กินกระจุย ชอปกระจาย ที่ไทเป ไต้หวัน! ทริปนี้กระเป๋าสตางค์ไม่ฟีบ

0
9059

กินกระจุย ชอปกระจาย ที่ไต้หวัน! ทริปนี้กระเป๋าสตางค์ไม่ฟีบ

          ใครๆก็บอกว่าไต้หวันมีความคล้ายประเทศญี่ปุ่น จริงอ่ะ? ในใจเราก็แบบ… จะคล้ายญี่ปุ่นได้ไง เค้าพูดภาษาจีนกันโครมๆ จนมีโอกาสได้ไปเองและทำการบ้านหาข้อมูลก่อนไป และหลังจากที่ไป ก็รู้สึกประทับใจประเทศนี้ แล้วบ้านเมืองเค้าก็แอบคล้ายญี่ปุ่นจริงๆ เพราะไต้หวันเคยตกเป็นเมืองขึ้นของประเทศญี่ปุ่นอยู่ช่วงนึง จึงได้รับอิทธิพลความเป็นญี่ปุ่นมาพอสมควร แถมที่เที่ยวก็มีเยอะแยะไปหมด จนไม่รู้จะไปเที่ยวที่ไหนก่อน เพราะเที่ยวธรรมชาติก็ดี เที่ยวในเมือง เดินชอปปิ้งก็ดี แต่ที่สำคัญคือ … ค่าใช้จ่ายในการไปเที่ยวไต้หวันไม่แพง! เพราะค่าเงิน และค่าครองชีพบ้านเค้าใกล้เคียงกับที่ไทยเลย วันนี้เราเลยจะมาแนะนำว่าไปไต้หวันทั้งที เที่ยวไหนดี มีอะไรเด็ด ตามมาอ่านกันเลยจ้า…

DAY 1: Bangkok – Taipei – Ximending

          การเดินทางครั้งนี้เราไปกับสายการบิน NokScoot ที่มีเที่ยวบินบริการทุกวัน โดยออกจากสนามบินดอนเมืองเวลา 02.15 น. ไปถึงไต้หวัน 07.05 น. ที่ไต้หวันเวลาจะเร็วกว่าที่ไทย 1 ชั่วโมง แถมยังบินตรงไปลงสนามบินนานาชาติเถาหยวนเลย! ใช้เวลาบินประมาณเกือบๆ 4 ชั่วโมง

ระหว่างนั้นก็นอนพักผ่อนกันได้อย่างสบายเนื้อสบายตัว เพราะเก้าอี้บนเครื่อง NokScoot มันถือว่านั่งสบายเลย คือดีเลยนะสำหรับเรา เพราะใช้เครื่องบิน Boeing 777 ความกว้างระหว่างเก้าอี้ค่อนข้างเยอะ เพราะเราเป็นคนตัวสูงประมาณ 170 ซม. ปกติเวลานั่งอีกนิดนึงเขาก็เกือบไปชนเก้าอี้ข้างหน้าแล้ว แต่อันนี้ไม่นะ ยังมีที่เหลือให้ขยับตัว พลิกซ้ายขวาได้สบาย ส่วนเก้าอี้ก็เอนได้เยอะไม่ปวดหลัง เพราะไม่ต้องนั่งหลังตรงนานๆ

ส่วนถ้าใครเกิดหิวบนเครื่องขึ้นมาก็มีอาหารมากมายให้เลือกทานด้วยน้า

และแล้วเมื่อเวลา 07.05 น. เราก็มาถึงสนามบินนานาชาติเถาหยวน หยวน หยวน …

สนามบินคือสวยยยยยย

          เมื่อได้กระเป๋ากันครบเรียบร้อยแล้ว เราจะเดินตามป้ายตรงดิ่งไปขึ้น Taoyuan  Airport MRT เพื่อไปยัง Taipei main station ประเทศไต้หวันจะเรียกรถไฟฟ้าใต้ดินว่า MRT เหมือนบ้านเราเลย แล้วเราก็จะซื้อ Easy card เอาไว้ใช้แตะเข้าแตะออกสถานี นอกจาก Easy card จะใช้สำหรับรถไฟฟ้า MRT แล้ว เรายังเอาไว้ใช้ขึ้นรถประจำทาง และซื้อของตามเซเว่นอีเลเว่นได้อีกด้วย เรียกว่าสะดวกมากๆ เราซื้อ Easy card มาในราคา 500 TWD ในนี้จะเป็นค่าบัตร 100 TWD (แลกคืนไม่ได้) อีก 400 สามารถเอาไปใช้จ่ายอื่นๆ ถ้าใช้ไม่หมดก็แลกเป็นเงินคืน

** Easy card สามารถไปซื้อตามร้านสะดวกซื้อข้างนอก เซเว่นอีเลเว่นไรงี้ได้เหมือนกันนะ ต่างกันตรงที่ถ้าไปซื้อข้างนอกจะเลือกลายบัตร Easy card ได้เป็นลายการ์ตูนแบ๊วๆต่างๆนานา ตามความชื่นชอบ แล้วก็จ่าย 100TWD เป็นค่าบัตรเหมือนกัน แล้วค่อยเติมเงินเข้าไปในบัตร แต่เค้าจะไม่บังคับเติมเงิน 400 TWD เหมือนในสนามบิน จะเติมแค่อีก 100 TWD ก็ได้จ้า ..

วิวระหว่างที่เรานั่งรถไฟเข้าไปยัง Taipei main station

         รถไฟที่วิ่งออกจากสนามบินเข้าเมืองจะมี 2 แบบนะคะ คือ Express Train เป็นรถไฟขบวนด่วนพิเศษ-สีม่วง จะจอดแค่ 5 สถานีเท่านั้น ส่วนอีกแบบคือ Commuter Train เป็นรถไฟขบวนปกติ-สีน้ำเงิน อันนี้จะจอดทุกสถานี ราคาที่นั่งจากสนามบินอยู่ที่ 160 TWD รถไฟทั้ง 2 แบบราคาเท่ากัน เพราะฉะนั้น Express Train ค่ะ! ไปค่ะ!

บนรถไฟ ถ้าสังเกตดีๆจะมีเจ้ากล่องสีแดงที่มีรูปหัวใจอยู่ตรงกลางเขียนว่า Automated External Defibrillator หรือที่บางคนเรียกย่อๆว่า เครื่อง AED เครื่องนี้เป็นอุปกรณ์ช่วยชีวิต เอาไว้ใช้กระตุ้นหัวใจในกรณีที่จำเป็น

เมื่อก้าวออกมาจากสถานี ด่านแรกที่เจอคือ… บูทขายหมูแผ่น เนื้อแผ่น ที่มีPackaging ล่อตาล่อใจ แถมยังล่อเงินในกระเป๋าอีกด้วย (ทาสการตลาดทั้งหลายยยยย) ส่วนเรื่องรสชาติแล้วแต่คนชอบนะคะ ลิ้นใครลิ้นมัน ฮ่าๆๆ

จากสถานี Taipei main station เราจะเดินไปที่พักกันซึ่งอยู่ในย่าน Ximending ย่านชอปปิ้งชื่อดังของไทเป ใครที่มาไทเปแล้วต้องไม่พลาด จากตรงนี้เดินประมาณ 15 นาทีก็ถึงแล้วววว

 

โรงแรมที่เราพักชื่อ Go Sleep Hotel Hankou

                พอถึงที่พักและเก็บของเสร็จแล้ว ก็ได้เวลาไปหาอะไรทานกัน ด้วยความหิวโหยของผู้ร่วมทริปทุกคน พวกเราก็ไม่รอช้า จัดบุฟเฟ่ต์กันให้หนักตั้งแต่มื้อแรกที่มาถึงกันไปเลย!

เราเลือกทานร้าน Mala Hot Pot เพราะอยากจะลองชิมชาบูหม่าล่ากัน ร้านนี้จะเป็นเหมือนชาบูชิบ้านเรา เป็นร้านชาบูชื่อดังที่ไต้หวัน และมีอยู่หลายสาขามากๆ อันนี้เราก็เลือกสาขาที่ใกล้ที่พักที่สุด ราคาไม่แพง ราคาพอๆกับเมืองไทยเลย อยู่ที่ 598 TWD (ราคานี้เป็นราคาสำหรับทานตอนมื้อเที่ยงและต้องเป็นวันธรรมดาเท่านั้นนะ)  ทานได้ 2 ชั่วโมง

 

 

คุณภาพอาหารที่สั่งมาดีทีเดียวเลย อย่างเนื้อนี่ก็สไลด์มาแผ่นใหญ่เท่าฝามือ เนื้อไม่บางเกินไปด้วย

นอกจากเนื้อที่เด็ดแล้ว ของหวานที่นี่เค้ามีไอศกรีม Haagen-Dazs ไว้ให้บริการด้วยน้า ตักวนไปจ้า …

          และที่เด็ดที่สุดที่ทำให้การกินบุฟเฟ่ต์ราคา 598 TWD นั้นคุ้มมากๆๆๆๆๆ ก็คือ … เบียร์ไต้หวันอันนี้นี่เองงงงงง นอกจากเบียร์แล้ว จริงๆเค้ามีไวน์ให้ด้วย เรียกว่าดื่มด่ำจนหน้าแดงก่ำตั้งแต่บ่ายกันเลยก็ว่าได้ สรุปแล้วร้านนี้เราให้ผ่าน คุ้มค่าคุ้มราคามาก! มาถึงไต้หวันทั้งที ต้องมาลอง

หลังจากทานอาหารเที่ยงเสร็จ ก็ต้องไปเดินย่อยกันค่ะ ไหนๆก็พักใกล้แหล่งชอปปิ้งละ ไหนๆก็ไหนๆละ ฮ่าๆๆๆๆๆ เราจะไปเดินชอปปิ้งที่ Ximending Walking Street อยากบอกว่ารองเท้ากีฬาที่ไต้หวันคือถูกกกกก มาแล้วต้องจัด เครื่องสำอางญี่ปุ่นก็ถูกกกกกก ซื้อจากไต้หวันกลับไปเล้ยยย! ส่วนของกินระหว่างเดินเล่นที่ต้องไม่พลาดชิม แน่นอนก็คือ ชานมไข่มุก มีหลายยี่ห้อมาก เชิญชิมกันได้ตามสบาย หรือของกินแบบซื้ออกลับไปฝากคนที่บ้านได้ ใน Ximending ก็มีอยู่หลายร้าน ขนมยอดฮิตคงหนีไม่พ้น พายสับปะรด โมจิเผือก และ Nougat cracker (เป็นแครกเกอร์ที่ตรงไส้จะเป็นตังเมที่มีความเหนียวๆอยู่)

หลังจากเดินเล่นเสร็จ ก็หิววววว! (นี่มันทริปกินใช่มะ เอาดีๆ ฮ่าๆๆ) เพราะฉะนั้นเราจะไปต่อกันที่ตลาดปลา Taipei fish market นั่นเองงงงง ใครที่เคยไปตลาดปลาที่ญี่ปุ่น บอกเลยว่าที่นี่หน้าตาไม่เหมือนกันนะ ลบภาพนั้นออกไปได้เลย

เราว่าที่นี่เหมือนห้างเล็กๆที่ขายแต่อาหารทะเลมากกว่า อันนี้เป็นเหมือนโซนของสด ที่น้องปลา น้องกุ้งกำลังแหวกว่ายอยู่ในบ่อ รอเวลาให้เราไปเลือก เพื่อเอากลับไปทำทานเองที่บ้าน

map คร่าวๆของตลาดปลา จะได้รู้ว่าอะไรอยู่ตรงไหนนะจ๊ะ

          อาหารที่นี่ที่เราเห็น แบ่งออกเป็น 2 แบบหลักๆคือ อาหารที่ทำสำเร็จแล้ว พวกซูชิต่างๆ ที่อยู่ในตู้แช่ กับมีเคาท์เตอร์บาร์เล็กๆ ที่เอาไว้นั่งสั่งอาหารทานกันตรงนั้นเลย ทั้ง 2 แบบราคาไม่แตกต่างกัน เราเลยแนะนำว่าถ้าไปแล้วให้ไปที่บาร์ ไม่ต้องซื้อแบบกล่องๆในตู้แช่นะ เพราะเราลองกินทั้ง 2 แบบแล้ว อาหารที่บาร์โอเคกว่า พุ่งตัวไปบาร์โล้ดดดด สด สะอาด อร่อย ต้องโดนนนนน!

          เมื่อกินอิ่มแล้ว ถึงแม้จะหนังท้องตึง หนังตาหย่อนแค่ไหน แต่กิจกรรมวันนี้ของพวกเราก็ยังไม่หมด งาน Night life ต้องมา! นั่งแท็กซี่ไปต่อกันที่ PONG Taipei (เป็นร้านเล่นเบียร์ปอง) ที่ ATT 4 FUN ตึกนี้อยู่ใกล้ๆ Taipei 101 ด้วย ใครไปไต้หวันกับเพื่อนๆเป็นแก๊ง คุ้มค่าแก่การแวะมา


Day 2: Ruifang – Shifen Old Street – Shifen Waterfall

วันนี้เราจะไปที่ Shifen Old street กันค่ะ เป็นเมืองเล็กๆที่อยู่ห่างจากไทเปออกไปประมาณชั่วโมงกว่าๆเอง การเดินทางวันนี้ก็ใช้รถไฟเป็นหลัก โดยเริ่มต้นจาก Taipei main station ไป Ruifang และต่อรถไฟจาก Ruifang ไป Shifen ซึ่งเราสามารถใช้ Easy card ที่มีแตะเข้าไปได้เลยไม่ต้องซื้อตั๋วใหม่นะ

ถึงแล้ววววว Ruifang นั่งมาประมาณ 1 ชั่วโมง เท่านั้น จากตรงนี้เราต้องรอรถไฟขบวนที่จะไป Shifen อีกประมาณ ครึ่งชั่วโมง ก็เลยคิดว่าพอมีเวลาที่จะเดินเล่นบริเวณรอบๆสถานี

ใกล้ๆสถานีมีคาเฟ่ และร้านค้าเล็กๆเปิดอยู่

                เดินไปเจอร้านนี้เค้าขายพวกบะหมี่ และเกี๊ยว เลยตัดสินใจลองซื้อเกี๊ยวมาชิม ในราคา 50 TWD อร่อยใช้ได้! แป้งอาจจะดูหนา แต่นุ่มมมม ไส้หมูข้างในอร่อยยยยย ร้านหาไม่อยาก เดินออกมาจากสถานีตามทางร้านอยู่ซ้ายมือเลยจ้า

เสร็จแล้วก็เดินกลับไปที่สถานี Ruifang ทันเวลารถไฟมาพอดี ขบวนที่นั่งไป Shifen จะเป็นสีเหลืองแล้วก็มีลายแบบนี้

นั่งอีกไม่นาน เราก็มาถึงกันแล้ว Shifen Old street

          และสิ่งแรกที่เราทำเมื่อมาถึงก็คือ … คือ … หาของกินค่ะ ทั้ง 2 ข้างทางของ Shifen Old street มีร้านขายอาหารทั้งคาวและหวานอยู่เพียบ เลือกกันได้ตามชอบเลย

อันนี้ตัวแป้งขาวๆคล้ายๆหมั่นโถว ส่วนไส้ข้างในเป็นหมู เหมือนขาหมูเลย แล้วโรยด้วยถัวลิสงบด

อันนี้เป็นเหมือนปลาหมึกและลูกชิ้นปลาทอด อร่อยดีค่ะ

จานนี้ในเมนูเขียนว่าเป็นไก่รมควัน กินกับซอสที่เค้าให้มาอร่อยดี แต่แอบมันไปนิดนึง

ส่วนนี้ในเมนูเขียนว่าเป็นเนื้อปลาฉลาม ซึ่งไม่รู้ว่าจริงรึเปล่านะคะ แต่โดนส่วนตัวเราไม่ชอบ มันเย็นๆ รสชาติงงๆ พูดไม่ถูกอ่ะ ฮ่าๆๆ

ไอศครีมกับถัวลิสงบดห่อด้วยแป้งโรตี อันนี้คือดี อร่อยยยย เราชอบบบ จริงๆเค้าจะต้องโรยผักชีด้วย แต่เราไม่ชอบผักชี เลยบอกเค้าว่าห้ามใส่นะ

          แวะนั่งชิวที่คาเฟ่ก่อน ร้านนี้ดีมาก ชิวววว มองเห็นสะพานตรงนั้นด้วย แต่คาเฟ่ที่นี่เข้ามากี่คน ต้องสั่งอาหารหรือเครื่องดื่มตามจำนวนคนนะคะ ไม่งั้นเค้าไม่ให้นั่งเด้อออ

          ไฮไลท์อีกอย่างหนึ่งของการมา Shifen Old Street คือการปล่อยโคมค่ะ แต่เราเลือกจะไปเที่ยว Shifen Waterfall ที่อยู่ใกล้ๆก่อน ค่อยกลับมาปล่อยโคมตอนช่วงเย็น

          จาก Shifen Old Street เราเรียกอูเบอร์ให้ไปส่งที่ Shifen Waterfall นั่งไปแปปเดียว ประมาณ 10 นาที (วิถีคนขี้เกียจจริงๆ ฮ่าๆ) แต่ใครจะเลือกเดินไปก็ได้นะคะ ประมาณ 20-30 นาที

เดินตามทางเข้ามาเรื่อยๆเลย จะเจอน้ำตกอันนี้ก่อน แต่ยังไม่ใช่อันนี้นะ ของจริงต้องเดินตามป้ายเข้าไปอีกนิดนึง

           ถึงแล้ววววววว Shifen Waterfall แต่ว่ามันปิดตอน 16.30 น. และปรากฎว่าพวกเรามาช้าไป!!! 5 นาที!!!! ก็เลยได้เห็นแค่นี้ตามภาพ ถ้ามาทันจะได้เดินเล่นลงไปด้านล่างใกล้น้ำตกกว่านี้

หลังจากพลาดการเข้าไปดูน้ำตก แต่เราจะไม่พลาดการปล่อยโคมแน่นอน เพราะฉะนั้นพวกเราก็เลยกลับไปที่ Shifen Old Street เพื่อปล่อยโคมกัน โคมราคาอยู่ที่ 150-200 TWD แล้วแต่แบบ โคมแต่ละสีก็จะเป็นการขอพรที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละเรื่อง อย่างเช่น สีเหลือง จะขอเรื่องความมั่งคั่ง ร่ำรวย สีม่วง ขอเรื่องการเรียน สีชมพู เรื่องความรัก หรือหลายสี ก็ขอหลายเรื่อง

ส่วนเรา เราเลือกสีเหลือง เงินทองต้องไหลมาเทมา!!! และเราก็สามารถเขียนขอพรลงไปบนโคมได้ด้วย เค้าจะมีพู่กันไว้ให้ …

เสร็จแล้วก็มานั่งรอรถไฟกลับเข้าไทเปกัน นั่งย้อนทางเดิมกลับไปเล้ยยย

ระหว่างนั่งรอรถไฟ มีคนจุดพลุด้วย ดูโรแมนติกมากๆ แต่พอดีว่า … ไม่ได้มากับแฟน ฮ่าๆๆๆ แต่บรรยากาศตอนนั้นเย็นๆชิวๆ แถมได้ดูพลุอีก ดีมากๆเลย

พวกเรากลับมาถึงไทเปก็เย็นแล้ว เกือบจะสามทุ่ม ด้วยความหิวหน้ามืดตามัว คิดอะไรไม่ออก ก็บุฟเฟ่ต์อีกละกัน!!! แต่วันนี้เปลี่ยนบ้าง ขอเป็นปิ้งย่างแทน เนื้อไม่อั้น ไอศครีมไม่อั้น เบียร์ไม่อั้น ร้านบุฟเฟ่ต์ที่นี่เค้าจะมีของประมาณนี้เหมือนกันหมด ดีงามมากๆ


 

Day 3 : Yangmingshan National Park – Shilin Night Market

เราจะไปซึมซับบรรยากาศความเป็นนิวซีแลนด์แต่อยู่ที่ไต้หวันกันที่ Yangmingshan National Park จริงๆเราว่าที่นี่ใช้เวลาเที่ยว 1 วันก็ไม่พอ เพราะมันใหญ่และมีหลายจุดให้ไปแวะชมมากๆ ใครชื่นชอบการเที่ยวธรรมชาติ หรือชอบเดิน trail บอกเลยว่าเหมาะโคตรๆ มีหลายเส้นทางเดิน Trail ให้เลือก แต่วันนี้เราจะเลือกไปจุดที่ฮอตฮิตที่สุด และเดินง่ายที่สุด คือ Qingtiangang ซึ่งมีลักษณะเป็นทุ่งหญ้า บนเนินเขากว้างๆ ที่จุดนี้แม้แต่คนไต้หวันเองก็ชอบมาปิกนิก พักผ่อนหย่อนใจกันในวันหยุด

ส่วนการเดินทางเราเรียกรถอูเบอร์จากที่พักไปลง Yangmingshan visitor center ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง สนนราคา 530 TWD นั่งได้ 4 คน แต่จริงๆ ใครจะนั่งรถเมล์ไปก็ได้ อาจใช้เวลามากกว่านี้นิดหน่อย แต่ก็จ่ายถูกกว่านี้แน่นอน

เมื่อถึง Yangmingshan visitor center เราจะต่อรสบัสของอุทยานหมายเลข 108 ตัวหนังสือสีแดง ย้ำว่า ตัวหนังสือสีแดง ไมใช่ตัวหนังสือสีดำ จากป้ายหน้า Yangmingshan visitor center นั่นแหละ เพื่อขึ้นไป Qingtiangang รถคันค่อนข้างเล็ก ใครได้ที่นั่งถือว่าโชคดีไป ใครที่ไม่ได้ก็โหนรถไปค่ะ บอกได้เลยว่างานนี้สนุกแน่ เพราะเหมือนเราได้ขึ้นรถเมล์สาย 8 ของเมืองไทย แต่แทนที่จะวิ่งถนนดีๆ อันนี้วิ่งขึ้นเขาจ้า…

มาถึงแล้ว Qingtiangang

แวะซื้อไอศกรีมก่อน …

เมื่อเดินขึ้นมาก็จะเจอทุ่งหญ้าโล่งกว้างแบบนี้ ..

          มีน้องควายอยู่ด้วย แต่ก่อนมาเราเห็นรูปจากใน google มันเป็นวัวนะ ทำไมเป็นควาย ฮ่าๆๆๆ อะ แต่ไม่เป็นไร ควายก็ควาย

ยอมให้โดนตัว แล้วก็ลูบหัวด้วยยยยย

พาน้องหมามาวิ่งเล่น ออกกำลัง …

หรือจะมายืนงงในดงหญ้า ถ่ายรูปสวยๆแบบนี้ก็ได้

          หลังจากที่เรานั่งเล่นกันสักพัก ก็ได้เวลาไปต่อกันที่ Shilin Night Market ตลาดกลางคืนแห่งนี้เป็นอีกที่ที่มีชื่อเสียงมากในไทเป จาก Qingtiangang เราจะนั่งรสบัสคันเล็กเหมือนที่นั่งขึ้นมา รอบนี้เป็นเลขอะไรไม่รู้ไม่มีบอก แต่จะมีเจ้าหน้าที่คอยบอกว่าให้ขึ้นรถไป ลงป้ายข้างหน้า แล้วต่อบัสหมายเลข S15 เพื่อนั่งยาวๆไปถึง Shilin Night Market ได้เลย เราว่าก็สะดวกดี นั่งแบบนี้กลับไปละกัน

ใช้เวลาชั่วโมงกว่าๆ มาถึง Shilin night market บอกเลยว่าคนเยอะมากกกก ของกินก็เยอะมากกกก

ร้านเสต็กใน Shilin Night Market ราคาไม่แพงจานนี้ 190 TWD ส่วนรสชาติถือว่าใช้ได้ตามราคาจ้า …

          หลังจากนั้นเราก็เรียกอูเบอร์กลับที่พักกัน นั่งพักกันสักหน่อย ก่อนจะไปชิว จิบเบียร์เย็นๆ ที่ร้านแถวโรงแรม บอกได้เลยว่าคิดไม่ผิดจริงๆ ที่เลือกพักใกล้ Ximending ทั้งร้านอาหาร บาร์ต่างๆ รวมถึงแหล่งชอปปิ้ง ใกล้มากกกก เดินไม่กี่ก้าวก็ถึงแล้ว


 

Day 4: shopping Ximenting + ย่าน zhongxiao dunhua

แพลนวันนี้ไม่มีอะไรมาก นอกจากเดินชิวๆย่านที่พักนี่แหละ ถ้าใครชอบมีอะไรทำแบบทั้งกลางวันกลางคืนโดยไม่ต้องนั่งรถไปไหน และไม่ชอบความสงบ แนะนำย่าน Ximenting เลยมีครบหมด

Street fashion ย่าน zhongxiao dunhua

นี่ตือย่านฮิปแห่งใหม่ของไทเปเลย เพราะที่นี่จะมีร้าน Street Fashion และ  คาเฟ่สวยๆชิคๆเยอะมากคือให้อารมณ์เหมือนไป เกาหลีใต้ ใครที่ชอบแฟชั่น ชอบนั่งคาเฟ่เราบอกเลยห้ามพลาดย่านนี้เด็ดขาด

บรรยากาศคาเฟ่ชิวๆ

ที่นี่ใครอยากถ่ายรูปชิคๆ สวยๆก็มีมุมให้ถ่ายเยอะมากๆ 

และปิดท้าย ทริปด้วยการมาย่าน Ximenting และเราจะพาไปบาร์ลับ ที่มองข้างหน้าไม่รู้เลยว่าข้างในนั้นมีบาร์นั้นมีบาร์ซ่อนอยู่ด้วย และด้านในก็แต่ cocktail หน้าตาแปลกๆ ไว้ให้เราถ่ายรูปเล่นกัน

นี่คือหน้าทางเข้าคือดูเหมือนโรงหนังเล็กที่ยังไม่เปิด

บรรยากาศด้านใน มีความชิคแบบจีนๆ

นี่คือ cocktail juon รสชาติก็ Hardcore มากเช่นกัน

เห็น popcorn แบบนี้ นี่คือ  Cocktail นะจ๊ะ มีหลอดยื่นออกมาเห็นมั้ย และด้านบนก็เป็น popcorn ที่กินได้จริงๆ

 

Day 5 : Taipei – Bangkok

เช้าวันสุดท้ายก่อนกลับบ้านเรา (รักรออยู่…) เราออกจากที่พักไป Taipei main station ขึ้นรถไฟเวลาประมาณ 06.30 น. เพื่อไปสนามบินเถาหยวน ไปลงที่ Taoyuan Airport Terminal 1 เช็คอิน พอมีเวลาเหลือก็เดินเล่นในสนามบิน เผื่อใครอยากซื้อของฝากอะไรเพิ่มเติม เครื่องบินออกจากสนามบิน 09.40 ถึงกรุงเทพเวลา 12.15 น. ตรงเวลาเป๊ะไม่มีเลท

ใครที่กำลังมองหาที่เที่ยวต่างประเทศ แต่มีงบจำกัด มีเวลาเที่ยวไม่มาก เราแนะนำให้มาไต้หวันเลย อย่างรอบนี้เรามากับ Nokscoot บินดึกถึงเช้า ได้เที่ยวเต็มวัน ขากลับก็ดี ถึงตอนเที่ยงๆ มีเวลาพักอีกครึ่งวัน ไม่เหนื่อยเกินไปเนอะ เวลาบินดี ตั๋วเครื่องบินก็ไม่แพง จองปุ๊บบินปั๊บ เพราะมีบริการเที่ยวบินทุกวัน นอกจากนี้การเดินทางในไต้หวันยังสะดวกสบายเพราะมีรถไฟฟ้าครอบคลุมหมด หรือจะนั่งแท็กซี่ เรียกอูเบอร์ไรงี้ก็ได้ ราคาไม่แพง ของกินก็อร่อย บ้านเมืองสะอาด มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย เดินๆอยู่รู้สึกเหมือนอยู่ที่ญี่ปุ่นจริงๆ เอาไปเลยสิบ สิบ สิบ กดจองตั๋วแล้วมาโล้ดดดด ดีขนาดนี้ไม่มาได้ไง

LEAVE A REPLY