ชุมพร ระนอง เคยลองรึยัง CHUMPHON – RANONG

0
655

ถ้าพูดถึงจังหวัดท่องเที่ยวในประเทศไทย หลายๆคนคงพูดถึง พัทยา หัวหิน ภูเก็ต เชียงใหม่ กระบี่ อะไรแบบนี้ถูกมั้ยครับ แต่ถ้าพูดถึง ชุมพร ระนอง หลายๆคนอาจจะถาม เฮ้ยมันมีอะไร นั่นแหละนี่จึงเป็นที่มาของ Amazing thailand เพราะมันมีอีกหลายที่เลย ที่สวยงามในประเทศเรา เอาเป็นว่าวันนี้เราจะพาไปปดูกันว่า
ชุมพร ระนอง เคยลองรึยัง ถ้ายัง ไปลองพร้อมๆกันเลยจ้า

ฝนนี้ เราหนีฝนลงใต้ ไปพักกายพักใจ กันที่ชุมพร-ระนอง เพื่อเพิ่มอรรถรสในการรับชม ผมแนะนำว่าให้ไปซื้ออาหารใต้มานั่งกินไปดูไป และเปิดเพลง มาลีฮอนน่า เคล้าไปด้วย เพื่อเพิ่มความเข้าถึงนะครับ

ทริปนี้เราออกเดินทางกันแต่เช้า ด้วยสายการบินนกแอร์ สำหรับผมเป็นครั้งแรกที่ได้นั่งเครื่องบินใบพัดรุ่น Q400 อย่างกะในหนังสงครามย้อนยุค ใครที่ชอบเครื่องบินเหมือนผมต้องมาลอง บินเร็วมาก ยังไม่ทันหลับก็มาถึงชุมพรละ

เริ่มต้นเรารวมตัวกันที่ “บ้านไม้ชายคลอง โฮมสเตย์” เป็นบ้านพักริมน้ำสไตล์คนไทย คือตัวบ้านพักอยู่ริมน้ำเลย สโลว์ไลฟ์โคตรๆ ลองคิดตามผมดูนะ นอนบ้านไม้ริมน้ำตื่นมานั่งกินข้าวเช้าจิบกาแฟริมน้ำ นั่งอ่านหนังสือ ฟังเสียงธรรมชาติ เงียบสงบสุดๆ แถมเค้ามีทีเด็ดคือ พาไปดูหิ่งห้อยครับ คุณพระ!! ใครจะไปคิดลงใต้มาจะมาเจอหิ่งห้อย เค้าบอกว่ามีเยอะมากมีทั้งป่าเลย

ส่วนอาหารของเช้านี้คือ ข้าวต้มปลาทู ที่ต้มปลาทูทั้งตัว คือแบบในหม้อมีปลาทูเยอะมาก เยอะขนาดที่ว่าจะตักข้าวต้องตักปลาทูมากองไว้ข้างนึงก่อนแล้วถึงจะตักข้าวได้ แปลกดีครับ แต่รสชาติดีมาก ผมจัดไปสองชาม กับอีกอันนึงที่ผมเพิ่งเคยกินคือ ขนมฝักบัว อันนี้เป็นแป้งทอดกรอบรสชาติหวานๆ กินกับกาแฟร้อนๆ เพลินดีครับ

ทริปนี้ทางสายการบินนกแอร์กับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเค้าไม่ได้ให้เรามาเที่ยวแบบธรรมดา เค้ามีคอนเซปให้เราด้วยคือ ท่องเที่ยววิถีไทยเก๋ไก๋สไตล์ลึกซึ้งXปักษ์ใต้ปักหมุดหยุดเวลาXบุกตะลุยคุ้ยระนองXท่องชุมพรร่อนทั่วเมือง แค่ฟังคอนเซปแต่ละอันแล้วรู้เลยว่าทริปนี้สนุกแน่นวล

กติกาของทริปนี้คือเราจะเล่นแรลลี่ จาก ชุมพร ไป ระนอง โดยที่จะมีปริศนาคำใบ้มาให้ แล้วเราต้องหาสถานที่ให้เจอแล้วไปถ่ายรูปเชคอินตามคำใบ้+ทำกิจกรรมให้ครบ ผมบอกเลยว่าคำใบ้แต่ละอันกว่าจะไขปริศนาออกว่าคืออะไร ถามคนท้องถิ่นก็แล้ว เซิจกูเกิ้ลก็แล้ว ยังหาไม่เจอเลย มันช่าง เก๋ไก๋สไตล์ลึกซึ้งจริงๆ

ที่แรกของเราคือ “โรงรับจำนำปู ลุงเชค” แต่ผมหลงไป “ธนาคารปู” ซึ่งอยู่ไกลมาก เรียกว่าอยู่กันคนละฝั่งทะเล กว่าผมจะหา “โรงรับจำนำปู ลุงเชค” เจอทีมอื่นเค้าหาเจอไป 3 ที่แล้ว แต่ไม่เป็นไร ถือว่าต่อให้ทีมอื่นก่อนละกัน

โรงรับจำนำปู คือที่รับเลี้ยงปูตัวเมียที่กำลังตั้งไข่ที่ชาวประมงจับมาได้ และรอจนมันสลัดไข่ เพื่อนำไข่ปูพวกนั้นกลับคืนสู่ท้องทะเล ทุกวันนี้ลุงเชคปล่อยไข่ปูทุกวันวันละประมาณ 3 ล้านฟอง คุณพระเยอะมาก!!  ลุงเชคมีแนวคิดสนับสนุนตามรอยศาสตร์พระราชา ของในหลวงรัชกาลที่ 9 คืออยู่อย่างพอเพียงและให้ชุมชนและธรรมชาติแข็งแรงด้วยตัวเอง “เราเอาจากเค้าอย่างเดียวไม่ได้หรอกเราต้องคืนเค้าด้วย” ลุงเชคกล่าว  ลุงเชคทำโรงรับจำนำปูมา 9 เดือน จากตอนแรกชาวบ้านก็ไม่ค่อยเข้าใจว่าทำไปทำไม แต่ตอนนี้ชาวประมงแถวนั้นบอกว่า จากเมื่อก่อนจับปูได้วันละประมาณ 700 ตัว แต่ตอนนี้จับได้วันละ 1000 ตัว เดี๋ยวนี้ชาวประมงเลยเอาปูมาจำนำกับลุงเชคมากขึ้น ที่สำคัญทั้งหมดลุงเชคทำคนเดียว น่าชื่นชมจริงๆ ใครว่างก็แวะไปปล่อยไข่ปูกับลุงเชคได้นะครับ แกเป็นคนดังแถวนั้น ถามคนแถวนั้นรู้จักหมด แล้วแกยังมีบ้านพักเล็กๆเป็นตู้คอนเทนเนอร์ให้ไปนอนพักด้วยคืนละ 500 บาท

ที่ชุมพรยังมีที่เที่ยวที่น่าสนใจอีกหลายที่…
หาดทุ่งวัวแล่น ที่กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา ให้เราไปนั่งปิคนิคกินข้าวริมทะเล

ไปดูความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ “เขาทะลุ” หน้าผาที่มีรู อยู่ตรงกลางหน้าผา

กาแฟขี้ชะมดหลังสวน ที่มีฟาร์มชะมดอยู่หลังร้านเลย สำหรับคอกาแฟใครมาชุมพรต้องมาลองฮะ แก้วเดียวอยู่เลย รสชาติเข้มข้นมาก

เหลือที่สุดท้ายของวันนี้ละ คิดว่าคงไม่หลงละ ยังหลงไปสถานีรถไฟหลังสวนอีก แต่ก็สวยดีครับ ดูคลาสสิคดี ไปดูชีวิตชาวบ้านแถวนั้นนั่งรอรถไฟยามเย็นกัน

ในที่สุดเราก็มาถึงที่สุดท้ายแล้ว นั่นคือ คลองหัววัง-พนังตัก ที่มีงานแข่งขันเรือยาวขึ้นโขนชิงธง ชิงถ้วยพระราชทานฯ ทุกๆปี เค้าจะจัดแข่งขันกันช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายนของทุกปี ใครชอบดูแข่งเรือลองมากันนะครับ ผมว่าคงตื่นเต้นไปอีกแบบ

คืนนี้เรานอนกันที่ปากน้ำหลังสวน โฮมสเตย์ เป็นที่ๆทะเลสวยเกินคาดต้องบอกว่าโดยส่วนตัวไม่ได้คาดหวังกับทะเลไทยเท่าไหร่เพราะส่วนใหญ่ที่เจอจะดูไม่ค่อยสะอาดไม่น่าเล่น แต่หาดที่ปากน้ำหลังสวนนี่ สวยเลย บรรยากาศดี ตอนเย็นๆมีเด็กกับหมา มาเล่นน้ำด้วยกันด้วย เห็นละผมนี่อยากลงไปเล่นด้วยเลย

เช้าวันรุ่งขึ้นผมตื่นแต่ตอน 6 โมง ออกมากินข้าว+เดินเล่นริมทะเลประมาณ 7 โมง เจอวิวแบบนี้เข้าไป ผมนี่อยากให้เวลาหยุดอยู่ตรงนี้เลย เงียบสงบมาก เงียบจนนึกไปว่านานแค่ไหนแล้วนะที่ไม่ได้ยินเสียงลม เสียงใบไม้ไหว สำหรับคนเมืองอย่างผมการได้มาเที่ยวต่างจังหวัดแบบนี้มันช่างดีเหลือเกิน ใจจริงอยากจะขออยู่ต่อตรงนี้เลย แต่วันนี้เราต้องเดินทางไประนองกันต่อ

ที่แรกที่เราไปถึงที่ระนอง คือ แหลมนาว เราขับรถไปจอดที่ท่าเทียบเรือบางเบน แล้วนั่งเรือต่อเข้าไปอีกประมาณ 30 นาที แล้วเดินบนสะพานไม้แบบนี้ แล้วไปเดินผ่านป่ากับทุ่งหญ้าอีก 20 นาที เราจะเจอหาดแหลมนาว อันนี้คืออันซีนจริงๆ ตลอดเส้นทางตั้งแต่นั่งเรือมา ธรรมชาติ ยังบริสุทธิ์มากๆ เค้าบอกว่าถ้าจะดูความอุดมสมบูรณ์ของทะเล ให้ดูจาก พรายน้ำและจักจั่นทะเล วันนี้เรามีคนนำทางคือ ผู้ใหญ่บ้านของที่นี่ ชื่อพี่กบ พี่กบบอกว่า แหลมนาว มีวิธีเข้าไปได้ 2 วิธีคือนั่งเรือแบบนี้หรือ เดินเท้าเข้าไปเป็นระยะทาง 15 กิโล ไม่ต้องบอกก็รู้คนขยันอย่างเรา เลือกเรือสิครับ จะรออะไร

และที่สำคัญพี่กบบอกว่าเค้าเลือกนักท่องเที่ยวด้วย ไม่ใช่ว่าใครจะมาก็มาได้นะครับ เพราะเค้าไม่อยากให้ธรรมชาติมันเสื่อมโทรมเร็ว เค้าจะรับแต่กรุ๊ปเล็กๆ เราจะมากางเต๊นท์นอนก็ได้ หรือจะมานอนแบบโฮมสเตย์กับหมู่บ้านที่อยู่ริมน้ำก็ได้ แล้วเค้าก็มีกิจกรรมให้ทำเยอะมาก และที่สำคัญราคาถูกสุดๆ ที่พักพร้อมอาหารสองมื้อ แค่หลักร้อยต่อคืนเท่านั้น ใครสนใจโทรไปติดต่อได้เลยครับ 0810785094 อันนี้คือเบอร์ส่วนตัวของพี่กบครับ พี่แก น่ารัก+ใจดีมากๆ

พอไปทะเลเสร็จก็ต่อด้วยแม่น้ำ เรามาล่องแพกันต่อที่แพ “พะโต๊ะ” ที่นี่เราได้ล่องแพ โดดน้ำ และ หุงข้าวด้วยใบตองกับกระบอกไม้ไผ่ และกินอาหารแบบชาวแพกัน วันนี้คุ้มจริงๆ

คืนนี้เรานอนกันที่ “น้ำใส เขาสวย รีสอร์ท ระนอง” โรงแรมสวยดีครับ ห้องสวย สะอาด มีสระว่ายน้ำด้วย ทำเลดีไปไหนมาไหนสะดวก แถมเห็นวิวภูเขาด้วยครับ หมดไปอีก 1 วัน ราตรีสวัสดิ์

วันรุ่งขึ้นเรานัดรวมตัวกันที่ พลเพลส ทราเวล เอเจนซี่ ระนอง (PON’S PLACE) มีครบทุกอย่างที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยวระนอง เอาเป็นว่าถ้าคุณอยากได้อะไรที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยวในระนองให้นึกถึง พลเพลส ละกัน

กิจกรรมวันนี้มีชื่อว่า “บุกตะลุยคุ้ยระนอง” มาดูที่มาของชื่อกัน เพราะว่าวันนี้เค้ามีภารกิจคำใบ้กับกิจกรรมตามสถานที่ต่างๆให้เราไปทำทั้งหมด 8 ที่ด้วยกัน คุณพระ!! ใครจะไปทำครบ แต่มีที่โหดกว่านั้นคือวันนี้เค้าไม่ให้เราใช้รถแล้ว เค้าให้เราโบกรถสองแถวไปเอง นึกในใจได้ถึงระนองก็คราวนี้แหละตรู ก่อนออกเดินทางก็ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ เอาฤกษ์เอาชัยกันซะก่อน นี่ถ้าเล่นของได้คงเล่นไปแล้วครับ 555

เราเริ่มจากเดินงงๆ ไม่รู้จะเริ่มจากอะไรดี+ดูบรรยากาศในเมืองอยู่พักนึง จนในที่สุดก็มาเจอที่แรกครับ
ศาลเจ้าต่ายเต๊เอี๋ย เป็นศาลเจ้าเก่าแก่ของระนอง ใครผ่านมาก็มาไหว้กันนะครับ เค้าบอกว่าเซียมซีที่นี่แม่นมาก

เราเดินงงๆกันอยู่ซักพักจนในที่สุดพวกเราก็ตัดสินใจว่า วันนี้เราจะร่วมมือกัน โดยการรวมกลุ่มกันทุกทีมแล้วเหมารถสองแถว 1 คัน ให้พาเราเที่ยวทั้งวันไปเลย มันเป็นความคิดที่ดีมาก เพราะถ้าให้ ผม+ฝ้าย+รุ้ง+เอม ไปกัน 4 คน  ไม่รู้วันนี้จะหลงไปที่ไหนอีกบ้างเนี่ย 5555

ที่ต่อมา วัดบ้านหงาว อันนี้สวยครับ มีองค์พระอยู่บนเนินเขาให้ขึ้นไปสักการะ + ตีระฆังด้วยครับ ถ้ามาหน้าหนาวตอนเย็นๆต้องชิวมากแน่ๆ

ที่ต่อมา วัชรี ร้านขายของฝากและโรงผลิตเม็ดมะม่วงหิมพานต์ครับ ที่นี่เราได้รู้ถึงที่มาของเม็ดมะม่วงหิมพานต์และได้ทดลองแกะเม็ดมะม่วงแข่งกันด้วย สนุกมากกก

ที่ต่อมา น้ำตกหงาว ค่าเข้าคนละ 20 บาทเท่านั้น เป็นน้ำตกที่ไม่ใหญ่มาก แต่ธรรมชาติอุดมสมบูรณ์มาก ต้นไม้นี่แน่นเอี๊ยด+อากาศเย็นดี ยิ่งตอนที่มาเป็นช่วงหลังฝนตก บอกเลยว่าบรรยากาศดีมากๆ

ที่ต่อมา ภูเขาหญ้า อันนี้เหมือนเป็น สวนใหญ่ๆที่มีภูเขาอยู่ตรงกลางให้คนที่นี่มาพักผ่อน เดินเล่น ปูเสื่อกินข้าว นอนเล่นกันครับ แต่ที่นี่เรามีภารกิจคือ การประกวดภาพถ่ายกับของที่จับสลากได้มา โดยให้ดูสร้างสรรค์และพรีเซนต์ความเป็นภูเขาหญ้าออกมาให้มากที่สุด 555 ก็ได้รูปอย่างที่เห็นกันนะครับ

ที่ต่อมา โรงซีอิ๊วจูนสิน ตรานกแก้ว ที่นี่เราได้รู้ถึงประวัติของซีอิ๊วว่ามีมายาวนานถึง 3,500 ปี นานไปปะเนี่ย 555 และเค้าบอกว่าซีอิ๊วที่ดีต้องใช้เวลาหมักอย่างน้อย 9 เดือน ถึง 3 ปี ด้วยกัน เค้าบอกว่า  “รสชาติมาจากการหมัก กลิ่นมาจากแสงอาทิตย์ สีสันนั้นได้ตามฤดูกาล น้ำเกลือมาจากทะเล”  ช่างเป็นประโยคที่คลาสสิคจริงๆ และอาหารขึ้นชื่อต่างๆของระนอง อย่างเช่นซาลาเปาทับหลี ก็ใช้ซีอิ๊วตรานกแก้วเป็นส่วนประกอบ แต่กิจกรรมที่เราจะได้ทำที่นี่คือ การคลุกถั่วเหลืองกับส่วนประกอบเพื่อนำไปหมัก กับการใช้เชือกป่านมัดขวดซีอิ๊วเข้าด้วยกัน เพื่อเอาไปส่ง  555 อันนี้ผมเกือบได้ที่โหล่ มันผูกยากจริงๆนะ

ต่อมา บ้านร้อยปีเทียนสือ บ้านนี้มีดีที่ขนมเต่ากับชาโบราณฮะ อร๊อย อร่อย ^^

ที่สุดท้ายบ่อน้ำร้อนแร่ เอ๊ะ หรือน้ำแร่ร้อน “รักษะวาริน” เอาเถอะอะไรก็ได้ที่สุดท้ายละ ที่ระนองเค้ามีของดีคือน้ำแร่ครับ และที่สำคัญเข้าฟรีไม่เสียสักบาท แช่เท้ากันยาวๆไปเลย แช่น้ำร้อนเสร็จก็ออกรองท้องด้วย ปูนิ่มทอดกรอบ+น้ำสมุนไพรปั่น ของร้าน คุ้นลิ้น ชื่นใจสุดๆ ในที่สุดก็ครบซะที เล่นเอาน่วมเลย คืนนี้กลับมาถึง รร. นี่หลับเป็นตาย

วันนี้เราต้องกลับกรุงเทพกันละ หมดแล้วหรือนี่ ยังไม่อยากกลับเลย แต่วันนี้เค้าก็ยังมีกิจกรรมให้เราทำกันอีก คือ ไปร้านซาลาเปาทับหลีที่เป็นต้นกำเนิด ซาลาเปาทับหลี ที่โด่งดัง แต่ตอนแรกบอกไปดูเฉยๆ พอไปถึงมีเซอร์ไพร์ ว่ามีแข่งซาลาเปาแชมป์เปี้ยน คือคู่ไหนกินได้มากที่สุดคู่นั้นชนะ เกมส์แบบนี้ ไม่ต้องแข่งก็รู้ๆกันอยู่แล้ว ว่าใครจะชนะ คู่พี่ทศจากเพจ The Travelerz กับพี่อู๊ดจากเพจ กินเพลิน เดินเที่ยว ชนะขาดลอย ก็เล่นกินซาลาเปาคำละลูกใครจะไปสู้ไหว 555

มาต่อกันที่ร้านก้อง วัลเล่ย์ ที่นี่เราได้เรียนรู้ถึงวิธีการคั่วกาแฟ และการชงกาแฟดิปกัน บอกเลยว่าทีเด็ดอยู่ที่ตอนได้กินกาแฟที่ตัวเองคั่วเอง บดเองกับมือ กับ หมั่นโถวทอดร้อนๆ ฟินสุดๆ

ที่สุดท้าย โตนเพชร กรีนเนอร์รี่ ที่นี่มีบ้านพักริมน้ำ เป็นส่วนตัว สวยและสงบ และมีบริการนวดไทย ริมลำธารเลย ชิวมาก ใครสนใจมาพักได้ครับ

จาก 4 วันที่ผ่านมา ทำให้บิ๊กได้รู้ว่า ชุมพรกับระนองที่ถือว่าเป็นเมืองรองของภาคใต้ มีอะไรมากกว่าที่คิด เพราะที่นี่มีเรื่องราวและสถานที่ๆน่าสนใจเพียบ อาหารทะเลและวัตถุดิบต่างๆที่เราชอบกินของภาคใต้มาจาก 2 จังหวัดนี้เป็นส่วนมากครับ และ ผมได้มีโอกาสคุยกับชาวบ้านและเจ้าหน้าที่จาก ททท. ทำให้รู้ว่าผู้คนที่นี่เค้าทำธุรกิจแบบวิสาหกิจชุมชน โดยเน้นพอเพียง และอนุรักษ์ธรรมชาติ สำหรับใครที่ชอบแนว Local Experience มาสองจังหวัดนี้ไม่ผิดหวังแน่นอน สำหรับผมคงต้องกลับมาซ้ำอีกหลายที่เลย และสุดท้ายขอบคุณนกแอร์และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยที่จัดทริปดีๆแบบนี้ขึ้นมานะครับ และขอบคุณพี่ๆน้องๆทุกคนที่ได้เจอกันในทริปนี้ สนุกมากๆไว้มีโอกาสไปเที่ยวกันอีกนะฮะ

#บุกตะลุยคุ้ยระนอง#ท่องชุมพรร่อนทั่วเมือง
#ปักษ์ใต้ปักหมุดหยุดเวลา#ท่องเที่ยววิถีไทยเก๋ไก๋สไตล์ลึกซึ้ง
#12เมืองต้องห้ามพลาดพลัส#ระนองเมืองน่ารัก
#ชุมพรหาดทรายสวยสี่ร้อยลี้#SmilingAcrossAsia#FriendlyService

LEAVE A REPLY