ปีนัง ปังนิง ชะอะเอิ่งเอยยยย [ Penang – Malaysia ]

0
417

สวัสดีทุกท่าน ทริปนี้ Go Went Go ยินดีนำเสนอทริป “ปีนัง” ประเทศ มาเลเซีย บ้านเพื่อน แฮร่! เพื่อนบ้านของเรานั้นเอง “ปีนัง”เป็นเมืองที่เที่ยวสุดชิค ถ่ายรูปสุดมันส์ แนว Street Art Wall Paint  หรือจะเป็น สายชิว Cafe นั่งสบายๆ เท่ห์ๆ Slow life ก็มีเยอะมาก

คือถ้าจะถามว่า “ปีนัง” เป็นเมืองแบบไหน ฟิวไหน ผมก็จะบอกง่ายๆว่า เป็นเมือง ฟิวชั่นระหว่าง จีน กับ อินเดีย โดยจะผสมๆกันไป 70 : 30 อาหารทานได้สบาย อาหารแขกก็ไม่แขกจ๋า ผสมผสานจีนๆ หน่อย โดยรวมคือ อาหารที่ปีนังถือว่าดีเลยครับ ไม่ต้องห่วง

และเช่นเคย…ทริปนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าไม่มีผู้ใหญ่ใจดีจาก “Air Asia” สนับสนุนการเดินทางของเราในครั้งนี้      โดยทริปนี้เราจะพาไปปีนังเป็นทริปสั้นๆ 3 วัน 2 คืนครับ

โปรแกรมตามนี้เลยจ้า เผื่อใครขี้เกียจคิดโปรแกรมเองอยากตามรอย Go Went GO ก็จัดไปกันเลย

– Day 1 –

  • 9.00 ถึงสนามบินดอนเมือง
  • 13.35(เวลาปีนัง) ถึงสนามบินปีนัง
  • กินข้าวเที่ยงที่ Moh Ten Pheow Nonya Koay & Canteen
  • เดินเล่นถ่ายรูป Art Lane Penang
  • มื้อเย็นแบบข้างทางที่ Chulia Street Hawker
  • Check In @Hotel Neo+ Penang

– Day 2 –

  • 9.00 เดินทางสู่ Penang Hill and visit The Habitat
  • 13.00 ข้าวเที่ยงที่ Perut Rumah Nyonya Cuisine
  • ไปเข้าชมคฤหาสน์ Peranakan Mansion
  • ไปชมวิว 360 องศา, เดินพื้นแก้ว ที่ตึก The Top, Komtar walk
  • ข้าวเย็นต่อที่ตึก The Top
  • ไปบาร์ลับ Hidden Bars – Magazine 63
  • กลับโรงแรม

 – Day 3 –

  • 9.00 รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
  • 10.00 Check Out
  • 10.30 เดินเก็บ Art Lane + 35@Jetty
  • 12.00 ถึงสนามบิน Penang International Airport
  • 14.00 บินกลับกรุงเทพ AirAsia Flight FD 404 PEN-DMK
  • 14.45 (เวลาไทย) ถึงสนามบินดอนเมือง

 เริ่มกันเลยละกันครับ

ถึงสนามบินปีนังเรียบร้อย 1 ชั่วโมงกว่าๆเท่านั้นเอง ขอบคุณ “Air Asia” อีกรอบครับผม (ตรบมืออออออออ)

โดยทริปนี้เรามาเป็นกลุ่มทัวร์ VIP เช่นเคยสไตล์นักรีวิวครับ อิอิ

มาถึงปุ๊บ สิ่งแรกที่พามาโดนก็คือ ร้านอาหารพื้นเมืองของที่นี้เลย ร้าน Moh Teng Pheow Nonya Koay & Canteen

ตัว Laksa มันจะเป็นเหมือนขนมจีนบ้านเราครับ แต่เส้นอุด้ง และรสชาติก็ ฟิวน้ำยาป่า แต่แบบเปรี้ยวๆ

Menu:                                                                                                                          · Laksa (ขนมจีน)
· Nyonya Kuih Set x 06 Pcs – Kuih Bengka (Purple), Kuih Bengka (Ubi), Kuih Lapis, Kuih Talam, Kaya Kuih & Chai Tau Kuih
· Pulut Inti
· Kuih Koci
· Poh Piah Chee (Spring Roll)
· Nutmeg Juice (จะเป็นน้ำลูกจันทร์แดง บอกเลยว่าชอบมากกกๆๆๆๆๆๆ หอม สดชื้นสุดๆ)

กินเสร็จ ออกจากร้านอาหารมา โอ้ววววววว มาแล้วจ้าาาา Street wall paint อย่างเฟี้ยว

เสร็จแล้วก็มาไหว้พระต่อ

วัดอินเดีย อยู่ติดๆกับวัดจีนเลยครับ อย่างที่ผมบอกไว้ครับเมืองปีนังคือ จีน ผสม อินเดีย ^^

วัดนี้ไม่มีคนเลย เพราะว่ามันค่อนข้างหายาก ซ่อนอยู่ในตรอกเล็กๆ แต่พอเดินเข้ามาก็ต้องอึ้งเลย สวยสงบดีจริงๆ

ไหว้พระเสร็จก็มาเดินเล่นใน Art Lane, George Town จะเป็นโซน รวมพวก Street art wall ไว้ แต่ในรูกจะเป็นร้านทำน้ำปั่นกับไอศครีม คนต่อแถวรอเยอะมากๆ เราเลยอดใจไม่ไหว อยากรู้อยากลอง

และแล้วมันก็คือ ไอศครีมผลไม้ แก้วมังกร กับ เลม่อน หน้าตาแบบ สวยงามมากครับ ไม่แปลกเลยที่ต่อแถวกันเยอะ

กินเสร็จแล้ว เราก็มาลุยเดินหา Street Wall รูปต่างๆกันเลยดีกว่า

Street wall ผสมผสานเข้ากับของใช้จริงที่มี มันเลยยิ่งดูมีชีวิตมากขึ้นไปอีก ไอเดียเก๋มากๆ

และนี้คือรูปจุดที่เป็น Hilight ของปีนังเลยครับ คนรอถ่ายเยอะมากๆ (แนะนำให้มาช่วงเช้า ไม่เกิน บ่ายโมง คนจะไม่เยอะครับ)

น้องแมวเริ่มจางแล้วววว ><

เดินไปเดินมา ฟิวเหมือนทำ Mission เลยเพราะว่ารูปเยอะมากๆ 555

ด้วยความที่ ปีนัง เป็นเกาะ มันก็จะมีฟิว ริมทะเลแบบนี้ ชิวๆไปครับ

นี้นึกว่าอยู่ไมอามี่ 55555

หลังจากเดินไปเยอะ ก็หิวอีกแล้ว ไกด์เลยพามากินอาหารแบบ Street food ที่ Chulia Street ฟิวคล้ายๆบ้านเรา กินข้างถนนแบบบ้านๆกันไปเลย คนเยอะมากๆ ราคาก็ไม่แพงเลยครับ อร่อยด้วย ^^ แนะนำๆ

บะหมี่ชามนี้ หน้าตาเหมือนจะเข็มๆ ตามสไตล์จีน แต่เอาจริงๆ แบบ เห้ย!! อร่อยวะ เส้นก็ดีไม่เหมือนบ้านเราแบบกินละแป้งๆหน่อย 555

กินเสร็จก็เดินย่อยกันสักหน่อย รูปนี้อยากให้สังเกตุที่คอมแอร์ Paint มาเป็น แอมป์กีต้าร์เฉยเลย เฟี้ยวมากๆ

รูปนี้อยู่ที่ LOVELANE นะครับ

ทั้งตึกไปเลยจร้า

งานเสมือนๆจริง ก็มีนะ สวยมากๆ

เสือตัวนี้บอกเลยว่า ต้องสังเกตุดีๆหน่อยนะครับ มันหลบอยู่ในตรอกเล็กๆหน่อย

เดินทางมาทั้งวัน ถึงเวลาเข้าที่พักของเราสำหรับทริปนี้แล้วครับ Hotel Neo+ มาถึงก็ดึกๆหน่อย เลยไม่ค่อยได้ถ่ายรูปเต็มๆไว้ ><

ห้องนอนไม่เล็กไม่ใหญ่ครับ เตียง หมอน นอนสบาย ราคาไม่แพง ถือว่าเยี่ยมเลยครับ

ตื่นเช้ามา เปิดม่านดู โอโหหหห โรงแรมวิวดีมากๆเลย

ขอขอบคุณการท่องเที่ยวของปีนังด้วยนะครับ ที่มีของต้อนรับแจกให้กับ Go Went Go

มื้อเช้า บุฟเฟ่ที่โรงแรม.. อาหารถือว่ามีให้เลือกเยอะอยู่ครับ รสชาติดีเลยครับ

วิวหน้าโรงแรมคร้าบ

แวะขึ้นมาดาดฟ้าสักหน่อย มีสระว่ายน้ำด้วยยยยยยย

วิวจากดาดฟ้า สวยงาม

และวันนี้เราจะพากันมาที่ Penang Hill เป็นจุดชมวิวเมืองบนเขา และก็ยังมีเดินป่า ตามทางธรรมชาติด้วย รวมถึงกิจกรรมอีกมากมายด้านบน

โดยวิธีการขึ้นเขา ก็จะเป็นนั่งรถรางขึ้นไป ใช้เวลาประมาณ 10 นาทีก็ถึงแล้ว ไวมากๆ นับถือคนสร้างเลย ประหยัดเวลาการเดินทางไปเยอะมากๆ จากเมื่อก่อนนั่งรถขึ้นไปต้องใช้เวลาถึง 40 นาที

แอบเสียว นึกว่าเล่นรถไฟเหาะ 5555

มีช่วงที่รถรางสวนกันด้วย เวลาแป้ะมากๆเลย

ถึงแล้วววว Sky walk, Penang Hill

วิวแบบนึกว่าอยู่ประเทศ ยุโรป เลยอะ

มีให้ล็อคกุญแจด้วย 555 นึกว่าอยู่เกาหลี

จากนั้นเราก็มาเดินตามเส้นทางธรรมชาติ เพื่อไป The Habitat

อยากมีนางแบบมายืนมุมนี้มากๆ ดอกไม้สวยงามสีมันได้จริงๆ

ดอกนี้อย่าคิดลึกนะครับ 555

ด้วยความที่ธรรมชาติอุดมสมบูรณ์มาก พี่หนอนผีเสื้อ ตัวใหญ่มากๆ

พี่กิงกือก็ไม่ยอมแพ้เลย ตัวใหญ่ไปหน่ายยยยย !!!

เพิ่งเคยเห็นตัวแมลงกิ่งไม้ใกล้ๆขนาดนี้ เนียนมากๆๆๆๆๆๆ

ไกด์บอกว่า รูนี้เป็นที่อยู่ของ แมงมุมอาคันทาร่า เสียดายมันไม่ออกมาให้เจอ

ชิงช้าใหญ่สวิง ก็มีนะเอ่ออออ

และนี้คือสะพานแควนที่ยาวที่สุดโดยไม่มีไม้ค้ำอยู่ตรงกลางทาง ลองสังเกตุดีๆนะครับ สุดยอดการก่อสร้างเลย

ใช้เวลาเดินประมาณ 30 นาที ก็ถึงแล้ววววว

ใครกลัวความสูงบอกเลย ก็จะเสียวๆหน่อยนะครับ เพราะว่าพื้นที่เดินจะเป็นตะแกรงซี่ๆ

มุมนี้มองลงมาจากด้านบน ผมนี่อยากกดชัตเตอร์แลัวว้าปลงไปยืนถ่ายด้านล่างเลย มุมนี้เท่ห์มาก แนะนำให้กระโดดถ่ายด้วยนะ เฟี้ยวแน่ๆ

เสร็จแล้วครับ Penang Hill นั่งรถรางลงเหมือนขาขึ้นเลย ปล.แนะนำให้นั่งหน้าสุดนะครับสนุกมาก 555

หลังจากเสร็จจาก Penang Hill เราก็มาแวะกินข้าวเที่ยงกันที่ร้าน Perut Rumah Nyonya Cuisine                                อยากจะบอกว่า ร้านนี้อาหารถูกปากมากๆ เรียกได้ว่าอร่อยเลย บรรยากาศก็ดีครับ แนะนำๆ ^^

และนี้คือรายชื่อเมนูแนะนำครับ สั่งตามนี้ได้เลย เด็ดทุกเมนู
Kuih Paiti (Top Hats)
Loh Bak (Season Meat Rolls)
Jiu Hu Char
Inchee Kabin (Nyonya Fried Chicken)
Hot & Sour Fish Curry
Otak-Otak
Assam Prawns
Fried Kang Kung with Sambal
Dessert Of The Day
Chrysanthemum Tea (Hot/Cold)

จานนี้คือปลากระเบน เป็นครั้งแรกที่เคยกิน texture เนื้อโดยรวมถือว่าอร่อยอยู่นะครับ นุ่มๆ มันๆ หน่อย ต้องลอง

หลังจากกินข้าวเที่ยงเสร็จ ก็มาต่อกันที่ “Peranakan Mansion” เป็นคฤหาสน์ของเศรษฐีเมื่อสมัยก่อนโดยภายหลังได้รับการบูรณะโดยเหลนเขยของเจ้าของ ปิด 5 โมงเย็นนะครับ เช็คเวลากันให้ดีด้วย และบอกเลยว่า สวยงามทุกตารางนิ้ว คุ้มค่าในการเข้าชมจริงๆ คือทุกๆพื้นที่จะมีเรื่องราวหมดเลย (จะมีไกด์คอยแนะนำด้วยนะครับ)

เดินเข้ามาก็จะเป็นโซน ห้องโถงรับแขกใหญ่ตรงกลางบ้าน มาช่องเปิดจากด้านบนให้ แสงแดดส่องเข้ามากลางบ้านได้ ชอบมากๆ แสงธรรมาชาติ

มองขึ้นไปก็จะเห็นช่องที่ให้แสงเข้า และก็มีชั้น 2 ด้วย สวยจนขนลุกเลย

เริ่มห้องแรก ทางด้านซ้าย

มองย้อนออกไปข้างนอกห้องโถง

2 รูปภาพบนฝาผนังนี้เป็นรุ่นเหลนๆ เลยครับ

สวยงาม หรูหราแบบออร่าสุดๆไปเลย

มาดูชั้น 2 กันบ้าง

เข้ามาห้องนอนก่อนเลย บอกตรงๆ แอบหลอนอยู่ 5555

ของใช้คนสมัยก่อน ดูแล บำรุงรักษาดีมากๆเลยครับ

มองลงไปชั้น 1 ตรงทางที่เราเข้ามา

งานละเอียด สวยงามมากๆ

โดนแอบถ่าย อิอิ

แต่ละห้องคือมีแต่ของยุคเก่าๆ แต่กลิ่นไม่ได้รู้สึกเหม็นของเก่า หรือ ฝุ่นเยอะเลย ดูแลดีมากๆ

และนอกจากโซนบ้านพัก ด้านหลังบ้าน ก็ยังมีอีกโซนเป็นเหมือนของใช้ต่างๆในยุคสมัยก่อน

เสร็จภารกิจ Peranakan Mansion เราก็เดินทางกลับโรงแรมไปพักผ่อนกันสักแปปก่อนที่จะไปต่อกันที่          The Top, Komtar

Art wall มีทุกที่จริงๆ 2 จะดนี้อยู่ตรงข้ามโรงแรม Neo+ เลย

พักผ่อนกันไม่นานก็มาต่อกันเลย Komtar Walk อยู่ที่ตึก The Top เพื่อขึ้นไปชมวิว 360 องศา และอกไปเดินบนพื้นแก้วที่ยื่นออกมาจากตัวตึก

KOMTAR ย่อมาจาก Kompleks Tun Abdul Razak  KOMTAR เคยเป็นอาคารที่สูงที่สุดในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้

โดยเราจะขึ้นมาที่ชั้น 65 ก่อนเนื่องจากจริงๆแล้ว เมื่อก่อนตอนสร้าง The Top เริ่มแรกมีแค่ 65 ชั้น และเพิ่งจะมาสร้างเพิ่ม 3ชั้น เป็น 68 ชั้น โดยชั้น 65 ก็จะกลายเป็น ชั้น Observatory deck ไป ก็จะมีกิจกรรมให้ทำด้วย และสามารถชมวิวได้ 360 เช่นกัน แต่แค่อยู่ในกระจกนะครับ

เอาจริงๆ แค่ออกไปนั่งถ่ายรูปตรงนี้ มองลงไปก็เหงื่อออกเท้าแล้ววววว 5555

หรือใครอยากออกไปเดินด้านนอกก็สามารถนะครับ ทางThe top มีบริการให้ออกไปเดินด้านนอก และทำท่าต่างๆ ตามด่านที่เค้ามีให้

แค่เห็นก็เหงื่อแตกแล้วจ้า 555

ชิวมากๆ คนนี้เป็น Staff ของ The Top นะครับ เจ๊แกชิวจัดเลย

มาถึงแล้วครับ ชั้น 68 สูงสุดของ The Top บรรยากาศดีมากๆ มีร้านอาหารด้วย ราคาไม่แพงเลยเทียบกับวิวที่ได้

และนี้ครับ Hilight ของชั้น 68 เสียวเอาเรื่องอยู่นะครับ ^^ แต่มาทั้งทีก็ต้องออกไปเดินถ่ายรูปสักหน่อยอะ

หลังจากเดินด้านบนเสร็จ ก็มานั่งรับประทานอาหารที่ทีมงาน เตรียมให้ต้อนรับเรา เป็นอาหารพื้นเมือง บอกตามตรงว่า…..อร่อยมากๆเลย

ระหว่างทานก็มีโชว์รำพื้นบ้านของคนปีนังให้ชมด้วย

และคืนนี้ก่อนจะไปนอนกัน เรามาจบกันที่ Hiddin Bar กันที่ “Magazine 63” มันคือบาร์ลับนั้นเองครับ สมัยนี้ฮิตกันมากในเมืองท่องเที่ยวต่างๆ ที่กรุงเทพเองก็เริ่มมีแล้วเหมือนกัน

ผมขออนุญาติไม่บอกพิกัดละกันนะครับ เดี๋ยวมันจะหมดความสนุก และน่าสนใจของ Hidden Bar  เอาเป็นว่า หาทางเข้าให้เจอ แล้วคุณจะพบกับความว้าวแบบในรูปอย่างผม

จอกใส่เหล้า Signature ของทางร้านเลย ดื่มกันใส่ชามนึกว่าร่วมสาบานกันแบบคนสมัยก่อน 555

Street Wall ระหว่างเดินกลับโรงแรม รูปนี้สุดยอดฝีมือเลยครับ ใหญ่มากๆ สวยสุดๆ

ปิดท้ายคืนนี้ด้วย ตรอกที่อยู่ตรงข้าม โรงแรม Neo+ เดินผ่านถึงกับต้องหยุดถ่ายเก็บไว้เลยครับ แสงมันได้จริงๆ

วันนี้ตื่นมา Check out พอมีเวลาก่อนขึ้นเครื่องกลับไทย เลยขอมาเก็บบรรยากาศที่ Art Lane อีกรอบ เพราะว่าวันแรกยังรู้สึกว่าเดินเก็บไม่หมดเลย มีอีกหลายตรอกที่ยังไม่ได้เดิน

มาถึงปุ๊บสะดุดตากับคุณลุงคู่นี้เลย กลองชุดคุณลุงโคตรได้อะ บอกเลย มีกาน้ำร้อนด้วย 555 ไม่เคยเจอเลย ลุงเล่นเก่งด้วยนะ ร้องไปด้วยตีกลองไปด้วย ใครไปปีนังแล้วเจอแบบผมก็อย่าลืมช่วยบริจาคเงินให้คุณลุงกันด้วยนะครับ
หน้าบ้านใครน้อ สวยจัง

และพลาดไม่ได้เลยนะครับ ต้องมา 35@Jetty

จะเป็นโกดังเก่า แล้วการท่องเที่ยวปีนังมาทำใหม่ ด้านในก็จะมีขายของพวก Hand made ต่างๆ และโชว์งาน Art ต่างๆ ไม่ใหญ่มาก ใช้เวลาเดินแค่ 10 นาทีก็เสร็จแล้วครับ

แต่นี้คือเหตุผลที่ผมอยากมา อยากมาถ่ายรูปชิงช้าคู่กับน้องคู่นี้ 5555 

ผมขอบ้างสิค้าบบบ คุณยาย ผมก็หิวน้าาาา 5555

หลังจากนั้นก็มาเดินเจอ ตรอกเล็กๆ ตรอกนึกเลยขอเข้าไปแวะดูหน่อย

ตรอกนี้จะมีโชว์งาน Art เยอะมากๆ ใครชอบพวกงาน Art street แนวๆหน่อยนี้ห้ามพลาดเลย

ระหว่างทางเดินกลับไปจุดนักพบขึ้นรถกลับบ้าน ก็ยังเจอกับ Street wall paint แนวๆ ยอมใจการท่องเที่ยวปีนังเลยครับ ทำเมืองได้เจ๋งมากๆ

แว้นๆๆๆๆๆๆ 5555

ไม่ให้ไป !!! เจ้าไดโน้ !!!!!!!!

และแล้วก็ถึงเวลากลับไทยแล้วครับ สำหรับทริปนี้ขอลาไปด้วยภาพกระโดดภาพนี้ละกันครับ ชุดมันได้พอดี เหมือนเตรียมมาเพื่อถ่ายมุมนี้เลย 555


ปิดท้ายของฝาก สามารถซื้อที่สนามบินได้เลยครับ ร้านจะอยู่ด้านใน ตรงที่รอก่อนขึ้นเครื่องเลยนะครับ ตัวนี้จะเป็นชานมแบบ 3 in 1 รสชาติจากที่ได้ลองแล้วส่วนตัวชอบมาก ไม่หวานเกินไป กลิ่นก็หอม ใครไม่รู้จะซื้ออะไรเป็นของฝากก็สามารถลองซื้อได้นะครับ (ไม่ได้ค่าโฆษณาเลยอันนี้555)

สรุป ทริปปีนังส่วนตัวผมว่าเหมาะกับทุกเพศทุกวัยเลยนะครับ ภาษาก็ไม่ยากครับ ที่นี้แทบจะ 100% เลยก็ได้ที่สื่อสารภาษาอังกฤษเข้าใจ เวลาก็ต่างกันแค่ 1 ชั่วโมงเอง อาหารก็กินดี อร่อย ราคาไม่แพง กิจกรรมก็มีให้ทำก็เยอะ ร้านพวก Cafe ชิคๆ สวยๆนี้เยอะมากๆ แถมภายในเกาะก็ไม่ได้ใหญ่มากด้วย เวลาจะไปเที่ยวจุดไหนก็ใช้เวลาเดินทางไม่นานครับ แถมนั่งเครื่องบินมาแค่ 1 ชั่วโมงกว่าๆเอง

.

.

และอีกครั้ง..ทริปนี้ขอขอบคุณสายการบิน Air Asia มากๆที่สนับสนุนการเดินทางและกิจกรรมดีๆที่ปีนังนะครับ โดยทางสายการบิน Air Asia ก็มีรอบบินตรงลงที่ปีนังเลยวันละ 2 เที่ยว

ขาไป 10.50-13.35 , 15.40-18.25              ขากลับ 14.00-14.45  ,  18.55-19.40

—————————————–

#airasiatravels #ไปปีนังไปกับแอร์เอเชีย
 #Malaysiatrulyasia
 #mypenang #gorgeouspenang
 #trysomethingneo                                                                                          #GoWentGo

LEAVE A REPLY