เวียงจันทน์ – วังเวียง Roadtrip In Laos

0
585

ถ้าถามว่าเที่ยวประเทศไหนสุขใจเหมือนอยู่บ้านต้องตอบแบบไม่ลังเลเลยว่า ประเทศนั้นคือประเทศลาว
เป็นประเทศที่เราคุยกันรู้เรื่อง เพราะภาษาใกล้กันมากเป็นประเทศที่อาหารถูกปาก เหมือนสั่งกับข้าวร้านป้าหน้าปากซอยเป็นประเทศที่ผู้คน น่ารัก สงบ และ สาวสวยและสถานที่ท่องเที่ยวที่ผู้คนไปไม่พลุกพล่านมากเกินไป
นี่คือประเทศที่เค้านับเราเป็นเมืองพี่เมืองน้องและนี่คือการเดินทาง โดยรถยนต์จาก เวียงจันทร์ สู่ วังเวียง
ที่พูดได้เลยว่า 5 วัน 4 คืน ของเรารู้สึกเลยว่าไม่พอ โดยเฉพาะที่วังเวียงเพราะ กิจกรรมเยอะมากๆ อากาศดีมาก ที่เที่ยวสวย ราคาถูกและ ฝรั่งกับ อปป้าเพียบ !!! นี่มันพีคมากๆ และมันใกล้ไทยมากๆ
ไม่ต้องไปไหนไกล จัดกระเป๋า เตรียมเสื้อผ้าให้พร้อม

แผนการเดินทาง

DAY 1 สุวรรณภูมิ – เวียงจันทน์ | ประตูไซ | ชิวกลางคืน
DAY 2 เดินทางไป วังเวียง |  ถ้ำจัง
DAY 3 ฺBlue lagoon | ถ้ำน้ำ | พายคายัค
DAY 4 เดินทางกลับ เวียงจันทน์ | ชิวริมน้ำโขง
DAY 5 เดินทางกลับ กรุงเทพ

เริ่มต้นกันที่สุวรรณภูมิครับ ทริปนี้เรามีสปอนเซอร์ใจดีคือ ไทยสไมล์แอร์เวย์ ออกตั๋วเดินทางให้เราทั้งไปและกลับครับซึ่งไทยสมาย มีบริการบินตรงสู่ทั้ง เวียงจันทน์ และ หลวงพระบางเลย ซึ่งราคาตั๋วรวมทั้งอาหารว่าง และ กระเป๋าเดินทางเรียบร้อยแล้ว 20 kg ต้องบอกว่าอาหารบนเครื่องอร่อยมากครับ ยำไส้กรอกไก่ + กับคุณแอร์ที่มาดูแล ก็เนียนมากครับ นี่แค่เริ่มต้นก็ดี มีสุข อิ่มอกอิ่มใจ ผมตายตาหลับละทริปนี้

 

 

พอมาถึงที่เวียงจันทน์ เราก็มาซื้อทราเวลซิม(Unitel)กับแลกเงินกันก่อนครับ ความรู้ใหม่ของผมก็คือ ทราเวลซิมกับเนตที่ลาว ถูกและดีมากครับ 5 วัน 3G (35000 กีบ หรือ 150 บาท) ถูกและสัญญาณดีกว่าซื้อมาจากไทยเยอะ 55 ทำไมผมรู้นะหรอ เพราะผมซื้อทราเวลซิมมาจากไทยคนเดียวไง แต่พอมาถึงที่นี่สัญญาณไม่ค่อยมี แต่เพื่อนเล่นกันชิวเลย  และอีกอย่างคือเรื่องแลกเงินครับ ที่ไทยจะหาแลกเงินกีบค่อนข้างยาก และเค้าไม่รับแลกคืนด้วยครับ แต่ไม่ต้องห่วงเพราะที่ลาวเค้าก็ใช้เงินบาทกันครับ ทุกร้าน ทุกที่ เค้ารับเงินไทยหมดครับ ตอนที่ผมไปรอบนี้ ค่าเงินอยู่ที่ 1บาท : 250 กีบ ผมแลกไป 4000 บาท ได้กลับมาเกือบล้านกีบ เรียกได้ว่าชั่วโมงนี้ไม่มีใครรวยไปกว่าผมอีกแล้ว ในที่สุดผมก็ได้เป็นเศรษฐีเงินล้าน 555 ตื่นๆออกไปเที่ยวได้แล้ว ต่อมาเราก็ไปเอารถที่เราจองไว้กับ บริษัท Six rent a car  พาหนะคู่ใจของเราคือ โตโยต้า แคมรี่ ตัวใหม่ล่าสัตว์ เอ๊ยล่าสุด!! เราอยู่ลาวทั้งหมด 5 วัน ค่าเช่าอยู่ที่ 10,000 บาท เรียกว่า ทริปนี้เรากินหรูอยู่อย่างลูกคุณหนูครับโผมมม 555 (หรออออ) นี่มันเพิ่งเริ่มต้นเดียวเอ็งก็รู้ไอบิ๊กกก ว่ามีหรออย่าง Go Went Go จะเที่ยวธรรมดา

ก่อนอื่นเราขับรถไปเข้าที่พักกันก่อนครับ คืนแรกเรานอนกันที่ S Park คืนละ 1500 บาท ที่เลือก รร นี้ เพราะว่า มันอยู่ใกล้ร้านเที่ยวกลางคืนทีเด็ด ที่ชื่อว่า มูสโซ่ MUSSO แต่พอมาถึง มันไม่ได้อยู่ใกล้ รร. อย่างที่คิดครับ มันอยู่ใต้ รร. เลย 555 เรียกว่าเดินลงมาเที่ยวได้เลย กินเสร็จก็เดินกลับขึ้นไปนอนสบาย 555

แต่ก่อนที่เราจะไปเที่ยวกลางคืนกัน กองทัพต้องเดินด้วยท้องจิงมั้ยยย เดี๋ยวบาสจะพาเราไปหาอาหารลาวกระแทกปากกันครับ บาสบอกว่ามีร้านทีเด็ดชื่อ “ขอบใจเด้อ” พอไปถึงตอนแรกก็กลัวไม่ถูกปากสั่งมาคนละอย่างก่อน พอได้ลองชิมเท่านั้นแหละ เราก็จัดเต็มสั่งมาชุดใหญ่เลย เรียกได้ว่าอร่อยทุกอย่าง โดยเฉพาะส้มตำปลาร้า กับ เนื้อย่าง ร้านนี้ เรียกว่าผมตัดสินใจกินปลาร้าเป็นจากร้านนี้เลย แล้วตลอด 5 วันที่อยู่ที่นี่ผมก็ขาดปลาร้าไม่ได้เลย มาต่อกันที่เนื้อย่าง เรียกว่าเนื้อนุ่มจนตกใจ ไม่รู้ว่าเค้าใช้เนื้อส่วนไหนและทำยังไง คือเนื้อไม่มีมันเลย เนื้อเน้นๆ แต่นุ่มมาก แค่เอาซ้อมจิ้มลงไปน้ำก็ไหลออกมาแล้ววววว คืออร่อยจริงๆครับ ใครไปเวียงจันทน์ควรไปกินร้านนี้เป็นอย่างยิ่ง สรุปมื้อนั้นสั่งอาหารไปประมาณ 10 จาน เบียร์สดอีก 1 ทาวน์ (ราคาอยู่ที่ 423000 กีบ หรือ 1700 บาท)

กินข้าวเสร็จเราก็ไปนั่งร้านกาแฟชื่อ Joma ไม่รู้ว่าอ่านว่า (โจม่า หรือ โจ๋มา 555) กาแฟแก้วละ 20000 กีบ หรือ 80 บาท อยู่ฝั่งตรงข้ามร้าน “ขอบใจหลายเด้อ” เพื่อวางแผนการเดินทางพรุ่งนี้กันต่อครับ

ถ้ามาถึงเวียงจันทน์แล้วจะไม่มาประตูไซ ก็คงจะไม่ได้ สวยงามสมคำร่ำลือครับ ไม่เชื่อดูจากรูปเอาเอง ที่นี่ถูกสร้างขึ้นเพื่อแสดงความกตัญญูและเชิดชูเหล่าวีรชนของชาติครับ ประตูไซนี้มีอีกชื่อนึงคือ รันเวย์แนวตั้ง ที่มาของชื่อนี้มาจาก ปูนและอุปกรณ์ก่อสร้างนี้จริงๆ อเมริกาจะเอาไปสร้างรันเวย์ตอนสมัยสงครามอินโดจีนครับ แต่ตอนนั้นสงครามจบก่อนเค้าเลยเอามาสร้างประตูไซแทน และจากที่เห็นมันจะมีความผสมผสานของศิลปะของยุโรป คือประตูชัยของฝรั่งเศษ กับ เรื่องราวของ รามายณะ เห็นมะ สาระเราก็มีนะ

 

ก่อนกลับ รร. เราก็ไปเดินเล่นที่ Walkingstreet กันซะหน่อย พอกลับมาถึง รร. เราก็อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า รอไปตะลุยราตรีคืนนี้กันละ ร้านนี้ไม่ผิดหวังจิงๆครับ สมคำร่ำรือว่า คนที่มาเที่ยวหน้าตาดีใช้ได้ ถือว่าผ่านครับ 5555 (ราคาอาหารมื้อเย็น 320000 กีบ หรือ 1280 บาท)

เข้าสู่เช้าวันที่ 2 ตื่นเช้ามา เราเริ่มจากทานอาหารเช้าที่ รร.ก่อน อาหารเช้าก็อร่อยดีครับ โดยเฉพาะ เฝอ ของที่นี่ เส้นจะเล็กและเหนียว นุ่มเป็นพิเศษ ไม่เคยกินเส้นแบบนี้ที่ไหนมาก่อนเลย เราเริ่มออกเดินทางกันตอน 11.30 น. เพื่อไปวังเวียง แต่ไม่วังเวงนะครับโผม เพราะว่าทริปนี้เป็นทริปแรกที่ผมไปรีวิวกับเพื่อนๆแก๊งค์ Go Went Go (บิ๊ก บาส นุ๊ก และน้องโอ๊ต)

เราไปถึงที่วังเวียงตอนเวลา 4 โมงนิดๆ  ต้องบอกว่าระยะทางจากเวียงจันทน์ไปวังเวียงไม่ได้ไกลเท่าไหร่ แต่ถนนไม่ค่อยดี+เป็นทางบนภูเขาครึ่งนึงครับ เลยใช้เวลานานนิดนึง  แต่ดีใจมากที่ได้นั่งแคมรี่ รู้สึกสบายและปลอดภัยขึ้นเยอะ เพราะที่อ่านๆมาส่วนมากเค้าขับมอเตอร์ไซค์ไปวังเวียงกันครับ ถ้าผมขับมอเตอร์ไซค์ไปวังเวียง ผมนึกสภาพตัวเองไม่ออกเลยว่าจะถึงวังเวียงสภาพไหนแล้วถึงกี่โมงเนี่ยยย สำหรับใครที่เมารถ ผมแนะนำให้พกยาดมมาด้วย หรือกินยาแก้เมารถแล้วหลับยาวๆไปเลย ตื่นมาอีกทีถึงแล้ว เที่ยวต่อได้เลย จะได้ไม่สะดุด

คืนนี้เรานอนกันที่ ริเวอร์วิว บังกะโล คือวิวดีมากครับ ดูจากรูปเอาเอง ที่นี่คือผมกลับมาซ้ำอีกแน่นวลลล ราคาแค่ 1100 บาท เท่านั้น จะเห็นว่าที่พักที่ลาวถูกมากครับ

พอเก็บกระเป๋าเสร็จ เราก็ออกไปต่อกันที่ ถ้ำจัง  ค่าเข้าคนละ 2000 กีบ หรือ 8 บาท ค่าเอารถเข้า 5000 กีบ หรือ 20 บาท ที่นี่จะมี สะพานส้มที่ขึ้นชื่อเรื่องความโดเด่นของสีสัน ที่ตัดผ่านแม่น้ำซอง เพื่อไปสู่ถ้ำจัง ระหว่างทาง เราก็จะเจอ บ่อน้ำธรรมชาติ ที่สามารถลงไปเล่นน้ำได้ เรียกว่าชิวสุดๆ

พอเสร็จจากเที่ยวธรรมชาติ เราก็กลับมาที่พัก ต้องบอกว่าบรรยากาศตอนเย็นๆพระอาทิตย์ใกล้จะตกดินทำให้ผมหลงรักที่นี่เลยครับ

แล้วก็ต่อกันด้วย เที่ยวกลางคืนต่อ คืนนี้เราไปกันที่ ซากุระ บาร์ อันขึ้นชื่อลือชากันหนาหูว่า เป็นแหล่งรวมของ วัยรุ่น ฝรั่ง เกาหลี ญี่ปุ่น เอาเป็นว่าถ้าคุณมาวังเวียงคุณต้องมาที่นี่  ของเค้าดีจริง ในส่วนของราคา เหล้าเบียร์ก็ชิวๆครับ เบียร์ขวดละ 80 บาท เหล้านอกแก้วละ 120 บาท พอเริ่มมึนๆเราก็เดินกลับ โรงแรมกัน หลับสบายครับ

เช้าวันที่ 3 บรรยากาศตอนเช้าดีมาก ตื่นมาเจอกับหมอกและภูเขา เราออกเดินทางกันตั้งแต่ 8 โมงเช้า เพื่อไป บลูลากูน ค่าเข้าคนละ 10000 กีบ ค่าเอารถข้ามสะพานไปกลับ 16000 กีบ ที่นี่เหมือนสวนน้ำธรรมชาติ มีลำธาร ต้นไม้ และ ชิงช้า สไลด์เดอร์ อยู่ในน้ำเราก็จะไปกระโดดน้ำจากต้นไม้ที่สูงประมาณตึก 2-3 ชั้นหรือจะไปนอนแช่น้ำในห่วงยางโซนเด็กๆ หรือจะไปเล่นโรยตัวจากต้นไม้สูงๆ  มีกิจกรรมให้ทำเยอะเหมือนกันครับ

แล้วเราก็เดินทางไปที่ถ้ำน้ำ ระว่างทางเดินเข้าถ้ำน้ำสวยมากครับ เป็นทุ่งนาสองข้าง ล้อมรอบด้วยภูเขาและหมอก บรรยากาศน่าเสียตัวสุดๆ มาเรื่องนี้ได้ไงเนี่ย 555 ไปต่อดีกว่า ค่าเข้าถ้ำน้ำ คนละ 10000 กีบ ค่าอุปกรณ์ อีกคนละ 10000 กีบ ค่าไกด์พาเข้าถ้ำอีกคนละ 50000 กีบ รวมทั้งหมดเท่ากับ 280 บาท ครับ เห็นตัวเลขแล้วเหมือนจะแพงแต่ถูกแสนถูกครับ ส่วนค่าไกด์เราต่อรองได้ สำหรับคนที่มาครั้งแรกผมแนะนำให้จ้างไกด์นะครับ เพราะวิธีเข้าถ้ำน้ำเนี่ย เราต้องสวมไฟฉายคนเหมืองไว้ที่หน้าผากแล้วนอนหงายบนห่วงยางแล้วก็จับเชืองที่เข้ายึดไว้ตามผนังถ้ำลอยเข้าไปเรื่อยๆ เพื่อดูความสวยงามของหินงอกหินย้อย และผนังถ้ำด้านในครับ อันนี้เรียกว่าอันซีนก็ว่าได้ครับ สวยครับ

C:DCIM100GOPROGOPR9490.GPR

ทริปนี้มาคิดว่าจะไม่เจอฝนแล้ว พอออกจากถ้ำน้ำเท่านั้นแหละ ฝนตกลงมาชุดใหญ่ หึหึ จะไม่เจอฝนได้ยังไง บอกแล้วว่าเที่ยวสบายๆ ธรรมดาๆนะไม่มีหรอก Go Went Go ของแท้ต้องฝนตกกกกก!! 5555 ถึงจะเจอฝนแต่พวกผมก็สนุกนะครับ พอเสร็จจากถ้ำน้ำ ก็ถึงเวลาที่รอคอ คือกินข้าวว หิวจะแย่อยู่แล้ววว เราเลือกร้าน “A M D Restaurant “ จากชื่อเหมือนจะหรูใช่มั้ยครับ ตอนผมหาจาก ทริปแอดไวเซอร์ ผมก็คิดอย่างนั้น ต่พอไปถึง มันคือร้านอาหารตามสั่งข้างทางบ้านเรานี่เอง แต่รสชาติและอาหารนั้นไม่ธรรมดาเลย เรียกว่า หนังสือดีไม่ได้ตัดสินจากหน้าปกนะคร้าบโผมมม มื้อนี้จัดเต็ม หมดไป 327000 กีบ เท่ากับ 1308 บาท กินกัน 4 คน สั่งแล้วสั่งอีก อิ่มแปล้เลยย

กิจกรรมสุดท้ายของวัน คือการพายเรือคายัก ล่องแม่น้ำซอง ที่มีบาร์เหล้า หุบเขา และสายหมอกล้อมรอบเราไว้ ตลอดเส้นทาง อันนี้คือโคตรดีต้องไปนะ!! ในส่วนนี้คุณจะเลือกพายเรือคายัก หรือนอนแช่ห่วงยางล่องแม่น้ำไปเรื่อยๆก็ได้ มันมีให้เลือกสองระยะทางคือ 5 กิโล กับ 13 กิโล ส่วนพวกผมเลือก ระยะทาง 5 กิโล ใช้เวลา 40 นาที จริงๆราคาคนละ 120000 กีบ แต่เราไปตอนเย็นเค้าลดให้เหลือ 80000 กีบ โชคดีจริงๆ และในระหว่างที่เราพายเรือ เราก็จะเห็นกลุ่มวัยรุ่นฝรั่งบ้าง เกาหลีบ้าง นอนในห่วงยางลอยไปเรื่อยๆ เรียกได้ว่าใครที่เป็น สาย ฝ. สาย เกา ไม่ควรพลาดที่นี่ครับ แถมระหว่างทางจะมีบาร์ริมน้ำให้เราแวะขึ้นไปกินกาแฟดื่มเบียร์ นั่งชิวได้ทั้งวันตั้งแต่เช้าจรดเย็น

C:DCIM100GOPROGOPR9634.GPR

พอเสร็จเราก็ไปเชคอินที่โรงแรม เวียงทารา ราคา 1700 บาท ที่นี่มีจุดถ่ายรูปสวยๆที่ใครมาก็ต้องถ่าย คือ ทางเดินหน้ากระท่อมที่พัก ที่ตัดผ่ากลางทุ่งนา แนะนำให้มาหน้าฝน หรือหน้าหนาวจะถ่ายรูปสวยมากก  คืนนี้เราหลับเป็นตาย

เช้าวันที่ 4 เช้านี้เราตื่นมาถ่ายรูปกับทานข้าวเช้าที่นี่แบบชิวๆ ออกเดินทางกลับเวียงจันทน์กันตอนเที่ยง ใครที่จะมานอนที่นี่เพื่อเวลาไว้ถ่ายรูปกันด้วยนะครับ ไม่งั้นจะเสียใจ เราใช้เวลขับกลับมา 4 ชม นิดเช่นเคย มีแอบแวะถ่ายรูปข้างทางบ้าง

        

คืนสุดท้ายเรานอนกันที่โรงแรมแสงตะวัน คืนละ 900 บาท ติดริมแม่น้ำโขง บรรยากาศที่นี่ทุกที่จะคล้ายๆกันคือมีน้ำ มีภูเขา ผู้คนจะช้าๆ เรื่อยๆ ไม่รีบ ใครชอบแบบนี้เชิญครับ

วันรุ่งขึ้นเราออกจาก โรงแรมตอน 11 โมง แวะเติมน้ำมันก่อนเอารถ ไปคืนที่สนามบิน สรุปใช้รถทั้งหมด 5 วัน ค่าน้ำมันอยู่ที่  390000 กีบ หรือ 1560 บาท

ขากลับ เราบินกลับกันด้วย ไทยสไมล์แอร์เวย์ เช่นเคยครับ อาหารขากลับเป็น ยำชิเก้นโบโลน่า กับ เค๊ก อร๊อย อร่อยย สรุปโดยรวมกับการมาลาวครั้งแรก ที่นี่บรรยากาศคล้ายๆ ภาคเหนือปนภาคอีสานบ้านเรา ผู้คนที่นี่ดูละครไทย ดูข่าวไทย พูดไทยได้แทบทุกคน ชอบครับ ทั้งผู้คน อาหาร ธรรมชาติ สถานที่ท่องที่ยว เอาเป็นว่าผมกลับมาอีกแน่นวลลล

#Laos

#ThaiSmileAirways

#ThaiSmile

#ตีลังกา‘ลาว’ดอฟ

#เวียงจันทน์-วังเวียง

LEAVE A REPLY