้งต่างๆ >< )

ร้านขายเนื้อแพะย่าง

สรุปร้านนี้เป็นเหมือนของขึ้นชื่อของที่จีนเลยครับ เป็นก๋วยเตี๋ยวแบบมีวุ้นเส้น ละก็เนื้อ และเศษก้อนขาวๆก็ขนมปังครับ!! มายังไงวะเนี่ยยย >< จ่ายตังค์กินเสร็จ 28 หยวน ครับชามนี้

ร้านแฮมเบอร์เกอร์เนื้อสไตล์พี่จีน

เนื้อไม่เหนียวครับ อร่อยดี

พอเดินไปได้แปปนึงเหมือนร้านต่างๆเริ่มเก็บร้านกันหมดแล้ว สรุปคือเรามาช้าไปครับ ตอนนั้นเวลา 23.00 ส่วนตัวก้คิดว่า เป็นวัน ศ ด้วยก็คงไม่น่าปิดเร็ว แต่ก็ถือว่าดีที่ได้เห็น Dark side ครับ เพราะทุกร้านจะเทเศษอาหารเอย ขยะเอย มากองๆรวมกันตรงถนน ละก็สาดน้ำล้างถนนกัน กลิ่นก็จะหมิ่นๆ ถนนก็จะมันๆลื่นๆหน่อย >< เสียเวลาไปกับ Bell tower เยอะไปหน่อย แหะๆ (ก็มันสวยจริงๆนี้หน่า) นั่ง Taxi กลับที่พักครับ 25 หยวน สบายๆ หาร 3 Goodnight Day3

Day 4 >> สุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ (Terracotta Army)

ตามประวัติแล้วสุสานแห่งนี้ เริ่มก่อสร้างในสมัยองค์จักรพรรดิจิ๋นซีฮ่องเต้ ใช้ระยะเวลาก่อสร้างประมาณ 38 ปี
สร้างมาจากดินเผาจำนวนมาก เพื่อเป็นตัวแทนของข้าราชบริพารในการร่วมเดินทางไปยังปรโลก
ร่วมกับองค์จักรพรรดิจิ๋นซีฮ่องเต้เล่ากันสืบต่อมาว่า องค์จักรพรรดิจิ๋นซีฮ่องเต้ มีพระบัญชาให้สร้างมหาสุสานเพื่อเป็นที่พักผ่อนชั่วนิรันดร์ของพระองค์ โดยใช้ช่างฝีมือและคนงานกว่าเจ็ดแสนคนปั้นหุ่นทหาร โดยใช้แบบที่เป็นคนจริงๆ และเมื่อปั้นเสร็จ  คนที่เป็นแบบจะถูกสังหารทันที เพื่อให้วิญญาณมาสถิตในหุ่นจะได้พิทักษ์สุสานต่อไป               จนกระทั่งปัจจุบันนี้ก็ยังไม่มีใครพบที่ฝังพระศพขององค์จักรพรรดิจิ๋นซีฮ่องเต้เลย ที่นี่จึงกลายมาเป็น                 หนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ที่ทั่วโลกต่างตะลึงกับสุสานที่เต็มไปด้วยหุ่นดินเผาของทหารและม้านับหมื่น
จึงเรียกสถานที่แห่งนี้ว่า
 “The Terracotta Warriors” หรือ สุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ 

 

การเดินทางไม่ยากครับ ไปขึ้นรถบัสที่สถานี Xian Railway station จากนั้นก็จะงงๆหน่อย เพราะรถบัสเยอะมาก555 แต่โชคดีมี Tourist service ไว้ ก็เลยเข้าไปถาม เจ้าหน้าที่พูดภาษาอังกฤษได้เลยสื่อสารกันรู้เรื่องครับ สรุปมาได้ความว่า ให้ขึ้นบัส 306 ไปสุสาน คนละ 7 หยวน

หน้าสถานี Xian Railway
Tourist service

ณ ขณะที่กำลังเดินพุ่งไปยังเบอร์ 306 ก็มีเจ้คนนึงตะโกนมาพร้อมเข้ามาใกล้ๆ ละโบกให้ไปรถเค้า ไอ้เราก็งงๆ มึนๆ ละก็บอกว่า โนๆ ๆ ๆ ๆ ปิง หม่า โหย่ว(แปลว่าสุสานจีน) ละเจ้ก็ตอบกลับมา ปิง หม่า โหย่ว ๆ ๆ ๆ ละก็ไปชี้ที่รถบัสเจ้แก 914 มีภาษาอังกฤษเขียนข้างๆว่า ไปกลับ Xian Railroad station >>>>> Terra cotta warriors and horses เราก็แบบ อะๆ ๆ เห็นรถจะออกพอดีและ บัส 306 นี้โล่งไม่มีคนนั่งเลย และไม่มีการเรียกลูกค้าแต่อย่างใดๆ ก็เลยขึ้นไปกับเจ้เค้าเลย ราคาก็ไม่รู้ว่าเท่ากันไหม 555 แต่ขึ้นมาละ 

สรุปมันก็จะคล้ายๆรถบัสวิ่งเส้น บางนา-ตราด ละก็ตะโกนเรียกคนให้ขึ้นรถ ไปพัทยาอะไรงี้อะครับ พอเลยตัวเมืองไปก็วิ่งยาวๆครับ ไปสักพักเจ้ก็จะเดินเก็บเงิน สรุปแล้วคนละ 8 หยวน แพงกว่า 306 1 หยวนเอง โอเคเลย เบาะนั่งสบาย แอร์เย็น จอดให้คนลง 2 จุด ละก็ถึงครับ 1 ชั่วโมง 15 นาที ป้ายสุดท้ายเลยส่งลงตรงทางออกของสุสาน (นี้ก็งง ไม่ส่งลงตรงทางเข้าว้า ต้องเดินหาทางเข้าอีก)

ของจริงรึเปล่าไม่รู้ แต่ถ้าจริงละก็!!!
ตามป้ายไปครับ
ด้านหน้าทางเข้า

มาถึงแล้ว!! ตั๋วค่าเข้าคนละ 150 หยวน ครับที่นี้ ตอนเข้าไปซื้อตั๋วก็จะมีไกด์มาเสนอขายของให้เราจ้างเค้าครับ ถ้าใครอยากทราบประวัติโดยละเอียด ดูไปอินไปก็แนะนำเลยครับไม่แพงมากครับ ต่อราคาเก่งๆเก๋าๆหน่อย สบาย!   พอเข้าประตูไปด้านซ้ายมือก็มีให้ขึ้นรถกอล์ฟไฟฟ้าต่อแถวกันไป เห็นแถวไม่ยาวมากและคนละแค่ 5 หยวนเอง เลยจัดไปครับ เพราะจากประสาการณ์เข้าชมสถานที่ต่างๆของที่จีนแล้ว เดินไกลแน่นอนครับกว่าจะถึงตัวจุดที่ได้เข้าชม  นั่งมาไม่นาน(ถ้าเดินก็น่าจะไกลพอตัวอยู่) ก็ถึงที่เข้าชมละครับ

จุดชมสุสานเข้าไปแบ่งออกเป็น 3 Hall ใหญ่ๆ
– นิทรรศการ โชว์ของเก่า รูปภาพ เล่าเรื่องต่างๆ
– บ่อหุ่นสุสานที่ซ่อม ไม่สมประกอบ
– บ่อสุสานที่หุ่นสมประกอบ
** หุ่นไหนสภาพดีจัดๆ ก็จะใส่กระจกครอบไว้

ที่ขายตั๋วใหญ่มากๆ

หน้าทางเข้าคนเยอะมากครับ

 

 

 

 

เดินหมดครบ 3 โซน ก็เดินตรงมาทางออกมีของขายและร้านข้าวเยอะมากๆครับ

 

ใช้เวลาไปช่วงบ่ายเต็มๆเลยครับ เนื่องจากกว้างมากและใช้เวลาเดินทางไปกลับก็ 2 ชมครึ่งแล้วครับ ขากลับเดินออกจากทางออกก็เจอกับรถบัสเลยครับ นั่งรถคันเดิมสีเดิม เบอร์เดิมกลับมา แต่ราคาแพงขึ้นเป็น 13 หยวน นี้ก็งงเหมือนกันทำไมแพงขึ้น แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ครับเนื่องจากสื่อสารกันไม่ได้เลย ><”

กลับมาลงที่เดิม แล้วเราก็เลือกนั่งรถบัสกลับไปที่พักเพราะว่าประหยัดดีครับ คนละ 1.5 หยวนเองครับ ทางที่จะไปขึ้นรถบัสก็ไม่อยากครับ เดินเข้าไปถาม Tourist service ได้เลยครับ สบายๆ

กลับมาถึงที่พักก็พักผ่อนสักนิดนึงแล้วก็ออกเดินทางไปดูน้ำพุที่วัดป่าเจดีย์ หรือ Giant Wild Goose Pagoda ซึ่งก็หาข้อมูลมาบ้าง และก็วางแผนไว้ว่าจะไปดูรอบ 20.30 แต่เนื่องจากเสียเวลาไปกับการเดินทางไปสุสานพอสมควร ตารางเลื่อนเลื่อนครับ และสุดท้ายแล้วก็ไปดูน้ำยุไม่ทันครับ หือๆ เสียดาย แต่ในความโชคร้ายยังมีความโชคดีอยู่ครับ เราได้ค้นพบเจอร้านข้าวที่มีเนื้อสัตว์อยู่ด้วย ถูกแล้วอร่อยมากๆครับ (ต้องบอกเลยครับว่าข้าวกับเนื้อสัตว์ที่จีนหายากมากๆครับ) ลายแทงก็ตามภาพข้างใต้นี้เลยครับผม ลงสถานี Xiaozhai zhan เดินออกไปทางออก B/C ตามทางไปเรื่อยๆ พอเจอร้าน Daily Queens ก็จะเจอกับร้านข้าวหน้าเนื้อนี้เลยครับ ฟิน!!!

ดูเวลารถไฟรอบสุดท้ายไว้ด้วยนะครับ ไม่งั้นก็ต้องนั่ง Taxi กลับ

ลานแสดงน้ำพุคือข้างหน้านี้เลยครับ ขึ้นออกมาจากรถไฟก็เจอเลยครับ

ก่อนกลับไปนอนคืนนี้ผ่านกำแพงเมืองซีอานตอนดึกพอดีครับ เดี๋ยวเจอกันแน่พรุ่งนี้วันสุดท้าย ^^

Day 5 >> Last day…กำแพงเมืองซีอาน

วันสุดท้ายแล้ว!!! จะได้กลับไปกินอาหารไทยแล้ว 5555 (ลองไปดูครับแล้วจะรู้ว่าผมไม่ได้เว้อเลย^^) วันนี้ตื่นขึ้นมาสบายๆครับ แวะกินข้าวมื้อแรกที่ห้างด้านล่างที่พักเลยครับ เดินดูทุกชั้นสุดท้ายมาจบที่ Food replubic คล้ายๆกับ Food court บ้านเรานั้นเองครับ อาหารก็มากหน้าแปลกตา อลังการดีครับ แต่รสชาติไม่อลังการเลย หือออT T

โซนนี้อยู่ตรงข้ามคอนโดที่เราพักครับ มีร้าน Shopping 2 ข้างทางเลยครับอันนี้แต่ร้านนี้บอกเลยครับไม่ค่อยน่า Shop เลย ของแท้ก็ดูสุ่มเสี่ยงว่าจะเป็นของก๊อปสไตล์พี่จีน แนะนำถ้าใครอยากซื้อของก็ซื้อที่ห้างเลยดีที่สุดครับ

กำแพงเมืองซีอาน ( Xian citi wall)

กำแพงเมืองซีอานจะแบ่งออกเป็น 4 ประตู North East South West 4 ทิศ มีคูน้ำรอบๆ เอาไว้คอยปกป้องเมืองจากภัยคุกคามในสมัยก่อน

ทางขึ้นกำแพงเมืองสามารถขึ้นได้ 2 ทิศ คือตรง North gate กับ South gate สังเกตุทางเข้าเพื่อที่จะขึ้นไปกำแพงดีๆนะครับ เพราะว่ามันต้องลงอุโมงค์ เหมือนลงใต้ดินก้อน ละค่อยมาโผล่ตรงกำแพงส่วนในครับ ส่วนผมเลือกที่จะไปตรง South gate (สถานี Yongning Men)ครับ เพราะว่ามันสามารถมองเห็นหอระฆังซีอานได้ด้วย แต่ใครอยากได้รูปที่ผมถ่ายออกมาต้องมีเลนส์ดึงถึง 300 mm. ด้วยนะครับ ไม่งั้นอด เพราะมันไกลกันอยู่ 

ออกทางประตู A
สังเกตุป้ายทางเข้าดีๆ ขึ้นจากใต้ดินเลยนะครับ
โผล่ขึ้นมาก็เจอกับแผนที่เลย

ประวัติคร่าวๆ >>> กำแพงเมืองโบราณ ได้ถูกสร้างขึ้นอันเกิดแนวคิดจากการกักตุนอาหาร และการสร้างเกราะกำลังที่แข็งแกร่งของกองทัพ ในสมัยราชวงศ์หมิง โดย ฉู หยวน ฉาง ฮ่องเต้องค์แรกของราชวงศ์ หมิง กำแพงเมืองแห่งนี้ เป็นกำแพงเมืองที่ความสมบูรณ์ที่สุดในประเทศจีน และยังเป็นระบบป้องกันกองทัพโบราณที่ใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วย โดยมีความสูง 12 เมตร วัดโดยรอบถึง 13.7 กม. มีป้อมปราการ 98 ป้อม เพื่อป้องกันข้าศึกที่จะปีนขึ้นกำแพง

ราคาอยู่ที่คนละ 54 หยวน ส่วนใครอยากนั่งเรือชมรอบๆกำแพงก็มีนะครับ เพิ่มอีก 21 หยวน ส่วนใครอยากนั่งรถกอล์ฟไฟฟ้าวนรอบกำแพงครบ 4 ทิศก็เสียเพิ่มอีก 120 หยวนครับ ส่วนคอจักรยานก็สามารถเช่าจักรยานปั่นได้ด้านบนกำแพงครับ 45 หยวน 120 นาที สำหรับจักรยานปั่นคู่ก็มีนะครับ 90 หยวน 120 นาที เช่นกัน หรือใครอยากเดินวน 1 รอบก็ตามสะดวกเลยครับ น่องปูดแน่นอน ><

นาฬิกาแสงอาทิตย์

เข้ามาด้านใน ถ่ายออกไปด้านนอก

Bell tower from Xian Wall (South gate) use lens 300mm.

โชคดีจริงๆเลยครับ มีโอกาสเห็นชุดแต่งงานของชาวจีนด้วย คู่นี้มาถ่าย Wedding กันพอดีเลย

 

 

 

 

ระหว่างทางลงกำลังจะกลับก็มีการซ้อมการแสดงโชว์ด้วย ซึ่งเรามารู้ทีหลังครับว่าจะมีการแสดงโชว์ด้วยตอนดึก แสงสีเสียงจัดเต็มครับ ใครอยากเข้าไปชมต้องเสียค่าตั๋วเพิ่มด้วยนะครับ เพราะว่าเค้าก็เอาฉากขาวมากั้นไม่ให้คนที่อยู่ภายในกำแพงอยู่แล้วเห็นการแสดงครับ

ด้านล่างตรงทางออก ถ่ายจากหน้ากำแพงเมืองไปหาหอระฆังซีอาน
ทางเข้าด้านหน้า

และแล้วก็ถึงเวลากลับไทยแล้วครับ ผมได้เผื่อเวลานั่งรถไฟ และ รถบัสไป Airport ไว้ 2 ชม.เลยครับ กลัวเผื่อมีอะไรผิดพลาด เนื่องจากเราสื่อสารกับพี่จีนไม่ได้

การเดินทางไปสนามบิน เราเลือกที่จะไปขึ้นรถบัสที่สถานี North Railway station(สถานีเดียวกันกับที่เรานั่งรถไฟฟ้าความเร็วสูงนั้นเอง) เพราะว่าใช้เวลานั่งรสบัสไปสนามบินเร็วที่สุดแล้วครับ พอถึงสถานีก็เดินขึ้นไปชั้น 2 ตามป้ายเลยครับ พอขึ้นไปก็เดินเลี้ยวขวาตรงไปลานกว้างๆสุดทางเจอถนนเห็นป้าย Airport Bus taion ให้เลี้ยวขวา เดินตรงไปเลื่อนประมาณ 300 เมตร ก็จะเจอกับจุดขายตั๋วไม่มีทางเลยแน่นอนครับ ค่าตั๋วคนละ 25 หยวน ยืนรอไม่นานก็มีรถมารับครับ นั่งไปประมาณ 35 นาทีก็ถึงแล้ว ปล.จุดแรกที่รถจอดไม่ต้องลงนะครับ เพราะว่ามันเป็นจุดขึ้นเครื่องเดินทางภายในประเทศ ของเราต้องลงจุด 2 หรือ Terminal 3

หรือใครจะเลือกไปขึ้นที่จุดอื่นก็สามารถเช็คจากเว็บด้านล่างนี้ได้เลยครับ https://www.travelchinaguide.com/cityguides/xian/getting-there.htm

สุดท้ายนี้ต้องบอกเลยว่าสำหรับใครที่ชอบประวัติศาสตร์และสิ่งที่เป็นมรดกโลกยังไงครั่งนึงในชีวิตคุณก็ต้องมาให้ได้ครับ บ้านเมืองก็เดินทางสะดวกสบาย งบก็ไม่แพงครับ เดินทางมาจากไทยก็ไม่นาน สะดวกสบายจริงๆ ใครอยากมามีประสบการณ์ดีๆแบบนี้ก็ แอเอเชีย มีบินตรงทุกวัน วันละรอบจากกรุงเทพ(ดอนเมือง)สู่ ซีอานได้เลยครับ 16:35 – 21:35 (ที่จีนเวลาเร็วกว่าไทย 1 ชม.) มาถึงอาจจะดึกไปหน่อยแต่ถ้าใครไม่เหนื่อยผมแนะนำพอลงเครื่องก็สามารถแพลนนั่งรถไฟฟ้าความเร็วสูงที่ North railway station ตรงไปเที่ยงที่ ลั่วหยางก่อนได้เลยนะครับ แต่นั่งรอนานหน่อยนะครับประมาณ 4 ชม. เพราะว่ารอบแรกจะมีประมาณ 6 โมงเช้าไปลั่วหยาง

(สามารถเช็คตารางได้ที่นี้เลยครับ)                                                         https://www.travelchinaguide.com/china-trains/display.aspx?tp=9&fs=Xian+North&ts=Luoyang+Longmen&depDate=09%2F16%2F2017

ขอบคุณแอร์เอเชีย ที่สนับสนุนการเดินทางครั้งนี้ด้วยครับ ขากลับเราได้จัดอาหารว่างไว้บนเครื่องแอร์เอเชีย เราได้ทำการจองมาก่อนเพราะว่าจองก่อนจะได้ราคาถูกกว่าด้วยนะครับผม บอกเลยว่าของหวาน พุดดิ้งเต้าฮวยเฉาก๋วยคืออร่อยมากๆครับ

 

จบทริป ซีอาน-ลั่วหยางแล้ว ขอลากันไปด้วยภาพนี้ละกันนะครับ
อะโหจ่วววววววววววว!!! Good bye Xian,China

LEAVE A REPLY