นั่งยองๆ ที่ฮาลองเบย์ แล้วเดินเซๆ ที่ฮานอย (เวียดนามเหนือ)

0
2963

 

ซินจ่าววววววววว ทักทายเป็นภาษาเวียดนามกันเลยทีเดียว เพราะวันนี้เราจะพาทุกคนไปเที่ยวเวียดนามเหนือกันนนนนนนน(ทำเสียงแบบเอคโค่) ทำไมต้องเวียดนามเหนือ เวียดนามเหนือมีอะไร จะสู้เวียดนามใต้ที่มีดาลัด มุยเน่ เมืองแห่งดอกไม้ เวียดนามกลางที่มีเว้เมืองแห่งประวัติศาสตร์หรือฮอยอันเมืองน่ารักริมน้ำได้มั้ย เราอยากบอกเลยว่าแต่ละที่แต่ละเมืองมีความสวยงามที่แตกต่างกัน มีธรรมชาติที่แตกต่างกัน อย่างเวียดนามเหนือทุกคนเคยได้ยินประโยคที่ว่า “ฮาลองเบย์ ดินแดนแห่งมังกรหลับใหล” กันมั้ย เนี่ยแค่ชื่อก็กินขาดแล้ว น่าสนใจมากเว่อ สนใจกันแล้วใช่ม้า อยากเห็นว่ามันเป็นยังไง สวยจริงมั้ยตามมาอ่าน ตามชมและไปเที่ยวพร้อมๆกันเลยจ้า

สำหรับข้อควรรู้ก่อนไปเวียดนามเหนือ

1. เวียดนามเหนือแบ่งเป็น 4 ฤดูในเดือนธันวาคม –กุมภาพันธ์ ของทุกปีจะเป็นฤดูหนาวมีอากาศหนาวเย็น อุณหภูมิอยู่ที่ประมาณ 7-20 องศาเซลเซียสและจะหนาวที่สุดในเดือนมกราคม ฤดูใบไม้ผลิเริ่มมีนาคม-เมษายน จะมีฝนตกเล็กน้อยอุณหภูมิประมาณ 17-23 องศา ต่อมาเป็นฤดูร้อน พฤษภาคม-สิงหาคม อากาศจะร้อนอุณหภูมิ 30-39 องศา และสุดท้ายใบไม้ร่วง กันยายน-พฤศจิกายน อุณหภูมิ 23-28 องศา ใครชอบอากาศแบบไหน อยากได้ฟิวไหน ก็เลือกไปกันตามใจชอบเลยจ้า

2. เวลาท้องถิ่นที่เวียดนามเท่ากับเมืองไทย

3. อัตราแลกเปลี่ยน เวียดนามเรียกว่า “ดอง” 600-800 ดอง ประมาณ 1 บาท หรือ 18,000 ดอง ประมาณ 1 เหรียญสหรัฐฯ โดยประมาณ

4. จะข้ามถนนที่เวียดนาม ถ้าจะรอให้รถจอดเพื่อให้ข้าม บอกได้เลยว่าคุณจะไม่ได้ข้ามแน่นอน แค่กั้นหายใจและเดินข้ามไปเลย รถจะหลบเลี่ยงคุณเอง มันก็จะตื่นเต้นหน่อยๆ

Day1

          ทริปนี้เราเดินทางไปฮานอยกับสายการบินบางกอกแอร์เวย์ แอบกระซิบว่าบางกอกแอร์เวย์กำลังจะเปิดเส้นทางบินใหม่ เชียงใหม่-ฮานอย เริ่มบินตั้งแต่วันที่ 25มีนาคมนี้เป็นต้นไป ไฟท์บินแบบสบายๆ เชียงใหม่-ฮานอย 9.55 ถึง 12.00 และฮานอย-เชียงใหม่ 12.45 ถึง 14.50 ทุกวันนนน ชาวเหนือทั้งหลายเตรียมตัวเตรียมใจเตรียมเงินในกระเป๋าให้พร้อมกันเลยนะ และทุกคนสามารถใช้เล้าจน์ของบางกอกแอร์เวย์ได้ ฟรีทุกอย่าง! มีไวฟง ไวไฟ ให้ใช้ด้วยนะเออ อย่ารอช้ารีบเข้าไปหยิบข้าวต้มมัดที่เป็นซิกเนเจอร์ของบางกอกแอร์เวย์ก่อนเลยเป็นอย่างแรก ฮ่าๆ ดื่มชา กาแฟ กินข้าว พักผ่อนกันอย่างเต็มที่ ก็ได้เวลาบินลัดฟ้าไปฮานอยกันเลยดีกว่า 2ชั่วโมงนิดๆ เราก็เดินทางมาถึงสนามบินนอยไบ เมืองฮานอยกันแล้วจ้า ฮานอย หมายถึงตอนต้นของแม่น้ำ ตั้งอยู่ตอนต้นบนลุ่มแม่น้ำแดง ราชวงศ์ลี้แต่งตั้งขึ้นเป็นเมืองหลวงในปี พ.ศ. 1553 โดยใช้ชื่อว่า ทังล็อง แปลว่ามังกรเหิน พอเราผ่าน ตม. เอากระเป๋าเรียบร้อย พร้อมไปเที่ยวแล้วจ้า

ข้าวต้มมัดในตำนาน

          เราเดินทางไปวัดหงอกเซิน(Ngon Son Temple) ก่อนเป็นที่แรก วัดหงอกเซิน ถูกล้อมรอบไปด้วย ทะเลสาบฮว่านเกี๋ยมหรือทะเลสาบคืนดาบที่สวยงาม ที่นี่ มีสะพานไม้สีแดง ที่ชื่อว่า สะพานเทฮุก (The Huc) หรือ”สะพานแสงอาทิตย์” ที่มีสีแดงสดใสถือเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของกรุงฮานอย จะใช้ข้ามเพื่อเข้าไปในวัดหงอกเซิน ที่นี่สวย สงบ มานั่งชิลๆ เดินเล่นได้ มีที่ถ่ายรูปสวยๆอาร์ตๆเกร๋ๆเยอะมาก

เต่าสต๊าฟตัวนี้เป็นเต่าศักดิ์สิทธิ์ที่อาศัยอยู่ในทะเลสาบ

กลางคืนก็สวยไปอีกแบบ

สะพานแสงอาทิตย์

          จากวัดเดินข้ามถนนมาก็จะเจอตลาด 36สาย (36 old street) ย่านโบราณที่มีชื่อเสียงทางด้านงานหัตถกรรมและสินค้าพื้นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของกรุงฮานอย (Hanoi) ซึ่งปัจจุบันมีประวัติยาวนานมากกว่า 600 ปีมาแล้วค่ะ เป็นตลาดที่มี 36สาย แบ่งออกไปตามถนนสายต่างๆ ถ้าสายนั้นขายรองเท้าก็จะขายรองเท้าทั้งสาย ถ้าขายดอกไม้ก็จะเป็นดอกไม้ทั้งสาย เราก็เดินเล่น เดินถ่ายรูป เดินดูของไปแปบนึง ก็ไปเจอร้านกาแฟร้านนึง ร้านน่ารักมากกกกกกก ร้านเล็กๆ ตกแต่งร้านก็น่ารัก แล้วที่เวียดนามนิยมนั่งยองๆ เก้าอี้เตี้ยๆ รวมๆยิ่งน่ารักเข้าไปใหญ่ ดื่มน้ำ นั่งคุยเล่นกันสักพัก ก็ได้เวลาไปกินข้าว!! หิวจนร้องท้อง เอ้ย ท้องร้อง

เอกลักษณ์ที่เวียดนามคือการนั่งยองๆ

ลุงกวักมือเรียกทำไม

ซอยนิดเดียวก็ขายเฝอได้นาจา

          ร้านที่เราไปกินชื่อว่า Quan An Ngon ไกด์บอกเราว่า ชื่อร้านภาษาไทยคืออร่อย แล้วก็อร่อยจริงๆนะจ้ะ อร่อยทุกอย่าง เฝอ น้ำซุปดีมาก เจ้มจ้นสุดสุด ดี๊ดี กินอิ่มหลับสบายแน่คืนนี้ ไหนไหนก็ไหนไหน กลับโรงแรมกันเลยดีกว่า หลังจากเช็คอินเรียบร้อย ก็อาบน้ำนอนเลยค่ะ เหนื่อยจัด ราตรีสวัสดิ์ทุกคน

เฝอร้านนี้อร่อยสุดๆ น้ำซุปดีมาก

โรงแรมที่เราพักคืนนี้ Muong Thanh Ha Noi Hotel 

Day2

          อรุณสวัสดิ์ วันนี้เราจะไปล่องเรือและนอนบนเรือกัน เย้เย้เย้ เราออกเดินทางจากฮานอยเพื่อไปฮาลองเบย์ ใช้เวลาประมาณ 4-5 ชั่วโมง(อยู่ที่ช่วงเวลาที่เราออก ถ้าออกสายรถก็จะติดติดหน่อย) ฮาลองเบย์ เป็นอ่าวแห่งหนึ่งในพื้นที่ของอ่าวตังเกี๋ย ใกล้ชายแดนติดต่อกับสาธารณรัฐประชาชนจีน มีชื่อตามการออกเสียงในภาษาเวียดนามเขียนได้ว่า “Vinh Ha Long” หมายถึง “อ่าวแห่งมังกรผู้ดำดิ่ง” ตำนานพื้นบ้านกล่าวไว้ว่า ในอดีตนานมาแล้วระหว่างที่ชาวเวียดนามกำลังต่อสู้กับกองทัพชาวจีนผู้รุกราน เทพเจ้าได้ส่งกองทัพมังกรลงมาช่วยปกป้องแผ่นดินเวียดนาม มังกรเหล่านี้ได้ดำดิ่งลงสู่ท้องทะเลบริเวณที่เป็นอ่าวฮาลองในปัจจุบัน ทำให้มีอัญมณีและหยกพุ่งกระเด็นออกมากลายเป็นเกาะแก่งน้อยใหญ่กระจายอยู่ทั่วอ่าวเป็นเกราะป้องกันผู้รุกราน ทำให้ชาวเวียดนามปกป้องแผ่นดินได้สำเร็จ  (ตำนานโหดมาก) หลังจากนั่งรถยาวกันมาสักพัก เราก็มาถึงท่าเรือกันแล้ว เรือที่เราจะนอนกันคืนนี้ชื่อว่า syrena หลังจากขึ้นเรือไปเช็คอิน ก็รอกินข้าว อาหารมื้อนี้เป็นซีฟู๊ดล้วนนนนนนน กุ้ง หมึก หอย ปลา ฟินๆกันไป กินแบบเต็มที่ อิ่มหนำสำราญ ก็เตรียมลงเรือเล็กไปดูถ้ำ

ห้องนอนน่านอนมากกกกกกก

มาถ่ายรูปเล่นบนดาดฟ้าเรือ

          ถ้ำ Hang Sung Sot เป็นถ้ำมรดกโลก ภายในถ้ำมีความใหญ่โต กว้างขวาง สวยงามตามท้องเรื่อง เดินเล่นถ่ายรูปกันสบาย ไม่ต้องกลัวว่าจะมืดเพราะเขาตกแต่งไฟให้ หินงอกหินย้อยต่างๆ สามารถจินตนาการเป็นรูปต่างๆได้มากมาย แล้วแต่มุมมองของแต่ละคน เดินขึ้นมาจากถ้ำ  ออกมาจะเห็นวิวของฮาลองเบย์ที่สวยงามมากมาก แต่นี่ยังไม่ใช่จุดไฮไลท์นะจ้ะ มีสวยกว่านี้อีก

ในถ้ำกว้างมาก

ขึ้นมาจากถ้ำ จะเจอวิวแบบนี้ 

         จากถ้ำมรดกโลกเราล่องเรือมาต่อกันที่ Ti Top Island ถ้าเดินขึ้นไปบนสุด เราจะได้เห็นวิวของอ่าวฮาลองที่สวยงามโครต ภาพจะจดจำแบบติดตาติดหัว ยากที่จะลืมเลือนกันเลยทีเดียว ขนาดนั้นเลยนะจะบอกให้ แต่ก่อนจะขึ้นไปถึงเราต้องปีน(ใช้คำว่าปีน)บันไดทั้งหมด 500ขั้นให้ได้ก่อน อาจจะเหนื่อยบ้าง แต่พอขึ้นไปถึง หายเหนื่อยเลยจริงๆ สวยงาม น่าจดจำ

ก่อนจะเดินขึ้นไปจุดชมวิว จะมีร้านค้าเล็กๆน่ารักซ่อนตัวอยู่

ชิวมาก อากาศดี

วิวข้างบนแบบสุโค่ยมากมาก

พระอาทิตย์จะตกแล้ววววววว

          หลังจากกลับมาจากจุดชมวิวเราก็อาบน้ำเตรียมพร้อมสำหรับมื้อค่ำ กินข้าวไป คุยกันไป อยู่ท่ามกลางอ่าวฮาลอง มองออกไปนอกหน้าต่างก็เห็นน้ำเห็นทะเล วิวดีมากจริงๆ  กินอิ่มก็แยกย้ายกันไปพักผ่อน เตรียมพร้อมสำหรับวันใหม่ ฝันดีราตรีสวัสดิ์ พี่น้องชาวไทย

Day3

          ตื่นมากินข้าวเช้า เตรียมพร้อมไปพายเรือคายัคกัน สำหรับที่นี่มี 2ทางเลือกที่จะเข้าไปข้างในได้ คือพายคายัคเข้าไปเองกับนั่งเฉยๆบนแพมีคนพายเข้าไปให้ คนที่แข็งแกร่งอย่างเรา เราเลือกที่จะพายเรือเองสิจ้ะ เท่ๆเกร๋ๆ ดูแข็งแกร่ง ฮ่าๆ แต่พอเอาเข้าจริงเหนื่อยมากจ้า หนาวก็หนาว กว่าจะพายไปแต่ละที แขนขาสั่นไปหมด แต่เข้ามาข้างในมีความชิวสูงมาก พายไปพายมาสักพัก ก็พายกลับไปที่จุดเริ่มต้น เพื่อขึ้นเรือกลับไปที่เรือใหญ่ที่เรานอนกัน มาถึงก็เข้าห้องไปเก็บข้าวของเตรียมตัวขึ้นฟั่ง ก่อนเรือจะเทียบท่า ก็กินข้าวกันบนเรืออีกสักมื้อ แปบๆเราก็มาถึงท่าเรือกันแล้ว บ้ายบายเรือ และมุ่งหน้ากลับไปฮานอย เหมือนเดิมจ้า

สำหรับคนอยากนั่งชิวๆถ่ายรูปเพลินๆ เลือกนั่งเรือที่มีคนพายเลยจ้า

ผู้พันเคเอฟซีเต็มเบยยยยยย 

จากห้องพักบนเรือก็จะมีเรือขายของแบบนี้มาคอยเรียกเราซื้อตลอดเวลา

          ใช้เวลาประมาณ 4-5 ชั่วโมง ก็มาถึงฮานอยแล้วค่าาา อยากแวะดื่มกาแฟสักหน่อย มีร้านกาแฟชื่อดัง ที่เขาบอกกันมาว่ามาฮานอยต้องมากิน กาแฟไข่ ร้านชื่อว่า Cafe Giang 39 นี่ถ้าไม่รู้ทาง ไม่รู้พิกัด เดินเลยไปเลยนาจา ทางเข้าเล็กๆ 1ช่อง แต่พอเดินเข้าไปข้างใน ร้านใหญ่อยู่ มี 2ชั้น และคนเยอะมาก ที่สำคัญฝรั่งเต็มร้านเลยนะ เขาหาเจอกันได้ยังไง อยากจะรู้ ร้านน่ารัก ถ้าใครชอบถ่ายรูปอาร์ตๆ น่าจะชอบกัน นอกจากกาแฟที่นี่ยังมีโกโก้ และน้ำอื่นๆอีกนะ ไม่ใช่แค่กาแฟ ทุกอย่างใส่ไข่ได้เหมือนกัน นั่งคุยกันไปเรื่อยๆ กาแฟก็มา เราก็ลองชิมกันสิคะ ก็อร่อยแบบแปลกๆ ถ้าใครชอบก็คงชอบเลย ถ้าไม่ชอบก็คงไม่ชอบเลยเหมือนกัน หลังจากดื่มกาแฟกัน ได้เวลากินข้าวแล้วจ้า หิวสุดสุด

อยากซื้อเลยจ้าาาาาา

ความวุ่นวายก็เหมือนบ้านเรา

Grabแบบถูกกฎหมาย เสื้อพร้อมหมวกพร้อม

          ร้านที่เราไปกินกันชื่อว่า Mam Restaurant ก็เหมือนเดิม อร่อยทุกอย่าง(หรือเราหิว) แต่อร่อยจริงๆนะ หลังจากกินเสร็จเราก็เดินเล่นตลาด 36สายกันนิดหน่อย เพื่อย่อยอาหาร และก็กลับที่พักไปนอนแบบทิ้งตัวเลยค่ะ เพลียสุดสุด zzZZZ

เมนูปลาแบบหม้อไฟกันเลยทีเดียว

ที่นี่มีคาเฟ่น่ารักเยอะมาก ใครชอบต้องมา 

Day4

          สวัสดีเช้าวันสุดท้ายที่ฮานอย หลังจากกินข้าวเช็คเอ้าท์เรียบร้อย เราเดินทางไป Ba Đình Square ( จัตุรัสบาดิงห์ ) เป็นสถานที่ที่ท่านโฮจิมินห์อ่านคำประกาศอิสรภาพเวียดนามจากฝรั่งเศสต่อหน้าชาวเวียดนามที่มาชุมนุมกันอยู่ในจัตุรัสมากกว่า 500,000 คน เมื่อวันที่ 2 กันยายน ค.ศ.1945 ที่นี่คือที่เก็บศพของลุงโฮ ซึ่งคนเวียดนามจะเรียกลุงโฮว่าพ่อ ศพของลุงโฮได้รับการรักษาไว้ให้อยู่ในสภาพเดิม ซึ่งเป็นความลับทางการแพทย์ของรัสเซีย ที่แพทย์ในโลกตะวันตกยังไม่มีความชำนาญเท่า สุสานโฮจิมินห์จะปิดในฤดูใบไม้ร่วงเป็นเวลานาน 2 เดือน (เดือนตุลาคมและเดือนพฤศจิกายน) เพื่อนำศพลุงโฮไปทำความสะอาดและเปลี่ยนน้ำยาที่รัสเซีย บอกเลยว่าตอนเดินเข้าไปข้างใน ทึ่งจริงๆ ทึ่งมากๆ ที่สามารถรักษาศพได้เหมือนคนแค่นอนหลับ ดูมีเนื้อมีน้ำมีนวล คือยังสมบูรณ์มากจริงๆ

          หลังจากเคารพศพเสร็จ เราก็เดินไปดูบ้านพักของลุงโฮกันต่อ อาคารทรงโคโลเนียลสีเหลืองที่ฝรั่งเศสสร้างขึ้นนี้ ตอนแรกสร้างเพื่อให้ลุงโฮได้อยู่ แต่ลุงโฮได้ปฏิเสธ เพื่อใช้มันเป็นที่ต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองและเป็นที่อยู่ของประธานาธิบดีในปัจจุบัน ด้วยความที่ลุงโฮมีความสมถะมากมาก ท่านเลือกที่จะอยู่บ้านไม้หลังเล็กๆแทน ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมคนเวียดนามถึงได้รักเคารพและศรัทธาในตัวท่านได้มากขนาดนี้

สวยมากมาก

ถ้าใส่เสื้อสีเหลืองมาด้วย ต้องเฟี้ยวแน่ๆ

          เดินออกมาจากบ้านลุงโฮไม่ไกลมาก เราจะเจอกับวัดเจดีย์เสาเดียว (one pillar pagoda) ชาวเวียดนามเรียกว่า จั่วโมดโกด วัดแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อถวายเป็นพุทธบูชาแด่เจ้าแม่กวนอิม โดยมีตำนานเล่าว่า พระเจ้าหลีไทโตอยากได้โอรสมาก และรอคอยมาเป็นเวลานาน จนมาคืนหนึ่งทรงฝันว่าเห็นเจ้าแม่กวนอิม ได้มาปรากฏที่สระบัวและได้มอบโอรสให้กับพระองค์ หลังจากนั้น พระองค์ก็ได้มีโอรสสมใจ จึงได้สร้างเจดีย์ขนาดเล็กที่ตั้งอยู่บนเสาต้นเดียวกลางสระบัว ปัจจุบันคนส่วนใหญ่จึงมักจะมาขอพรให้มีลูกกันที่นี่ ใครอยากมีลูกก็ลองมาขอพรกันดูได้นะคะ ไม่เสียหายเนอะ อิอิ

ระหว่างทางจะมีร้านขายของที่ระลึกเต็มเลย

วัดเจดีย์เสาเดียว มีเสาใหญ่ๆเสานึง เห็นมั้ย

ในรูปที่น้องๆดูกันอยู่ คือคำสอนต่างๆ ที่สอนให้เราเป็นคนดี

หลังจากนั้นเราก็มุ่งหน้าไปที่สนามบินนอยไบ หลังจากเช็คอินโหลดกระเป๋าเรียบร้อย ก็ได้ยินเสียงโครกครากที่ท้อง ฮ่าๆ หิวไงหิว เราเดินหาอะไรกินกันภายในสนามบิน กินไปคุยไปกันเพลินๆ สักพักก็ได้ยินเสียงประกาศเรียกขึ้นเครื่อง ได้เวลากลับไทยแล้วจ้า ใช้เวลา 2ชั่วโมงนิดๆ เราก็ถึงไทยโดยสวัสดิภาพ

เฝอทุกมื้อ แม้ในสนามบินก็ยังกินเฝอ ฮ่าๆ

        เวียดนามเหนือครั้งแรก บอกเลยว่าประทับใจมากมาก ถ้าให้มาอีกมาแน่นอน!! อาจจะน่าหงุดหงิดไปบ้างกับเสียงบีบแตรรถที่ดังระงมเหมือนคนใช้แตรด่ากัน ดูใช้แตรฟุ่มเฟือย ฮ่าๆ แต่ถ้าเทียบกับสถานที่เที่ยวแล้ว กำไรเหลือๆอยู่ดี ฮานอยเมืองน่ารัก ถ่ายรูปตรงไหนก็สวย ดูอาร์ต มีความฮิปสเตอร์หน่อยๆ ฮาลองเบย์ที่ธรรมชาติสร้างมาได้อลังการดาวล้านดวงมากมาย มันคือ destination ที่ต้องมาจริงๆ ควรมาและต้องมาสักครั้ง!! เราอยากให้ทุกคนมาเห็นด้วยตาตัวเองมากกว่า ในรูปว่าสวยแล้ว แต่เราบอกได้เลยว่าสถานที่จริงสวยกว่ามาก ถึงเวลาเที่ยวแล้ว จองตั๋วเครื่องบินเลย เอาตัวเองออกมาจากจอมือถือ จอคอม จอทีวี และไปเจอกับจอธรรมชาติที่สวยงามกันดีกว่า ออกเดินทางเพื่อไปเจอโลกที่กว้างขึ้น ไม่ต้องรอใครทั้งนั้น พร้อมแล้วก็ออกไปเที่ยวกันเลยยยยยยยยยย

 

LEAVE A REPLY